ในมุมมองของผม มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ต้องไม่ใช่เก่งแต่ด้านวิจัย   มีผลงานวิจัยจำนวนมากและ impact factor สูง   แต่จะต้องเก่งในทุกด้านของความเป็น World-class University    ที่จะผลิตบัณฑิตชั้นนำที่เป็นคนเต็มคน  ดังที่ระบุในเว็บไซต์ของ Mind and Life Institute ดังนี้

          “An education that will prepare young people to become competent and compassionate world citizens in such a context cannot be measured only in terms of cognitive skills and knowledge, but must address wider aspects of the heart, including skills and qualities of awareness associated with conscious self-regulation, ethical and social responsibility, and empathy and compassion for others.”

          มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ต้องสร้างบัณฑิตที่มีความเป็นมนุษย์ มีทักษะในการควบคุมตนเอง มีคุณธรรม ความรับผิดชอบต่อสังคม เข้าใจและเห็นอกเห็นใจคนอื่น   โดยต้องกำหนด learning outcome ให้ชัด   และกำหนดยุทธศาสตร์ดำเนินการเพื่อบรรลุ outcome เหล่านั้น    โดยที่ learning outcome จำนวนหนึ่งไม่ได้เกิดจากกิจกรรมในห้องเรียน   และบาง learning outcome อาจไม่มีรายวิชาเพื่อการนั้นโดยตรง

          มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ควรมียุทธศาสตร์ สอนน้อย  เรียนรู้มาก  และเกิด learning outcome แบบงอกงามจากภายใน

          กิจกรรมเพื่อการเรียนรู้หลายอย่าง นักศึกษาจัดกันเอง โดยอาจารย์เป็นพี่เลี้ยง   เป็นกิจกรรมแบบ “ยิงกระสุนนัดเดียวได้นกหลายตัว”    เช่นได้การเรียนรู้ของนักศึกษา  ได้ความสัมพันธ์กับสังคม/ท้องถิ่น ของมหาวิทยาลัย    ได้ผลงานรับใช้/บริการชุมชนของมหาวิทยาลัย    มีรายได้เข้ามหาวิทยาลัย  เป็นต้น

          การสร้างคนเต็มคนในยุคสมัยปัจจุบัน หลายส่วนเป็นเสมือนเข็นครกขึ้นภูเขา    จึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์    สามารถทำเป็นงานวิจัยและพัฒนาได้   และ Mind and Life Institute จะจัดการประชุมเรื่อง Educating World Citizen for the 21st Century ที่ Washington, DC

          นี่คือโอกาสของมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติในการเรียนรู้วิธีการจัดการเรียนรู้ ให้บัณฑิตมีคุณสมบัติเป็นคนเต็มคน และเป็นพลเมืองที่ดีของโลก  

          โดยที่ต้นทุนของประเทศไทยคือ โครงการจิตตปัญญาศึกษา    และคงจะมีโครงการหรือกิจกรรมอื่นๆ อีกหลายโครงการที่มีส่วนสร้างบัณฑิตที่มีมิติของความเป็นมนุษย์สูง 

วิจารณ์ พานิช
๑๑ ส.ค. ๕๒