เมื่อเช้านี้ฉันมีโอกาสโทรกลับไปคุยกับ “แม่”
ดีนะที่วันนี้ฉันยังได้ยินเสียงของแม่ ได้คุยกับ “แม่”
เพราะหลาย ๆ ครั้งที่ฉันโทรไปฉันมักคิดในใจเสมอว่า สักวันหนึ่งถ้าแม่จากฉันไป เมื่อนั้นฉันโทรไปฉันคงไม่มีโอกาสได้ยินเสียงของแม่อีกแล้ว...

การอยู่ห่างบ้าน ห่างไกลแม่นั้น หลาย ๆ ครั้งที่เครื่องโทรศัพท์โชว์เบอร์ว่าสายที่โทรเข้าเป็นเบอร์ “บ้าน”
ฉันเคยวิตก เคยกังวลว่า เมื่อฉันรับสายจากที่บ้านนั้น มีคนโทรมาเพื่อแจ้งว่าแม่ของฉันจากไปหรือเปล่า...?

แต่วันนี้ฉันยังโชคดีนะ ที่ความวิตก ความกังวลทั้งหลายยังไม่เกิดขึ้น
แต่วันหน้าฉันยังไม่โชคดีอย่างนี้ เพราะในความเป็นจริงนั้นแม่ของฉันก็ต้องจากฉันไปอย่างแน่นอน

อีกสักกี่ปี กี่เดือน กี่วัน หรืออีกกี่นาทีเล่าที่ “เรา” ต้องจากกัน...!

ในชีวิตของคนสักคนหนึ่ง...
ทุก ๆ ครั้งที่เราเดินไปข้างหน้า ทุก ๆ ก้าวนั้นหมายความว่าวันเวลาของชีวิตของเราเริ่มน้อยลง...

เมื่อเช้านี้ที่โทรไปแม่ของฉันนั้นกำลังทำกับข้าวอยู่
ฉันถามแม่ว่า “วันนี้แม่ทำอะไรกินเหรอ...?”
แม่ก็ตอบว่า “มีน้ำพริกกะปิ ปลาทู แล้วก็ทอดมะเขือ”
ไม่รู้สินะ อาหารที่แม่พูดให้ฉันฟังในวันนี้ เป็นอาหารที่วิเศษสุดในชีวิตของฉัน เพราะอาหารที่แม่พูดนั้นเป็นสิ่งที่เราเคยทำและเคยกินด้วยกัน

อาหารที่ใดจะเลิศหรู แต่ก็ดูไร้ค่าถ้าหากแม้นว่าขาด “ความรัก”
ความรัก ความเอาใจใส่ ที่แฝงไว้ในอาหาร เป็นโซ่ตรวนที่พันธนาการ “ความรัก ความผูกพัน”

อาหารที่ใดที่มีแม่ อาหารที่นั้นแน่นอนวิเศษสุด
อาหารใดที่ประเสริฐสุด เทียบเท่าจุดมี “แม่” ฉันนั้นไม่มี...