ปรับแผนการศึกษาชาติปี 52-59 นโยบายที่เป็นจริง


ปรับเปลี่ยนเพื่อการเปลี่ยนแปลง

     การแก้ไขปรับปรุงการศึกษาหรือเรียกว่าการปฏิรูปการศึกษานั้นเป็นสิ่งทีต้องทำเป็นลำดับต้นๆเนื่องจากในสภาวะการณ์ในปัจจุบันการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาคนพัฒนาประเทศพัฒนาอาชีพ  พัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ และยกระดับความน่าเชื่อถือของประเทศสู่สายตาประชาคมโลก

  พาดหัวข่าว"   ไฟเขียวปรับแผนการศึกษาชาติ  ปี 52-59 "จากหนังสือพิมพ์ มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่16  สิงหาคม พ.ศ. 2552โดยสรุปความว่าจากการเข้าร่วมประชุมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องได้ข้อสรุปแนวทางการปรับเปลี่ยนใน 3 ประเด็นคือ

1.การปรับแผนการศึกษาชาติ พ.ร.บ.การศึกษา  และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ให้สอดคล้องกัน

2.การเพิ่มปรัชญาการศึกษาจากเดิมที่ยังคงเศรษฐกิจพอเพียง  การบูรณาการการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไว้ เพิ่มการพัฒนาคน  พัฒนาครูและพัฒนาสิ่งแวดล้อม

3.การกำหนดกรอบมาตรฐานวิชาชีพและกรอบคุณวุฒิการศึกษาในระดับอาชีวศึกษา  และอุดมศึกษา

4.บูรณาการแผนการศึกษาชาติ  แผนการศึกษาระดับกลุ่มจังหวัด  และแผนการศึกษาระดับจังหวัดเข้าด้วยกัน

       จากข่าวดังกล่าวจะเห็นว่าการปรับเปลื่ยนในประเด็นต่างๆเช่นการปรับแผนการศึกษาชาตินั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับให้สอดคล้องกับแผนรองรับทั้งสองคือ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติและแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้มีความชัดเจนและสอดรับกันอันจะส่งผลไปสู่การร่างนโยบายเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในขั้นตอนต่อไปหากแผนดี นโยบายย่อมดีตามไปด้วยทำให้การปฏิบัติได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

     ในประเด็นต่อมาเกี่ยวกับการเพิ่มปรัชญาการศึกษาที่เน้นการพัฒนาคนโดยเพิ่มคุณภาพคนให้ดี  เก่ง  มีสุข  ความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และศรัทธาเชื่อมั่นระบอบประชาธิปไตย  รังเกียจการทุจริตในการ ในเลือกตั้ง  ในประเด็นใหม่ที่เพิ่มในการด้านการพัฒนาคนนั้น  จะเห็นว่าสังคมในปัจจุบันเกิดการแตกแยกรากเหง้าของความเป็นไทยถูกลบเลือนไป  ทุกคนมุ่งเดินไปข้างหน้าจนลืมตัวตนที่แท้จริงเหมือนหลงอยู่ในอบายมุขการสำรวจความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่กลับเห็นว่าการโกงกินคอรัปชั่นเป็นสิ่งที่ทำได้  ถ้าทำงานเก่งโดยหันมาให้ความสำคัญกับคนเก่งมากกว่าคนดีแสดงว่าค่านิยมผิดๆได้ซึมลึกลงในจิตใจของคนรุ่นใหม่ๆ  ถ้าหากยังขืนปล่อยให้เป็นเช่นนี้แล้วในอนาคตบุคคลเหล่านี้ย่อมจะรักษาแผ่นดินเกิดของตนเองไม่ได้อย่างแน่นอน

     ในหัวข้อเดียวกันคือการปรับเพิ่มประสิทธิภาพทางการศึกษาในด้านการพัฒนาครูสู่การยกระดับคุณภาพในทางการศึกษานั้นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งเช่นกันที่ครูก็กำลังลืมรากเหง้าของความเป็นครูลืมว่าหน้าที่หลักของครูคือการสอนเด็กให้มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญาและความมีจิตสำนึกที่ดีเพราะการที่พยายามให้การศึกษามุ่งเป้าไปในเรื่องการแข่งขันทางด้านวิชาการ ครูจึงต้องเปลี่ยนบทบาทของตัวเอง การให้สถานศึกษาเหมือนกับธุรกิจการตลาดการแข่งขันเพื่อมุงสู่ผลกำไร ชื่อเสียงและสิ่งที่ตามมาคือผลประโยชน์ความมีหน้ามีตาในวงสังคมสิ่งเหล่านี้ทำให้ครูต้องเปลี่ยนบทบาทของตัวเองจากครูผู้สอนไปเป็นนักล่ารางวัล นักอบรมสัมมนาและครูที่มีบทบาทเช่นนี้มักจะเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริหารครูส่วนหนึ่งก็ยังเป็นครูแบบเดิมๆที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาสั่งสอนอบรมบ่มเพาะความเป็นความเป็นคนดีเก่งมีคุณธรรมอยู่ในห้องเรียน   มักไม่เป็นมี่ถูกใจระบบการเลื่อนขั้นเงินเดือนก็ยากที่จะได้รับการพิจารณาด้วยเหตุผลที่ว่างานสอนไม่ได้เป็นงานโดดเด่น ครูบางกลุ่มจึงต้องสร้างความโดดเด่นให้ตัวเองโดยการทิ้งห้องเรียนไปสร้างความโดดเด่นให้สังคมภายนอกรับรู้  โดยยึดถือว่า ความมีชื่อเสียงของสถานศึกษา เป็นผลสะท้อนคุณภาพของครู  จึงเกิดคำกล่าวที่ว่าครูลืมรากเหง้าความเป็นครู

   ในอีกประเด็นหนึ่งรัฐได้เพิ่มลงในปรัชญาการศึกษาคือการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยเน้นไปในเรื่องการให้สังคมไทยเป็นสังคมคุณธรรมจริยธรรมและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในหัวข้อนี้ย่อมเกี่ยวพันต่อเนื่องมาจาก2 ข้อข้างต้นเพราะการพัฒนาคุณภาพของมนุษย์จุดสำคัญคือสถาบันครอบครัวที่เป็นสถาบันหลักของสังคมที่ทำให้คนเป็นคนดีในสังคม และประเทศชาติเพราะครอบครัวที่ดีย่อมสร้างคนดีเข้าสู่สังคม โดยคุณธรรมจริยธรรมนั้นต้องเกิดจากการสร้างความตระหนักให้เกิดสามัญสำนึกขึ้นในตัวบุคคลและจะต้องสร้างตั้งแต่อนุบาล ในหลายๆประเทศได้ปลูกฝัง   คุณธรรมจริยธรรมกันมานานแล้ว จนกลายเป็นบรรทัดฐาน  ที่ต้องปฏิบัติ  ประเทศเหล่านั้นจึงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สังคมไทยได้หลงลืมหรือให้ความสนใจในสิ่งเหล่านี้น้อยมาก  จนเกิดปัญหาในด้านคุณธรรมจริยธรรมอันเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมอยู่ในขณะนี้

    ในขณะนี้รัฐบาลได้ดำเนินการในนโยบายที่เรียกว่า 3 ดี  กำลังนำลงไปใช้ลงสู่ระบบโรงเรียนสิ่งที่น่าจะเป็นปัญหาน่าจะเป็นขั้นตอนการนำนโยบายสู่การปฏิบัติมีจุดอ่อนอย่างไรในแกนนำ  ที่ทำแบบขาดความตั้งใจจริง   จะทำให้เกิดความล้มเหลวเหมือนโครงการที่ดีๆ ทั้งหลายที่ผ่านมา

    ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงสังคมในที่นี้น่าจะหมายถึงการการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์นั้นจึงเป็นสิ่งที่ทำได้ยากยิ่งก็ได้แต่หวังว่าสิ่งที่เป็นความสำเร็จจากการพัฒนาในด้านการปรับแผนการศึกษาชาติน่าจะนำพาสังคมไปสู่ความสำเร็จเราคงจะได้มีโอกาสเห็นคนไทยแทบทุกคนที่มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทยศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยมีคุณธรรมจริยธรรมสามารถเลือกผู้แทนราษฎรที่ดีรังเกียจการทุจริตและคนรุ่นใหม่จะเป็นทรัพยากรมนุย์ที่มีคุณภาพ เมื่อนั้นสังคมไทยก็จะเป็นดินแดนแห่งความศิวิไลย์ที่ใครๆก็ต้องการจะมาเยือน  หรือยึดเป็นแผ่นดินที่อยู่อาศัยชั่วลูกชั่วหลานตลอดไป

หมายเลขบันทึก: 288861เขียนเมื่อ 18 สิงหาคม 2009 20:44 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 มิถุนายน 2012 18:33 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (1)

เห็นด้วยครับ สวัสดีครับขอบคูณเรื่องราวดีๆๆๆ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี