บางครั้งมุมมองของตนอาจถูกหรือผิดก็ได้
อย่างนิทานปรัมปราเรื่องต่อไปนี้
เทวดากับหนอน
.
..
...
....
.....
กาลครั้งหนึ่ง มีเทวดาตนหนึ่งเหาะผ่านวัดแห่งหนึ่ง ได้พบเห็นหนอนตัวดำกำลังดำผุดดำว่ายอยู่ในหลุมคูถ ระลึกขึ้นได้ว่าเคยเป็นสหายสนิทกันมาในชาติปางก่อน เห็นสภาพสหายต้องตกต่ำอยู่อย่างนั้นก็เกิดความสงสาร อยากจะช่วยให้เพื่อนได้พ้นจากหลุมคูถแห่งนี้ จึงเหาะลงมาชวนสหายเก่าว่า
"รีบขึ้นมาจากหลุมคูถเถิด มันทั้งเหม็นและสกปรกมาก ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ด้วยกันเถิด”
เจ้าหนอนกำลังง่วนอยู่กับอาจม ถูกขัดจังหวะเข้า ก็ย้อนถามไปว่า "บนสวรรค์มีดีอะไร"
เทวดาก็ตอบว่า "บนสวรรค์จะอยู่ในวิมานที่มีความงดงาม มีอาหารทิพย์นานาชนิด อยากกินอะไรก็เนรมิตเอาตามชอบใจ"
หนอนคิดอยู่อึดใจเดียวก็ร้องตอบเทวดาผู้เป็นสหายไปว่า "เราไม่ไปหรอกท่าน อยู่ที่นี่สบายกว่า กันเยอะ อยากจะกินอะไรก็ไม่ต้องเสียเวลาเนรมิตให้เหนื่อย ถึงเวลาพระคุณเจ้าจะมาเนรมิตให้เอง" ว่าแล้วหนอนอ้วนก็มุดหายไปในอาจม!
เรื่องนี้แสดงว่าคนที่มีอวิชชา(ความโง่)เป็นพื้นฐานจิตใจจะไม่เข้าใจสิ่งทั้งหลายตามเป็นจริง และยึดติดในมุมมองของตน หนอนอ้วนเป็นสัญลักษณ์แทนความโง่ เมื่อมีความโง่เป็นพื้นฐาน ก็คิดอย่างโง่ ๆ...แล้วก็จะจมอยู่ในความโง่นั้น เทวดาเป็นสัญลักษณ์แทนปัญญา รู้เท่าทันสิ่งทั้งหลายตามเป็นจริง ย่อมคิดที่จะออกจาก”กองทุกข์”นั้น แต่การที่เทวดาชวนหนอนอ้วนไม่สำเร็จ แสดงว่ากระบวนการแก้ปัญหาของเทวดานั้นถึงแม้จะถูกต้อง แต่ก็ต้องขึ้นกับเหตุปัจจัยอื่นด้วย เมื่อหนอนอ้วนไม่ให้ความร่วมมือการแก้ปัญหาก็ไม่สำเร็จ
ธรรมะสวัสดีขอรับ..
นมัสการหลวงน้าเจ้าค่ะ
หนูอ่านนิทานของหลวงน้าแล้ว ทำให้คิดถึงคุณครูสอนเหมือนกันค่ะว่า
คนเราก่อนที่จะรับการอบรมสั่งสั่งสอนนั้น หากเป็นผู้เรียนรู้และศึกษามาก่อนก็จะเข้าใจง่ายขึ้น
เหมือนกับการไปบอกให้คนทำจิตให้นิ่ง แต่เขาไม่เคยเรียนรู้เรื่องการฝึกสมาธิ และไม่เคยรู้เรื่องธรรมะดีอย่างไร เขาก้ไม่ทำตาม
หนูกลัวเม้นท์ไม่เข้าใจ พอแค่นี้ก่อนนะคะ
ขอขอบพระคุณค่ะ
เห็นด้วยครับ
แต่อย่ากลัวเข้าใจยังไงก็อธิบายตามที่หนูเข้าใจนะจ๊ะ
ความดีจงคุ้มครองจ๊ะ..