พระพุทธเจ้า ตรัสว่า ธรรมทั้งหลายทั้งปวง รวมลงที่ "จิต"
และยังตรัสไว้อีกว่า ตนเป็นที่พึ่งของตน
เมื่อทุกคนอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงนี้อยู่ ต่างก็ประจักษ์แล้วว่า ที่สุดแห่งความทุกข์ จำเป็นต้องป้องกัน และแก้ไข หาทางออก ระบายให้ได้ ผ่อนหนักเป็นเบา จะเป็นความเครียด ความทุกข์ร้อน ความกังวลใดๆ ทั้งหมดนี้ มักเกิดขึ้นกับทุกคนได้เสมอ
กิจวัตรประจำวัน และคุณประโยชน์ในการใช้ชีวิต ต่างคาดหวัง ที่จะมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จ และมีความสุขที่แท้จริง ความสุขที่ยิ่งกว่าสุข นั่นคือ ความสงบจากจิตใจภายใน
"จิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมนำความสุขมาให้ ความสุข เสมอความสงบเป็นไม่มี"
เมื่อฝึกจิตตน ให้มีความสงบภายในได้แล้ว ให้ก้าวเดินต่อ เจริญภายในให้มีการพิจารณาสภาวะ ตามรู้ ตามเห็น สม่ำเสมอ มีสมาธิไปพร้อมกับการเจริญปัญญาภายใน
ฝึกจิต เพื่อตอกย้ำตนให้พ้นทุกข์ การประคองจิต ควบคู่กับกาย ที่ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลานี้ เพื่อให้จิตได้ทำหน้าที่ของมัน ภายนอกมีเรื่องราวมากมาย ภายในก็มีเรื่องมากไม่แพ้กัน จะว่าไปแล้ว ภายในกลับมีเรื่องมากมายกว่าหลายขุมภพ ทุกคนสะสมกรรมมามากนับภพอสงไขยฯ แล้วอะไรล่ะ ชีวิตที่สมบูรณ์ ที่เจ้าของชีวิตจะต้องกระทำกัน
พระพุทธองค์ ชี้ขุมอริยทรัพย์ภายใน ให้ปฏิบัติถึงภายในจิต พึ่งจิตเป็นแพข้ามฟาก เพื่อความหลุดพ้น ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก ไม่ต้องอยู่ แต่วังวนที่น่าสงสารอีกต่อไป
พระพุทธองค์ “ เปรียบธรรมะเหมือนแพข้ามฟาก ที่เราสามารถพึ่งได้ เพื่อเป็นที่เกาะข้ามฟาก เมื่อถึงฝั่งแล้ว ต้องละแพจึงขึ้นสู่ฝั่งได้ ”
"ธรรมทั้งหลาย รวมลงที่...จิต"
เมื่อจิตนำพา..ให้มาเกิดอีกในชาติปัจจุบัน เราจะเห็นแล้วว่า จิต...อันทรงพลัง เป็นผู้ชี้ชะตากรรม พาเราให้มาเกิดอีก แรงกรรมเป็นมวลเหตุทั้งหมด จิตกุศล จิตอกุศลถูกสะสมภายใน ทุกคนมาเกิดอีก เพราะไม่ได้เคลียรอาสวะ นั่นคือกิเลสที่สะสมมาตลอด ไม่ได้เคลียรกรรม แรงกรรมที่กระทำลงไป เป็นผลลัพธ์ เป็นต้นเหตุของชีวิต ฉะนั้นเราต้องเคลียรกรรมเหล่านั้นด้วย เราจะนิ่งดูดาย ที่จะต้องข้ามพ้นบ่วงมารทั้งอดีตชาติ และปัจจุบันชาติ
จิตหลุดพ้น เพราะไม่ยึดมั่น ไม่อ่อนซ้อนในการฝึกจิต ให้รู้จักวางตัว รู้ตัว เพื่อรู้ เห็น และปล่อยวางเป็น
ฝึกจิต ให้เป็นสวรรค์ เป็นฐานมั่น ตั้งรับกับทุกสิ่งที่เข้ามา เฝ้ารู้เพื่อกลั่นกรองกระแส ทันเหตุการณ์อะไรเป็นเรื่องดีไม่ดี ทำแล้วร้อนใจหรือทำแล้วเย็นใจ เป็นจิตปัจจุบันด้วยคุณภาพ เป็นจิตปัจจุบันด้วยความรู้สึกภายใน ที่ถูกจุดถูกทาง รู้สภาวะภายในด้วยความรู้สึกข้างใน (มีสัมปชัญญะ) ด้วยความเห็นที่ถูกต้อง ด้วยสติที่มีฐานตั้งมั่น ตรงจุด ตรงแก่นแท้ แห่งการรวมความรู้สึกได้เร็ว ทันเหตุการณ์ ทันสภาวธรรม ทั้งหมดเป็นสมาธิที่ตั้งมั่น สงบได้เร็ว กลับมาได้ทัน ควบคู่กับการเข้าใจตลอดทั้งเรื่องราว และเหตุการณ์ในเวลานั้น (มีโยนิโสมนสิการ) แยบคาย เข้าใจตั้งแต่ต้นเหตุ รู้ผลลัพธ์ที่ตามมา ทันด้วยสติที่ระลึกได้ รู้สภาวะ รู้ปรมัตถของความจริงทุกขณะจิต
ภายนอกมี ภายในก็มี ภายนอกมีอะไร ไม่ดีไม่งาม ย้อนกลับเข้ามา รู้สึกภายใน เป็นเทคนิดที่พระพุทธองค์ ทรงตรัสตลอด ให้มีสัมปชัญญะ ตามรู้สึกภายใน ที่พึ่งภายในตนเอง ใช้ให้เป็นจริง เผลอเมื่อไหร่ เผลอบ่อยๆ ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องโกรธตนเอง ไม่ต้องลังเลสงสัยใดๆ ไม่ต้องเที่ยวควานหาคำตอบ ทำให้ตรงจุด ตรงประเด็น มีจิตที่รู้ตัวเสมอ ตั้งมั่นภายใน เชื่อในสิ่งที่ทำ ความรู้สึกข้างในตน แรกๆ ต้องหมั่นเตือนตนเองบ่อยๆ ทำให้เกิดความเคยชิน ทำให้เป็นนิสัย ควบคู่กับการดำเนินชีวิตประจำวัน ทำให้เป็นวัฒนธรรมประจำใจตน
นึกได้เมื่อไหร่ กลับมารู้สึกภายในไว้ สังเกตความรู้สึก ณ ตอนนั้นๆ ใช้จิตภายในทำงาน แรงกรรมมา จำเป็นต้องใช้ ไม่ต้องไปทะยานทะเยออยากจะให้อะไรเกิดกับชีวิต กระแสอะไรผ่านเข้ามา ให้รู้ทางเข้ามาของกระแส อายตนะทั้งหก ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ให้รู้ ให้เห็น ทัน ภายในรู้สึกไป สบายๆ ไม่ต้องแสดงทีท่าออกมา จิตมีหน้าที่มองให้ทัน มองแบบสบายๆ ไม่มีความกังวลใดๆ ไม่สงสัยลังเลต่อการปฏิบัติ ไม่เค้น ไม่รีบ ผ่อนสบายๆ เพื่อรู้เห็นได้ชัด เพื่อคลาย กรองกระแสต่างๆ ได้ทัน แม้จะเป็นกระแสที่ละเอียด ภายในก็นุ่มนวล ตั้งมั่น แข็งแกร่งด้วยประสบการณ์ภายใน อ่อนสลวยควรแก่การงาน เป็นสัมมาสมาธิที่ลึก เป็นจิตที่พร้อมทำงาน เปิดทางรับรู้ รู้รอบ ปัญญาภายในเจริญอย่างแท้จริง จิตได้เรียนรู้ความจริงของแท้ที่เป็นปรมัตถธรรมนั้นๆ
จิตที่มีความเป็นหนึ่งเดียว กับการใช้ชีวิตที่ต้องก้าวเดินต่อ ใจที่เป็นดาบสองคมที่รู้จักการเอาใจใส่ เลือกความปลอดภัยให้กับชีวิตตน เป็นใจที่ไม่ละเลยต่อความสงบภายใน ไม่ขัดเคืองต่อความวุ่นวาย ไม่รังเกียจกับความสับสน ความเครียด ความทุกข์ ความสุขใดๆ แต่รู้จักหาคำตอบให้กับชีวิตตนเอง มีทุกข์ก็สามารถดับทุกข์นั้นๆ ได้ทัน ทันรู้ตัวสภาวะ ทำได้จริงจากที่เพียรรู้ตัว รู้สิ่งที่ปรากฎขึ้น รู้บทบาทเหตุแห่งสภาวะนั้น รู้ผลลัพธ์เป็นคำตอบอย่างชำนาญ รู้เหตุล่วงหน้า วินิฉัยด้วยจิต จิตจะเป็นผู้สังเกตุการณ์ เห็นภาพชัดเจน ไม่ทุกข์เพราะตนรู้สึกตัวตลอดนั่นเอง
Be Happy!
http://www.meeoom.com
ขุม" อริยทรัพย์"
"พระพุทธเจ้า ชี้ขุมอริทรัพย์ภายใน พระองค์ท่านชี้ให้ปฏิบัติเข้าถึงจิตภายใน เพื่อยังประโยชน์ท่าน และตนเองให้มีความปลอดภัย จากสรรพสิ่งภายนอก ที่มีอยู่เป็นธรรมดา"
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นางสาว sarina sama-ar · 2 ส.ค. 2552
wanmusa · 2 ส.ค. 2552
เมื่อดอกรักบาน · 2 ส.ค. 2552
หนึ่งในใต้หล้า · 2 ส.ค. 2552
แตงไทย · 2 ส.ค. 2552
ปัตตีมะฮ์ · 2 ส.ค. 2552
soobree52 · 2 ส.ค. 2552