เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

นัดประชุมคณะกรรมการจัดการความรู้ของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

แต่ครั้งนี้ มีรองคณบดีฝ่ายบริหาร รศ.ทพญ.ดร.อาริยา  รัตนทองคำ

และรองคณบดีฝ่ายแผนและสารสนเทศ ผศ.ทพ.ดร.จรินทร์  ปภังกรกิจ ร่วมประชุมด้วย

 

โดยส่วนตัว รู้สึกว่าการคุยกันครั้งนี้ เป็นไปแบบสบายๆ

เริ่มด้วยการเล่าเรื่องประสบการณ์เกี่ยวกับ KM ที่แต่ละคนได้พบเจอมา

แล้วเราได้คุยกันเรื่องที่คณะฯจะจัดงาน
Dent Show & Share 2009

ซึ่งคณะฯจะจัดในวันพุธที่
26 สิงหาคม 52 ช่วงบ่าย

เราคุยกันเรื่องรูปแบบการจัดงาน ซึ่งอยากให้มีวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้


โดยจะดูจากผู้ร่วมงาน ว่าจะต้องตั้งวง กี่วง คงเป็น
2 – 3 วง


โดยคิดหัวข้อแลกเปลี่ยน คือ


ความภูมิใจในการให้บริการที่ดี

ปัจจัยสู่ความสำเร็วในการลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน แยกเป็นบุคลากรสำนักงานคณบดีและโรงพยาบาลทันตกรรม

และเรื่อง การเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

คุยกันเรื่องสถานที่ การจัดบอร์ดแสดงผลงาน รวมถึงการตัดสินการประกวดผลงาน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนเย็น ประชุมคณบดี รองคณบดีและผู้ช่วยคณบดี ซึ่งช่วงแรกจัดประชุมวันศุกร์ทุกสัปดาห์

ท่านคณบดี (รศ.ทพญ.ดร.นวรัตน์  วราอัศวปติ เจริญ) นำเสนอ นโยบาย แนวทางการบริหารและเป้าหมาย อีก
4 ปีข้างหน้า

ซึ่งท่านได้นำเสนอคณะกรรมการสรรหาคณบดี เมื่อมิถุนายน
52 ที่ผ่านมา และจะนำเสนอให้บุคลากรทั้งคณะฯฟังกันในวันที่ 19 สิงหาคม 52

ท่านสรุปสถานการณ์ ของคณะฯอย่างเห็นภาพได้ชัดเจน

นโยบายที่คุ้น ที่ท่านจะพูดให้ได้ยินเสมอ

คือ
double E ( Excelence &Effecaincy) anddouble H( Happy & Healthy )

เป็นเลิศ บวก ประสิทธิภาพ และ มีความสุขและสุขภาพดี

เป็นงานที่ทีมงานและชาวคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ต้องช่วยกัน


-------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

นั่นคืองานเมื่อวันศุกร์ค่ะ สำหรับวันเสาร์อาทิตย์นี้ ว่างพอที่จะอ่านหนังสือ ซึ่งให้เพื่อนไปตั้งนานแล้ว แล้วเพื่อนคืนมา

เป็นหนังสือเก่า คือ ประวัติ ท่านอาจารย์มั่น  ภูริทัตตเถระ

มีบางตอนที่เล่าเรื่องตื่นเต้นบ้าง

และเช้านี้อ่านพบตอนหนึ่งที่เล่าว่าท่านพระอาจารย์มั่นว่าไว้ว่า

พระเราต้องทำตัวเหมือนผ้าขี้ริ้วที่ปราศจากราคาค่างวดใดๆแล้วจึงเป็นความสบายการกินอยู่หลับนอน

และใช้สอยอะไรก็สบาย การเกี่ยวข้องกับผู้คนก็สบาย ไม่มีทิฏฐิมานะความถือตัวว่าเราเป็นพระผู้สูงศักดิ์ด้วยศีลธรรม

เพราะศีลธรรมมิได้อยู่กับความสำคัญเช่นนั้น แต่อยู่กับความไม่ถือตัวยั่วกิเลส

อยู่กับความตรงไปตรงมาตามผู้มีสัตย์ มีศีล มีธรรมความสม่ำเสมอเครื่องครองใจ

นี้แลคือศีลธรรมอันแท้จริง ไม่มีมานะเข้ามาแอบแฝงทำลายได้ อยู่ที่ใดก็เย็นกายเย็นใจ ไม่มีภัยทั้งแก่ตัวและผู้อื่น

การปฏิบัติธุดงควัตรข้อนี้เป็นเครื่องทำลายกิเลสมานะความสำคัญตนในแง่ต่างๆได้ดี

ผู้ปฏิบัติจึงควรเข้าใจระหว่างและศีลธรรมด้วยดี อย่าปล่อยให้ตัวมานะเข้าไปยื้อแย่งครอบครองศีลธรรมภายในใจได้

จะกลายเป็นผู้มีเขี้ยวมีเขาแฝงขึ้นมาในศีลธรรมอันเป็นธรรมชาติเยือกเย็นมาดั้งเดิม

การฝึกทรมานตนให้เป็นเหมือนผ้าเช็ดเท้าจนเคยชินโดยไม่ยอมให้ตัวทิฐฐิมานะโผล่ขึ้นมาว่าตัวมีราคาค่างวดนี้

เป็นทางก้าวหน้าของธรรมภายในใจโดยสม่ำเสมอ

จนกลายเป็นธรรมชาติ เป็นธรรมชาติ ไม่หวั่นไหว เหมือนแผ่นดิน

ใครจะทำอะไรๆก็ไม่สะเทือน จิตที่ปราศจากทิฐฐิมานะทุกประเภทโดยประการทั้งปวงแล้ว

ย่อมเป็นจิตที่คงที่ต่อเหตุการณ์ดีชั่วทั้งมวล


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อ่านไปแล้ว ก็มาทำให้ ได้คิด นะคะ