เตือน"เด็ก"นั่งดูทีวี-เล่นเกมมากเกินไป เพิ่มเสี่ยงป่วยความดันสูง


พทย์ อเมริกัน เสนอผลวิจัยเตือนพ่อแม่ผู้ปกครองอย่าปล่อยให้ลูกๆ นั่งดูทีวี หรือนั่งเล่นเกมหน้าจอทีวีนานเกินไป เพราะเสี่ยงป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงก่อนวัยอันควร

น.พ.โจอี้ ซี ไอเซนแมน และคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยแห่งรัฐมิชิแกน เก็บข้อมูลเด็ก 111 คน อายุ 3-8 ขวบ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เด็กแต่ละคนจะสวมอุปกรณ์ที่ทำให้ผู้วิจัยล่วงรู้ถึงการประกอบกิจกรรมของร่าง กาย และจะให้ผู้ปกครองรายงานว่าเด็กๆ เหล่านี้ใช้เวลามากน้อยเพียงใดไปกับการชมโทรทัศน์ เล่นวิดีโอเกม วาดเขียน นั่งหรือเข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่ต้องลงแรงนัก

 

ผลลัพธ์ปรากฏว่า โดยเฉลี่ยแล้วเด็กจะนั่งอยู่นิ่งๆ วันละ 5 ชั่วโมง และจะใช้เวลาดูโทรทัศน์เฉลี่ยวันละ 1.5 ชั่วโมง

แม้ ผลการวิจัยนี้พบว่าพฤติกรรมอยู่นิ่งๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญกับความดันโลหิต แต่การดูทีวีและเล่นเกมอยู่หน้าจอโทรทัศน์ดูเหมือนส่งผลกระทบไปถึงความดัน โลหิต ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นคนอ้วนหรือผอม ทั้งยังพบด้วยว่าเด็กที่อยู่ในกลุ่มดูทีวีและเล่นเกมมากที่สุด จะมีความดันโลหิตสูงขึ้นมาก เมื่อเทียบกับเด็กที่อยู่ในกลุ่มดูทีวีและเล่นเกมน้อยที่สุด หรือเล่นไม่ถึงวันละครึ่งชั่วโมง

"วิธี การแก้ปัญหาก็คือปฏิบัติตามคำแนะนำของสถาบันกุมารแพทย์อเมริกัน ซึ่งกำหนดให้เด็กดูทีวีได้ไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง และต้องให้เด็กลุกขยับแข้งขาออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที" น.พ.โจอี้ แนะนำ

ผลวิจัยชี้ด้วยว่า การนั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์นานๆ จะมาควบคู่กับนิสัยชอบทานอาหารไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดความเครียด ส่งผลให้นอนหลับไม่สนิท และการนอนน้อยจะนำไปสู่อาการความดันโลหิตสูงได้เช่นกัน การค้นพบของน.พ.โจอี้สอดคล้องกับผลการวิจัยก่อนหน้านี้หลายชิ้นที่ระบุว่า การไม่เคลื่อนไหวร่างกายเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคอ้วน และความอ้วนก็เกี่ยวข้องเชื่อมโยงไปถึงความดันโลหิตสูง

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด
คำสำคัญ (Tags): #เด็ก#เล่นเกม
หมายเลขบันทึก: 284383เขียนเมื่อ 7 สิงหาคม 2009 21:39 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 08:31 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท