... ผู้หญิงที่มองโลกในแง่ดีเสี่ยงโรคหัวใจ และโอกาสเสียชีวิตก่อนวัยอันควรลดลง [ BBC ]; [ Reuters ] ... การศึกษาใหม่จากสหรัฐฯ สอดคล้องกับการศึกษาก่อนหน้านี้จากเนเธอร์แลนด์ที่ว่า การมองโลกในแง่ดี (optimists) ลดเสี่ยงโรคหัวใจในผู้ชาย การศึกษานี้ทำในผู้หญิงเกือบแสนคน (97,253 คน) อายุ 50-79 ปี ติดตามไปนานกว่า 8 ปี พบว่า ผู้หญิงที่มองโลกในแง่ร้าย (pessimists) มีความดันเลือดสูงกว่า และไขมันในเลือด (โคเลสเตอรอล) สูงกว่าคนทั่วไป ... ปัจจัยสำคัญคือ "ทัศนคติ (attitude)" ซึ่งเปรียบเสมือนฟิลเตอร์ (filter) หรือแว่นมุมมองของชีวิตที่ใช้สวมส่องโลก ผู้หญิงที่มองโลกในแง่ดีเสี่ยงโรคหัวใจน้อยลง 9%, โอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจลดลง 30%) และมีโอกาสเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากทุกสาเหตุลดลง 14% ใน 8 ปี (แสดงว่า คนมองโลกในแง่ร้ายส่งผลต่อหัวใจมากกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกาย) ... ตรงกันข้ามผู้หญิงที่ก้าวร้าว มากไปด้วยวิหิงสา (ปรารถนาจะให้คนอื่นเสียหาย), พยาบาท (โกรธ แค้น เคือง ไม่พอใจ), หรือไม่ไว้วางใจ (mistrust; mis- = ไม่; trust = ไว้วางใจ) ใครมีโอกาสเสียชีวิตเพิ่ม 16% กลไกที่เป็นไปได้คือ คนที่มองโลกในแง่ดี (optimists) เผชิญหน้ากับความหลากหลาย, ความเห็นต่าง (ความเห็นของคนอื่นที่ไม่เหมือนเรา), หรือพลิกวิกฤตสู้ชีวิตได้ดีกว่า เช่น เมื่อล้มป่วย ฯลฯ ... การมองโลกส่งผลกระทบต่อระบบประสาท ฮอร์โมน และระบบภูมิต้านทานโรค ผู้หญิงที่มองโลกในแง่ดีออกกำลังมากกว่า, หุ่นดีกว่า (leaner; lean = หุ่นดี มีไขมันน้อย; leaner = ผอมกว่า ไขมันน้อยกว่า), สูบบุหรี่น้อยกว่าเพื่อนๆ ที่มองโลกในแง่ร้าย ... แถมยังมีระดับน้ำตาลในเลือด เบาหวาน ความดันเลือด ไขมันในเลือด (โคเลสเตอรอล) ต่ำกว่าด้วย ผศ.ดร.นพ.ฮิลารี ทินเดิล และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยพิทสเบิร์กกล่าวว่า การศึกษาส่วนใหญ่พบว่า จิตใจร้ายๆ ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ... ถ้าแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน (quarter = 1/4, เสี้ยว) พบว่า กลุ่มที่ได้คะแนนมองโลกในแง่ดีสูงสุดมีโอกาสโรคหัวใจต่ำกว่าคนที่มองโลกในแง่ร้ายสูงสุด ผลกระทบของการมองโลกในแง่ดีกับแง่ร้ายมีลักษณะเป็น "อะไรที่แยกกัน (independent)" คือ การมองโลกในแง่ดีส่งผลดี การมองโลกในแง่ร้ายส่งผลร้าย ... ทีนี้ถ้าดีๆ ร้ายๆ ปนกัน... คำตอบคือ หักลบกลบหนี้กันไม่ได้ จะได้อะไรที่ดีบ้างร้ายบ้างกลับคืนไป การฝึกมองโลกในแง่ดีเริ่มได้โดยการหัดชมคนรอบข้างให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง และเพิ่มเป็นอย่างน้อยวันละ 3 ครั้งหลังอาหาร ฝึกกล้าที่กล่าวคำ "ขอบคุณ ขอบใจ ขอโทษ" ให้ได้ทุกวัน ... การชมคนรอบข้าง การกล่าวขอบคุณ-ขอบใจทำให้เราเป็นคนสำนึกในบุญคุณของคนอื่น และใช้วาจาในด้านดี ส่วนการกล่าวคำขอโทษเป็นการฝึกลดอัตตา ลดศัตรู และสร้างมิตรภาพกับคนรอบข้างในระยะยาว ... ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ ที่มา
[ Tweeter ] > Thank BBC; Reuters
Thank Reuters > Amy Norton. Optimism may do women's hearts good. August 10, 2009. / Source > J Circulation. August 25, 2009.
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า > 11 สิงหาคม 2552. [ Tweeter ]
ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
ขอบคุณค่ะ
จะฝึกชมให้ได้อย่างน้อย
วันละ 1 ครั้ง ค่ะ
เชียร์ครับ............. ขอบคุณมากๆ เลย