ก้าวย่างต่อไปสู่อนาคต : จากทนายความตีนเปล่าสู่นักวิชาการชาวบ้าน

                 ห้วงเวลา 2 – 3 ปีที่ผ่านมาได้มีการอุบัติขึ้นของสำนักงานกฎหมายโดยการบริหารงานและการทำงานของชาวบ้านแม่อายซึ่งเป็นอดีตคนไร้สัญชาติ ภายใต้ชื่อคลินิกกฎหมายชาวบ้าน (ด้านสถานะและสิทธิบุคคล)" ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อของคลินิกแม่อายซึ่งเป็นคลินิกกฎหมายภายใต้ความร่วมมือระหว่างองค์การยูนิเซฟประจำประเทศไทย และคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่

          การทำงานของคลินิกกฎหมายชาวบ้าน (ด้านสถานะและสิทธิบุคคล)ในช่วงระยะแรก คือ การประสานงานและติดตามให้ความช่วยเหลือด้านสถานะและสิทธิบุคคลให้กับชาวบ้านแม่อาย รวมทั้งบุตร หลานของชาวบ้านดังกล่าวตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด (ซึ่งชาวบ้านเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งของอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ที่ได้ดำเนินการจำหน่ายชื่อของชาวบ้านอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๑,๒๔๓ คนออกจากทะเบียนราษฎร (ท.ร.๑๔) ซึ่งภายหลังปรากฎว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งทางปกครองดังกล่าวในที่สุด)

          อย่างไรก็ตาม ในการทำงานในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น ก็พบว่ามีคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่แม่อายได้เข้ามาขอความช่วยเหลือกับทางคลินิกกฎหมายชาวบ้าน (ด้านสถานะและสิทธิบุคคล)เป็นจำนวนไม่น้อย แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้านบุคคลากรและสภาพแวดล้อมอันเป็นปัจจัยในการทำงานทำให้ไม่สามารถที่จะดำเนินการช่วยเหลือได้หมดทุกคน ดังนั้น ทางคลินิกกฎหมายชาวบ้าน (ด้านสถานะและสิทธิบุคคล)จึงได้ตระหนักว่าควรจะสร้างองค์ความรู้ (Knowledge) ในการแก้ไขปัญหาให้กับเจ้าของปัญหาทั้งนี้เพื่อให้เกิดการผลักดันการแก้ไขปัญหาจากเจ้าของปัญหาเอง

          ดังนั้น คลินิกกฎหมายชาวบ้าน (ด้านสถานะและสิทธิบุคคล) ในวันนี้จึงได้ปรับเปลี่ยนบทบาทจากการทำงานในฐานะ ทนายความตีนเปล่า ที่คอยประสานงานช่วยเหลือเจ้าของปัญหาเป็นรายกรณีมาเป็นนักวิชาการชาวบ้านหรือปราชญ์ชาวบ้านที่คอยให้ความรู้และทักษะในการแก้ไขปัญหาให้กับเจ้าของปัญหา รวมทั้งการเป็นพี่เลี้ยงให้กับเจ้าของปัญหาเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาควบคู่กันไปแทน