ความเห็นต่อข่าวโดย อ.แหวว : เรื่องนี้จะเห็นว่า คนชราที่ถูกมองข้ามก็คือ (๑) คนชราที่มีสัญชาติไทยแต่ไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรของรัฐใดเลยบนโลก (๒) คนชราที่มีสัญชาติไทย แต่ถูกบันทึกแล้วในคนต่างด้าวในทะเบียนบ้านและทะเบียนประวัติตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรไทย (๓) คนชราที่ไม่มีสัญชาติชาติไทยแต่ถูกบันทึกแล้วในทะเบียนบ้านและทะเบียนประวัติตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรไทย และ (๔) คนชราที่ไม่มีสัญชาติไทยและไม่ถูกบันทึกในทะเบียนราษฎรของรัฐใดเลยบนโลก จะเห็นว่า คนชราสามกลุ่มแรกนั้น ไม่ควรถูกมองข้าม ในขณะที่คนชราประเภทหลังถูกมองข้ามได้หากเป็นคนอพยพเข้ามาใหม่ไม่เคยจ่ายภาษีทั้งทางตรงทางอ้อมแก่แผ่นดินไทย แต่หากข้อเท็จจริงมีเพียงว่า คนชราคนนี้อพยพเข้ามานานแล้ว และเพียงไม่มีความรู้กฎหมายที่จะพัฒนาสถานะบุคคลให้มีสัญชาติไทยขึ้นมาล่ะ พวกเขาควรถูกทอดทิ้งจากสวัสดิการสังคมจริงหรือ องค์ความรู้ในเรื่องการจัดการประชากรเพื่อรับรองสิทธิในสวัสดิการสังคมไม่น่าขึ้นอยู่กับทะเบียนราษฎรหรือสัญชาติ งานทะเบียนคนด้อยโอกาสน่าจะถูกพัฒนาขึ้นใน พม. มากกว่านี้ ซึ่งทะเบียนชาวเขาหรือทะเบียนคนพิการก็เป็นเรื่องหนึ่งของการจัดการประชากรที่ พม. ทำอยู่ แต่วันนี้ พัฒนาให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบันแล้วยังหนอ ???
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง "กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคุ้มครอง การส่งเสริมและการสนับสนุนการสงเคราะห์ในการจัดการศพตามประเพณี พ.ศ.2552" มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถขอรับเงินสงเคราะห์ในการจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณีรายละ 2,000 บาท จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
โดยผู้สูงอายุที่ตายต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ 1.มีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป 2.มีสัญชาติไทย สามารถยื่นคำขอรับการสงเคราะห์จาก พม.ได้ตามท้องที่ที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในขณะถึงแก่ความตาย
-----------------------
ช่วยค่าทำศพคนชรา2พัน
วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11475 มติชนรายวัน หน้า 13 (กรอบบ่าย)
น่าจะเป็นค่าจ้างให้ตายมากกว่าครับ
ใจร้ายไปไหมคะ
มนุษย์ทุกคนก็มีวันต้องชรานะคะ
รัฐน่าจะใหองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่สำรวจหาคนกลุ่ม 1 2 3 4
แล้วรัฐดำเนินการทางกฏหมายให้เป็นคนโดยแท้จริง
พวกบ้าที่เขาจะจ้างตายเขาช่วยผู้สูงอายุหรอก