หว่างเช้า หว่างเพล

วันนี้... มีการบวชที่วัด ซึ่งตอนแรกนั้นตกลงกันว่าจะบวชตอนบ่าย แล้วก็ไปฉลองตอนเช้าของพรุ่งนี้ แต่ญาติของเจ้านาคซึ่งอยู่พัทลุงไม่ว่าง จึงได้ติดต่อท่านอุปัชฌาย์เพื่อจะบวชตอนเช้าจะได้ฉลองให้เสร็จภายในวันเดียว ดังนั้น จึงตกลงว่านาคจะเข้าโบสถ์ตีเจ็ด ( ๐๗.๐๐น. หรือหนึ่งโมงเช้าตามภาษากลาง) สรุปว่าบวชเสร็จเป็นภิกษุเวลา ๐๘.๑๔ น. หลังจากนั้นก็ฉลองตักบาตรในโบสถ์เสร็จเรียบร้อย ใกล้ตีเก้าก็ออกจากโบสถ์ และแล้วบรรดาญาติของพระใหม่ก็มาจัดอาหารเลี้ยงพระในศาลาการเปรียญ โดยจะเลี้ยงเฉพาะพระ-เณรในวัด ส่วนท่านอุปัชฌาย์และพระอันดับที่นิมนต์มาจากวัดอื่นๆ ท่านจะรืบกลับเพื่อไปงานอื่นตอนเพล...

หลังจากลงจากโบสถ์ ผู้เขียนก็ต้อนรับญาติโยมที่มาจากหาดใหญ่ เป็นญาติของเพื่อน ลูกเรียนอยู่กรุงเทพฯ จะมาลากลับไปเรียนต่อ จึงมาเยี่ยมพร้อมทั้งนำแต้เตี้ยมมาถวาย... เนื่องด้วยในศาลาฯ คนเยอะ จึงชวนกันไปที่กุฏิด้านใน ก็ฉันกาแฟและแต้เตี้ยมกับหลวงพี่อีกรูป พร้อมทั้งสนทนากับญาติโยมที่บอกว่าจะรีบกลับไปธุระ... ฉันเสร็จก็ส่งญาติโยมแล้วกลับมาที่ศาลาฯ ปรากฎว่ามีพระเก่ากับพระใหม่เพิ่งบวชกำลังฉันข้าวอยู่ที่อาสน์สงฆ์ ส่วนด้านล่างบรรดาญาติโยมของพระใหม่ก็กำลังรับประทานอาหารกันอยู่ และมีญาติผู้ใหญ่ของพระใหม่ท่านหนึ่งบอกว่า "หว่างเช้า หว่างเพล" ... ผู้เขียนก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเข้าใจดี และคาดเดาว่า พระใหม๋คงจะหิว เพราะมาวัดเพื่อปลงผมตั้งแต่ก่อนหกโมงเช้า...

ผู้เขียนก็เอาของไปเก็บที่กุฏิ กลับมาที่ศาลาฯ ก็เห็นสำรับอาหารมีอยู่ชุดเดียว กับข้าวกับปลาอื่นๆ ญาติโยมก็แบ่งใส่ถุงกันหมดแล้ว คงเหลือแต่หม้อเปล่าๆ... จึงสำนึกรู้ทันทีว่า มีปัญหาอีกแล้ว จะฉันเพลกันอย่างไร ? แต่ก็อุ่นใจที่หลวงพี่อีกรูปบิณฑบาตมาได้เยอะพอสมควร พอที่จะฉันเพลได้ ๒-๓ รูป ดังนั้น จึงให้เณร ๓ รูปไปฉันที่ศาลาฯ ส่วนผู้เขียนกับพระอื่นจำนวน ๓ รูป ไปฉันที่กุฏิ พระเถระอีกรูปท่านมีโยมนำอาหารมาถวาย ส่วนพระักับพระใหม่อีกรูปที่ฉันหว่างเช้าหว่างเพล ไม่ได้ตามไปดู แต่ถือว่าท่านฉันแล้ว แม้ไม่ได้ฉันก็น่าจะไม่มีปัญหา...

เมื่อวานนี้ ผู้เขียนได้บอกโยมญาติเจ้านาคว่า ให้จัดสำรับอาหารไว้ ๒ วง โดยวงหนึ่งสำหรับพระและวงหนึ่งสำหรับเณร... แต่เพราะบวชเช้าเกินไป หลังจากพระใหม่กับพระอีกรูปฉันวงหนึ่งแล้ว ไม่ได้กำชับให้ญาติโยมจัดสำรับใหม่ไว้มื้อเพล จึงทำให้อาหารขาดไปชุดหนึ่ง กล่าวคือ เหลืออยู่วงเดียว จะให้พระฉัน เณรก็คงอด แต่ถ้าให้เณรฉัน พระก็คงอด... ไม่อยากจะโทษใคร ถือว่าเป็นความบกพร่องของผู้เขียนในฐานะผู้จัดการวันนี้ และจะจำไว้เป็นบทเรียนว่า ถ้ามีกรณีบวชเช้าเกินไป ต้องรอบคอบเรื่องนี้ ไม่ให้เกิดขึ้นอีก...

คำว่า "หว่างเช้า หว่างเพล" เป็นสำนวนปักษ์ใต้ คือ เวลาฉันเช้านั้น จะอยู่ระหว่างตีเจ็ดถึงตีแปด และเวลาเพลนั้นจะอยู่ตีสิบเอ็ด ส่วนเวลาระหว่างเช้ากับเพลจะอยู่ประมาณตีเก้าถึงตีสิบ โดยเรียกกันสั้นๆ ว่า "หว่างเช้า หว่างเพล" คือ อยู่ช่วงกลางระหว่างเวลาฉันเช้ากับเวลาฉันเพล... กรณีนี้จะใช้สำหรับตอนเช้าไม่ได้ฉัน จะรอฉันตอนเพลก็หิวเกินไป และถ้าฉันหว่างเช้าหว่างเพลแล้ว จะฉันเพลอีกก็ยังอิ่มอยู่ การฉันหว่างเช้าหว่างเพลก็คือรวบทั้งสองมื้อเข้ามือเดียวนั้นเอง...

ก็ขอบอกเล่าสำหรับผู้มาทำบุญเลี้ยงพระในวัด ถ้ามีเลี้ยงระหว่างเช้ากับเพล ก็ควรตรวจตราดูให้รอบคอบ ดังเช่นวันนี้ ถ้าจัดสำรับใหม่ไว้เลี้ยงพระที่เหลือตอนเพล ก็จะไม่มีปัญหา มิใช่ว่า พอจัดที่พระเสร็จแล้วก็เลี้ยงกันเอง พอเลี้ยงกันเองเสร็จแล้วก็ตักแกงใส่ถุงแจกจ่ายกันไป ปรากฎว่ากับข้าวกับปลาแจกกันหมดแล้ว พระ-เณรส่วนใหญ่ยังไม่ได้ฉัน จะบอกให้เอาแกงจากถุงคนโน้นคนนี้มาใส่จานเลี้ยงพระ-เณร หรือจะให้ไปจัดหากับข้าวกับปลามาใหม่ ก็กระไรอยู่...

อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้นำ ก็ถือว่ามีความบกพร่อง เพราะไม่สามารถผลักภาระความรับผิดชอบในเรื่องนี้ได้...