แหล่งกำเนิดป่านศรนารายณ์ คือประเทศเม็กซิโก ประเทศไทยนำมาปลูก เมื่อปี 2505 ที่สถานีทดลองพืชไร่ โนนสูงอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ป่านเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวใบมีเส้นใย นำไปใช้ประโยชน์ได้ เส้นใยมีลักษณะแข็ง เหมาะสมสำหรับใช้ในการทำอุตสาหกรรม การทำเชือก โดยเฉพาะเชือกที่ใช้ในทะเล ในโรงงานอุตสาหกรรม ใช้ทำเชือก ถุง กระสอบ กระเป๋า ผ้าปูพรม เยื่อกระดาษชนิดต่าง ๆ เครื่องโลหะที่ชุดโครเมียม เช่น ช้อนส้อม กันชนรถยนต์ โลหะสแตนเลส ในอุตสาหกรรมในครัวเรือน กลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตร หุบกะพง ใช้ประดิษฐ์จักสานชนิดต่าง ๆ เช่น หมวก กระเป๋า รองเท้า เข็มขัด ฯลฯ และในด้านการเกษตร เนื้อเยื่อจาก ป่านศรนารายณ์ ประโยชน์ทำปุ๋ยหมักเพื่อปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ และยังสามารถนำไปทำยาปฏิชีวนะ โดยใช้สารจากการสกัดและนำไปหมักใช้เป็นยาปฏิชีวนะ และรักษาโรคได้หลายชนิด
การปลูก ปลูกเป็นแถวระยะห่างต้น 1 เมตร และระหว่างแถว 1 เมตร เพื่อสะดวกแก่การตัดใบ ในหนึ่งไร่ปลูกได้ 4,000 ต้น ใช้เวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง จึงจะเริ่มตัดได้ ป่านจะเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 2 ปีขึ้นไป และต้นป่านมีความสูง 1.5 เมตร ขึ้นไป สามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 4-5 ปี หลังจากปลูกประมาณ 2 ปี ป่านต้นหนึ่งจะผลิใบได้ประมาณ 30 ใบ หรือไร่ละ 48,000 ใบต่อปี ใบป่านยาว 1 เมตร มีน้ำหนักเฉลี่ย 0.4 กิโลกรัม จากการทดสอบรีดเส้นใยใบป่านที่ยาว 1 เมตร จำนวน 100 ใบ จะได้เส้นใยตากแห้งสุทธิเฉลี่ยประมาณ 2.2 กิโลกรัม เส้นใยป่าน 1 กก. สามารถถักเปียได้ 250-300 เมตร เปีย 100 เมตร สามารถทำหมวกใบใหญ่ได้ 2 ใบ หมวกใบเล็กได้ 3 ใบ กระเป๋าจิ๋วได้ 20 ใบ
ป่านเส้นใยทำการแปรรูปได้หลายวิธี แต่ละวิธีจะได้เส้นใยที่มีคุณภาพแตกต่างกัน เส้นใยที่ได้จากการแปรรูปในโรงงานอุตสาหกรรม จะนำไปจำหน่ายในโรงงาน ส่วนราชการ แปรรูปด้วยมือ จะนำไปใช้ประโยชน์ในด้านงานหัตถกรรมในรูปของผลิตภัณฑ์ป่านเส้นใยป่านควรเก็บรักษาไว้ไม่ให้ถูกความชื้น หากถูกความชื้นจะขึ้นราทำให้เป็นจุดสีดำ การย้อมสีป่าน เป็นการทำให้ป่านเกิดสีสันชนิดต่างๆ มากมายตามความต้องการเพื่อนำไปใช้ในการทำผลิตภัณฑ์ชนิด ต่าง ๆ ตามความต้องการในการย้อมสีป่านที่ถูกต้อง จะทำให้ได้ป่านสีสวยและสีติดทนนาน เส้นใยป่านที่จำหน่ายในปัจจุบันราคากิโลกรัมละ 60- 80 บาท ใน 1 ไร่ จะมีรายได้จากการปลูกป่าน 6,00-8,000 บาท นับเป็นพืชที่ทำรายได้ดีพอควร สำหรับพืชที่ปลูกในพื้นที่แห้งแล้ง และไม่เหมาะสมแก่การปลูกพืชชนิดอื่น ๆ

ขั้นตอนในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ป่านศรนารายณ์ ต้องอาศัยทั้งความประณีตและชำนาญ เริ่มจากการ ตัดใบป่าน ซึ่งมีขนาดยาว 1.5 เมตร จากนั้นนำใบป่านที่ตัดมารีดให้เป็นเส้นใยสีขาว ล้างน้ำสะอาด แล้วตากแดดให้แห้ง เมื่อได้ เส้นใยป่านแล้ว นำมาถักเป็นเปีย หรือฟั่นเกลียวเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ การถักเปีย เริ่มต้นถักโดยใช้เส้นใยป่านผูกไว้ แล้วแยกออกเป็น 3 เส้น ถักเป็นเปีย นำเปียและเกลียวป่านไปย้อมสี ล้างน้ำสะอาดแล้วพึ่งแดดให้แห้ง เย็บเปียและเกลียวป่านเป็นแผง แล้วขึ้นรูปตามหุ่นแบบเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ

แหล่งกำเนิดป่านศรนารายณ์ คือประเทศเม็กซิโก ประเทศไทยนำมาปลูก เมื่อปี 2505 ที่สถานีทดลองพืชไร่ โนนสูงอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ป่านเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวใบมีเส้นใย นำไปใช้ประโยชน์ได้ เส้นใยมีลักษณะแข็ง เหมาะสมสำหรับใช้ในการทำอุตสาหกรรม การทำเชือก โดยเฉพาะเชือกที่ใช้ในทะเล ในโรงงานอุตสาหกรรม ใช้ทำเชือก ถุง กระสอบ กระเป๋า ผ้าปูพรม เยื่อกระดาษชนิดต่าง ๆ เครื่องโลหะที่ชุดโครเมียม เช่น ช้อนส้อม กันชนรถยนต์ โลหะสแตนเลส ในอุตสาหกรรมในครัวเรือน กลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตร หุบกะพง ใช้ประดิษฐ์จักสานชนิดต่าง ๆ เช่น หมวก กระเป๋า รองเท้า เข็มขัด ฯลฯ และในด้านการเกษตร เนื้อเยื่อจาก ป่านศรนารายณ์ ประโยชน์ทำปุ๋ยหมักเพื่อปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ และยังสามารถนำไปทำยาปฏิชีวนะ โดยใช้สารจากการสกัดและนำไปหมักใช้เป็นยาปฏิชีวนะ และรักษาโรคได้หลายชนิด
การปลูก ปลูกเป็นแถวระยะห่างต้น 1 เมตร และระหว่างแถว 1 เมตร เพื่อสะดวกแก่การตัดใบ ในหนึ่งไร่ปลูกได้ 4,000 ต้น ใช้เวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง จึงจะเริ่มตัดได้ ป่านจะเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 2 ปีขึ้นไป และต้นป่านมีความสูง 1.5 เมตร ขึ้นไป สามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 4-5 ปี หลังจากปลูกประมาณ 2 ปี ป่านต้นหนึ่งจะผลิใบได้ประมาณ 30 ใบ หรือไร่ละ 48,000 ใบต่อปี ใบป่านยาว 1 เมตร มีน้ำหนักเฉลี่ย 0.4 กิโลกรัม จากการทดสอบรีดเส้นใยใบป่านที่ยาว 1 เมตร จำนวน 100 ใบ จะได้เส้นใยตากแห้งสุทธิเฉลี่ยประมาณ 2.2 กิโลกรัม เส้นใยป่าน 1 กก. สามารถถักเปียได้ 250-300 เมตร เปีย 100 เมตร สามารถทำหมวกใบใหญ่ได้ 2 ใบ หมวกใบเล็กได้ 3 ใบ กระเป๋าจิ๋วได้ 20 ใบ
ป่านเส้นใยทำการแปรรูปได้หลายวิธี แต่ละวิธีจะได้เส้นใยที่มีคุณภาพแตกต่างกัน เส้นใยที่ได้จากการแปรรูปในโรงงานอุตสาหกรรม จะนำไปจำหน่ายในโรงงาน ส่วนราชการ แปรรูปด้วยมือ จะนำไปใช้ประโยชน์ในด้านงานหัตถกรรมในรูปของผลิตภัณฑ์ป่านเส้นใยป่านควรเก็บรักษาไว้ไม่ให้ถูกความชื้น หากถูกความชื้นจะขึ้นราทำให้เป็นจุดสีดำ การย้อมสีป่าน เป็นการทำให้ป่านเกิดสีสันชนิดต่างๆ มากมายตามความต้องการเพื่อนำไปใช้ในการทำผลิตภัณฑ์ชนิด ต่าง ๆ ตามความต้องการในการย้อมสีป่านที่ถูกต้อง จะทำให้ได้ป่านสีสวยและสีติดทนนาน เส้นใยป่านที่จำหน่ายในปัจจุบันราคากิโลกรัมละ 60- 80 บาท ใน 1 ไร่ จะมีรายได้จากการปลูกป่าน 6,00-8,000 บาท นับเป็นพืชที่ทำรายได้ดีพอควร สำหรับพืชที่ปลูกในพื้นที่แห้งแล้ง และไม่เหมาะสมแก่การปลูกพืชชนิดอื่น ๆ

ขั้นตอนในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ป่านศรนารายณ์ ต้องอาศัยทั้งความประณีตและชำนาญ เริ่มจากการ ตัดใบป่าน ซึ่งมีขนาดยาว 1.5 เมตร จากนั้นนำใบป่านที่ตัดมารีดให้เป็นเส้นใยสีขาว ล้างน้ำสะอาด แล้วตากแดดให้แห้ง เมื่อได้ เส้นใยป่านแล้ว นำมาถักเป็นเปีย หรือฟั่นเกลียวเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ การถักเปีย เริ่มต้นถักโดยใช้เส้นใยป่านผูกไว้ แล้วแยกออกเป็น 3 เส้น ถักเป็นเปีย นำเปียและเกลียวป่านไปย้อมสี ล้างน้ำสะอาดแล้วพึ่งแดดให้แห้ง เย็บเปียและเกลียวป่านเป็นแผง แล้วขึ้นรูปตามหุ่นแบบเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ



วังยางรีสอร์ท อยู่ที่ อ.ศรีประจันต์ เดินทางสะดวก แยกจากถนนใหญ่ไปประมาณ 100 ม.สถานที่บรรยากาศดี ติดแม่น้ำท่าจีน ผมได้เกลิ่นไว้บางแล้ว ให้ขอสายคุณ โม บอกที่ ผอ.ประจักษ์ โทรมาคุยไว้ ติดขัดอย่างไร บอกมาจะประสานให้ ยินดีที่ได้รับใช้http://www.wangyangresort.com/
(*-*) สวัสดีค่ะ ผอ.ประจักษ์
(*-*) ขอบคุณมากค่ะ จะให้น้องที่ฝ่ายส่งเสริมฯ ติดต่อไปที่วังยางรีสอร์ทค่ะ