ห่างจากลูกเมีย ญาติและมิตรสหาย ภาวะของจิตใจแบบนี้ไม่มีอะไรที่เท่ากับ..ความเหงา..


photo by :: rungxp


1.
ผมถูกส่งมาทำงานที่เมืองน่าน
ห่างจากบ้านและครอบครัว สามร้อยกว่ากิโลเมตร
ถือว่ามาไกล ห่างจากลูกเมีย ญาติและมิตรสหาย
ภาวะของจิตใจแบบนี้ไม่มีอะไรที่เท่ากับ..ความเหงา..ครับ
อาศัยซ้อมไดรฟ์กอล์ฟตอนเย็นจนหมดแรง..
กับมื้อค่ำที่มีเบียร์สักขวดสองขวดก็พอหายฟุ้งซ่านไปวันๆ...

บ่ายวันศุกร์ที่ 14 ส.ค.52
มีนักกอล์ฟที่คุ้นหน้าตากันในสนามซ้อมโทรมานัดออกรอบเวลาบ่ายโมง
ผมตอบตกลงทันที ด้วยว่ามันมีฤกษ์ดีหลายประการ
1. มันเป็นวันเสาร์น้อยๆที่เหมาะกับการโดดงานเป็นอย่างยิ่ง
2. ช่วงฤดูฝนดินนุ่ม ผืนหญ้าเขียวขจี น่าเพลิดเพลินเป็นอย่างยิ่ง
3. วันนี้อากาศครึ้ม ไม่มีแดด ไม่มีฝน มีแต่สายลมเย็นๆ...เหมาะครับเหมาะ
4.ไม่ว่าด้วยเหตุใด ก็จ้องๆหาโอกาศอยู่


2.
ที่แท่น t-off หลุม1 ผมไดรฟ์ลูกออกไปด้วยแรงพอสมควร
(ประมาณ 70-80 % ของแรงที่มี ตามหลักการเป๊ะ...)
ลูกไปตรงและไกล แต่หัวไหล่ซ้ายผมเสียวแปล๊บ..
เจ็บและปวดข้างในบริเวณข้อต่อของกระดูก..น้ำตาแทบร่วง
คงจะเกิดจากการที่ไม่ได้อบอุ่นร่างกาย(warm up)ก่อน
ฤกษ์ดี 3-4 ประการของผม กลายเป็นฤกษ์ร้ายทันที!!
อย่างไรก็ตาม ผมบอกเพื่อนๆว่าจะเล่นจนครบ 18 หลุม
และจะสู้อย่างสมศักดิ์ศรี (ซึ่งมีหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ)


3.
เล่นมาถึงหลุม8พาร์3 ก็มีงานเข้าขณะที่ผมกำลังจะพัตต์เพื่อเซฟโบกี้
ผมนึกในใจ..ทำไมต้องโทรมาในขณะที่ตูกำลังจะพัตต์ทุกทีฟะ..
เมื่อรับสาย ปรากฎว่าเป็นเจ้านายโทรมา
แหงละ ที่ต้องโทรเข้ามือถือ เพราะไม่มีคนรับสายที่สำนักงานไง..
มันฟ้องตัวเองอยู่ในที(ซวยเลย..วันไหนๆก็ไม่เห็นโทร..ทำไมต้องเป็นบ่ายวันศุกร์..)

ถูกสอบถามเรื่องงานแล้ว โดนตบท้ายด้วยความห่วงใยปนเหน็บแนมนิดๆ..
"อยู่ที่น่านสบายดีนะพี่ ??" เอาเข้าให้
ถึงจะเจ็บจนยกแขนแทบไม่ขึ้น ผมก็ตอบไปว่า
"ครับนาย..มีความสุขและสบายดีครับ."
ในอากาศ และ บนหญ้าที่ผมยืนอยู่..มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ พับผ่า.