เวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง ในห้องผ่าตัด ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด มีเสียงเครื่องมือกระทบกันดังกริ๊งกร๊างเป็นบางที

                                    

                        " กริ๊ง ๆ ๆ"     เสียงโทรศัพท์ของหอพักพยาบาลดังขึ้น 

                        " น้องเก๋......หมอเรียกทีมผ่าตัดด่วน"

        เสียงของพี่พยาบาลหัวหน้าห้องฉุกเฉินละล่ำละลักมาตามสาย ฉันงัวเงียตื่นรับโทรศัพท์ นึกไว้แล้วเชียวว่าต้องเป็นแบบนี้ คิดว่าฝันเสียอีก ลงเวรดึกยังไม่ได้นอนสักตื่นเลย ต้องเข้าทีมผ่าตัดอีกแล้ว เมื่อตั้งสติได้ ฉันรีบกระโดดลงจากเตียง และวิ่งไปห้องฉุกเฉินทันที              

        ฉันวิ่งผ่านเส้นทางเข้าห้องฉุกเฉิน ตรงไปยังห้องรอคลอด หญิงสาวผมยาวในชุดของโรงพยาบาลนอนบิดตัวไปมา เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า บีบมือของชายหนุ่มที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง ริมฝีปากเม้มสนิทเป็นเส้นตรง แววตาที่ส่งมาเสมือนกับรอคอยอะไรบางอย่าง

                  "เซ็ท ซีซ่า เลย  ได้ทีมครบ 5 คน แล้วใช่มั้ย?

        เป็นเสียงสั่งแกมบังคับของชายรูปร่างสูงใหญ่ ผิวสีแทนเข้ม  สวมเสื้อกาวน์สีขาวที่กำลังสาวเท้าเข้ามาในห้องรอคลอดของโรงพยาบาล ดังแทรกขึ้นกลบเสียงของ Drop Tone เครื่องฟังเสียงหัวใจทารกในท้องแม่ที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ "หมอป้อม" ก้าวเข้ามา พร้อมกับกวาดสายตามองหาทีมผ่าตัด

            เวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง ในห้องผ่าตัด ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด มีเสียงเครื่องมือกระทบกันดังกริ๊งกร๊างเป็นบางที ฉันเหลือบมองใบหน้าที่มุ่งมั่นของหมอป้อม แววตาที่เด็ดเดี่ยว เอาจริงเอาจังในการทำงาน ทุกครั้งที่มีการผ่าตัด ทุกคนเชื่อมั่นและเชื่อใจว่า หมอป้อมจะทำให้การผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา  

การรอคอยสิ้นสุดลง ฉันโล่งใจเมื่อการผ่าตัดคลอดเสร็จสิ้นและผลการผ่าตัดเป็นที่น่าพอใจ ฉันเดินไปเปลี่ยนชุด สายตาเหลือบเห็นหมอป้อมเดินออกมาจากห้องผ่าตัด แจ้งให้พยาบาลย้ายผู้ป่วยไปห้องพักฟื้น และนอนพักสังเกตอาการต่อหลังผ่าตัดอีก 2 ชั่วโมง  แล้วเดินตรงไปแจ้งข่าวดีให้ชายหนุ่มที่รออยู่อย่างกระวนกระวายหน้าห้องผ่าตัดทราบ

                   "เดี๋ยวได้ออกมาแล้วนะ...หมอขอดูต่อในห้องพักฟื้นอีกซัก 2 ชั่วโมงก่อนนะครับ"

      เสียงพูดที่ปนหัวเราะเบาๆบนใบหน้าประสานรับกับรอยยิ้มกว้างของชายหนุ่มซึ่งบัดนี้ได้เป็นพ่อคนแล้ว ทำให้ฉันรู้สึกถึงความอิ่มเอิบในใจ บัดนี้ความเหน็ดเหนื่อยได้หายไปหมดสิ้น คงเหมือนเพื่อน ๆ ร่วมทีมผ่าตัดทุกคน ที่ได้ก้าวผ่านวิกฤติของใครบางคน และเราเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยฉุดให้เขาผ่านพ้นมาได้

   ฉันดีใจที่ครั้งหนึ่ง "หมอป้อม" ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของโรงพยาบาล ได้ช่วยให้ผู้ป่วยหลายๆคนที่ต้องรับการผ่าตัด ไม่ต้องไปไกลถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัด หมอป้อมสามารถให้การดูแลรักษาได้ภายในโรงพยาบาล 30 เตียงเล็กๆ ที่มีแค่หมอเวชปฏิบัติทั่วไปเท่านั้น แม้ว่าวันนี้หมอป้อมจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว แต่ก็ยังตั้งหน้าตั้งตาทำงานในตำแหน่งหมอศัลยกรรมระบบประสาทอย่างทุ่มเทไม่ต่างจากเดิมที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด

       และ.......เขาได้ทิ้งความทรงจำอันยิ่งใหญ่ ให้...ประทับอยู่ในใจฉันและหลายคนที่นี่...ไม่รู้ลืม

                                                                        

                                                                                                                                                                                                       ศิริจันทร์  รัตนภักดี

                                                      หัวหน้างานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน

เรื่องราวของ             นายแพทย์บุญเลิศ  มิตรเมือง

            แพทย์ศัลยกรรมระบบประสาท  โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์