"ภาษาคือสิ่งที่แสดงวิสัยทัศน์ได้ดีและสมบูรณ์ที่สุด"

 

 ันเป็นเรื่อง เมื่อตอนที่ผมยังเรียนอยู่มัธยมศึกษาตอนต้น...คือในตอนนั้นผมเป็นหนึ่งเด็กนักเรียนโรงเรียนที่เป็นชายล้วน(ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น) ก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่พูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย กล้าพูดกับเพื่อนแบบเฮฮา แต่พอเอาจริงๆก็ไม่กล้า ตามประสาเด็กผู้ชาย...

เวลาที่เราเรียนภาษาไทยนะครับ เราก็เรียนเป็นนกแก้วนกขุนทอง...แต่เวลาเราใช้ภาษาก็จะต่างออกไป เพราะไม่รู้จะใช้อะไรยังไง เรียนมาก็ไม่เห็นจะได้ใช้....ใช่รึเปล่า?? 
แต่สำหรับผมคงไม่ใช่..ประสบการณ์ของผมที่ได้มาจากการเรียนรู้โดยอาศัยประสบการณ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความสำเร็จ

ครูที่ดีและมีคุณค่า อาจไม่ใช่เพียงตำรา แต่คือ ประสบการณ์ที่เราสะสมมาด้วยตัวเอง
บททดสอบแรกที่นำผมเข้าสู่บทบาทใหม่นั่นคือ การแข่งขันการคุยโม้ทางวิทยาศาสตร์ เป็นกานแข่งขันของนักเรียนม.ต้น มีทั้งพี่ๆม.
3 ม.2 และน้องๆม.1อย่างผม...ในเวลานั้นผมไม่ได้อยากพูดอะไรหรอกนะครับ...แต่เพื่อนมาบังคับให้สมัครเป็นเพื่อนผมก็เลยต้องไปสมัครกับเขาด้วย  และพอใกล้ถึงวันแข่ง เพื่อนกับมาบอกผมว่าหนุ่มๆ เราไม่แข่งแล้วนะ แย่แล้วทีนี้...ผมก็ตื่นเต้นสิทีนี้ เพราะผมต้องแข่งกับเพื่อนๆและพี่ๆ...เหตุการณ์วันนั้น ผมยังจำได้ว่าผมพูดเรื่องอะไร
   ผมพูดถึงรถที่ผมจะสร้างขึ้นในอนาคต...ซึ่งมีคุณสมบัติมากมาย...แบบว่าคุยโม้อะครับ  555+
ผลก็คือผมได้ที่หนึ่ง พีๆ ม.
2 ได้ที่ 2,3ตามลำดับ นั่นคือก้าวแรกที่ผมได้เริ่มบทบาทนักพูด
จากวันนั้น ผมก็ได้ไปประกวดการแข่งขันการพูด talk show การแข่งขันสุนทรพจน์ การแข่งขันการอ่านทำนองเสนาะ
การแข่งขันแต่ละอย่าง คือการที่เรานำความรู้
concept ไปใช้ เช่น

>การแข่งขันtalk show มันคือศิลปะของการพูดและการแสดง ต้องมีการกลั่นกรองภาษา ท่าทาง  ต้องมีการเลือกระดับภาษา สื่อที่จะใช้ ข้อมูลที่เราก็ต้องไปค้นหา
>การแข่งขันสุนทรพจน์...เป็นหนึ่งในการแข่งที่ค่อนข้างทำให้ผมรู้สึกว่าต้องใช้ทักษะหลายอย่าง...เริ่มตั้งแต่การค้นหาเนื้อหา เนื้อเรื่อง การกลั่นกรอง ระดับภาษา การเรียงลำดับความสำคัญของเรื่อง การจดจำในคำพูด ท่าทาง สีหน้า สื่อ การควมคุมอารมณ์ การทำให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อและคล้อยตาม


>การแข่งขันการอ่านทำนองเสนาะ ก็ต้องอาศัยความเข้าใจในฉันทลักษณ์ ลีลา การออกเสียง

>รวมถึงการ present งานต่างๆ การแข่งขัน โครงงาน ทำให้เราเข้าใจในหลักการของตัวเรื่องนั้นๆอีกทั้งยังได้การใช้ภาษาอีกด้วยนะครับ



นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลและหลักการที่ทำให้ผมเชื่อว่า

I hear and I forget
I see and I understand
I do and I remember

ครูที่ดีและมีคุณค่า อาจไม่ใช่เพียงตำรา แต่คือ ประสบการณ์ที่เราสะสมมาด้วยตัวเอง