ชีวิตร่อนเร่อยู่กลางทะเล เฮ้ เฮๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

                ได้เวลาย้ายฐานขุดเจาะอีกแล้วค่ะ (ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของดิฉัน เพราะต้องทำงาน 14 วัน พัก 14 วัน อยู่บ้านกับอยู่ที่ทำงานพอๆ กัน) ดิฉันทำงานอยู่ในเรือขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งมีลักษณะเป็นเรือ (Barge) ลอยน้ำ ไม่มีเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อน ใช้เรือซัพพลายด์ในการลากจูงค่ะ เรือขุดเจาะน้ำมันจะไม่ทำงานอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง แต่เราจะย้ายที่ทำงานไปเรื่อยๆ (ในอ่าวไทย) สุดแล้วแต่ว่าลูกค้าของเรา (บริษัทเชฟรอน) จะกำหนดให้เราไปขุดเจาะน้ำมันที่ไหน เป็นระยะเวลานานเท่าไหร่ บางฐานก็ 3 เดือนหรือ 4 เดือน แต่บางฐานก็นานหน่อย 6 เดือนก็มี การย้ายฐานขุดเจาะแต่ละครั้งก็คล้ายๆ กับการรื้อบ้านและการสร้างบ้านใหม่เลยล่ะค่ะ วันนี้ดิฉันได้นำเอารูปภาพมาลงประกอบการอธิบายด้วย จะได้ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายขึ้นนะคะ

                อย่างรูปที่เห็นข้างบนนี้คือรูปแท่นขุดเจาะน้ำมันที่ประกอบขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบพร้อมทำการขุดเจาะค่ะ หลังจากที่เราทำงานเสร็จสิ้นตามแผนของเชฟรอนแล้ว เราก็จะย้ายฐานขุดเจาะไปยังที่อื่น ว่าแล้วก็ต้องส่งหน่วยจู่โจมและทำลาย (เรียกให้เว่อร์ไว้ค่ะ จริงๆ ก็คือพนักงานของเรานี่แหละค่ะ) ขึ้นไปรื้อ ถอด ถอน อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ลงมาเก็บไว้ในเรือ โดยใช้เครนยกค่ะ อุปกรณ์ที่ยกแต่ละชิ้นจะเป็นขนาดใหญ่ๆ และมีน้ำหนักมาก ต้องระมัดระวังกันอย่างเข้มงวดเลยค่ะ มาดูกันต่อค่ะว่าหลังจากรื้อบ้านแล้ว ผลที่ได้เป็นอย่างไร และผลที่ได้ก็เป็นอย่างที่เห็นในรูปข้างล่างเลยค่ะ

                แท่นแบบที่เห็นนี้จะมีกระจายอยู่เต็มอ่าวไทย (ในเขตสัมปทานขุดเจาะน้ำมันของบริษัทเชฟรอน) เจ๋งมั๊ยคะ? นี่ล่ะค่ะ คือฝืมือของมนุษย์ เก่งจริงๆ เลย หลังจากรื้อบ้านเสร็จแล้วเราก็จะทำการถอนสมอเรือทั้ง 8 ตัวค่ะ เตรียมพร้อมให้เรือซัพลายด์ลากเราไปยังบ้านใหม่กันเลยค่ะ

                รูปข้างบนเป็นตัวอย่างเรือซัพพลายด์ที่มาช่วยเราย้ายบ้านนะคะ เป็นเรือลำเล็กๆ แต่ว่าสามารถลากเรือน้ำหนักมากๆอย่างเรือน้ำมันได้ ช่วงระหว่างที่ลากจูงเรือไปยังบ้านใหม่ พนักงานก็ต้องทำการตรวจเช็คพร้อมทั้งทำความสะอาดอุปกรณ์และเครื่องมือขุดเจาะทั้งหลายแหล่ค่ะ อย่างที่เห็นในภาพข้างล่างค่ะ อุปกรณ์และเครื่องมือขุดเจาะจะถูกนำมาเก็บไว้บนเรือ ช่วงระยะเวลาย้ายบ้านนี้พนักงาน (ยกเว้นดิฉันนะคะ) แต่ละคนดูไม่ได้เลยล่ะค่ะ เนื้อตัวสกปรกมอมแมม อย่างกับไปคลุกโคลนเลยล่ะคะ แต่ละคนทำงานหนักจริงๆ

                เอาล่ะค่ะตอนนี้เรามาถึงบ้านใหม่กันแล้ว หน้าตาบ้านใหม่เป็นแบบนี้ค่ะ มองๆ ไปมันก็หน้าตาคล้ายๆ กับที่เดิมแหละค่ะ จะอยู่ตรงไหนก็เหมือนๆ กัน เห็นแต่ท้องฟ้า น้ำทะเล และเส้นขอบฟ้า แค่ต่างกันอยู่นิดหน่อยคือระยะทางจากฝั่งมาถึงบ้านใหม่ใกล้ขึ้นกว่าเดิมค่ะ บ้านเก่านั่งเฮลิคอปเตอร์เกือบ 2 ชม.กว่าจะถึง แต่บ้านใหม่ใช้เวลาแค่หนึ่งชม. นิดๆ เองค่ะ ใกล้ขึ้นเยอะเลย ถือว่าเป็นข้อดีสำหรับดิฉันค่ะ เพราะเวลานั่งเฮลิคอปเตอร์ค่อนข้างน่าเบื่อนิดหนึ่ง ไม่มีอะไรให้ทำนอกจากนอนหลับค่ะ วิวข้างล่างก็มีแต่น้ำทะเล ไม่มีอะไรให้ชื่นชมมากเหมือนกับนั่งเฮลิคอปเตอร์บนฝั่ง ซึ่งจะมิวิวบ้านเมือง ป่าไม้ ภูเขา ดูแล้วสบายหูสบายตากกว่ากันเยอะเลยค่ะ

                กลับมาต่อกันเลยค่ะ หลังจากมาถึงบ้านใหม่แล้วเราก็จะทำการสร้างบ้านกันค่ะ ก็เริ่มทำการยกอุปกรณ์ขุดเจาะขึ้นไปวางไว้บนแท่น แล้วก็ประกอบโครงสร้างกลับเข้าที่ (เหมือนกับรูปแรกข้างบนสุด) ส่วนระยะเวลาที่ใช้ในการรื้อหรือสร้างบ้านก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในทะเลค่ะถ้าช่วงไหนมีคลื่นลมแรง เราก็ต้องหยุดงานรอให้สภาพอากาศค่อนข้างสงบจึงจะทำงานต่อได้ แต่ถ้าช่วงไหนสภาพอากาศสงบนิ่ง ไร้คลื่น ลม ก็สามารถทำงานต่อเนื่องได้ ทำให้การรื้อหรือสร้างบ้านทำได้เร็วขึ้นค่ะ อย่างช่วงที่ย้ายบ้านครั้งนี้สภาพอากาศในทะเลค่อนข้างสงบนิ่งมากเลยค่ะ คลื่นไม่มี ลมก็ไม่มี แต่แดดร้อนสะบัดเลยค่ะ ออกไปนอกตัวเรือแทบจะละลายหายไปกับแสงแดดเลยทีเดียว สงสารพนักงานที่ทำงานด้านนอกเหมือนกันนะคะ คงร้อนกันน่าดูเลย

                ทั้งหมดที่เล่ามาก็เป็นหนึ่งในวิถีชีวิตของคนทำงานกลางทะเลค่ะ และก็ยังคงดำเนินไปอย่างนี้เรื่อยๆ จนกว่าทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะสูญสิ้นไปจากอ่าวไทย ซึ่งดิฉันก็ไม่ทราบคำตอบเหมือนกันว่าเป็นเมื่อไหร่..........