(ยืมภาพมาจากท่านรอง small man)




- เมื่อวานก็ประชุมกับผู้ใหญ่ วันนี้ก็ประชุมพาทีมงานสอบให้ผ่าน เป็นเหตุให้เมื่อคืนเผลอหลับไปโดยไม่ได้อาบน้ำ ไม่ได้สวดมนต์ ทำให้ฝันเป็นตุเป็นตะว่าได้เหาะเหินเดินอากาศไปตามเรื่อง
- ถึงจะใช้สมองคิดเรื่องทางโลกหนักมาถึงสองวันเต็ม ๆ แต่ก็ไม่เป็นไร จิตแค่กระเพื่อมไปตามเรื่องทางโลกที่ต้องคิด แต่มาตะบะแตกจนได้เมื่อได้เจอกับคนประเภทดั่งที่ท่าน small man เขียนไว้ในบันทึก ธรรมะรับอรุณ : ทางชีวิตที่ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
- นึกว่า ภุมิธรรมเราเองจะแน่! ที่ไหนได้พอเจอเสือ สิงห์ กระทิง แรด ก็โมโหกระจุยกระจายเหมือนกันครับ
ประเด็นที่น่าสนใจ
- ภูมิธรรม สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่บรรลุนั้น ดูไปก็คล้าย ๆ แบ็ตเตอรี่ที่ต้องกลับมาชาติภูมิธรรมเป็นระยะ ๆ ครับ
- อีกประเด็นหนึ่ง คือ ถ้ามีเส้นแบ่งเขตปุถุชนกับอริยชน การที่เราพัฒนาไปสู่อริยชนชั่วคราว แล้วกลับลงมาเป็นปุถุชนเหมือนเดิมนั้น ตอนข้ามเส้นเขตแดนนั้น มันดูแปลก ๆ อย่างมีนัยสำคัญ ดูไปก็คล้าย ๆ โขงสีปูน มูลสีคราม
- เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผม รู้สึกว่า การเดินทาง "ธรรมที่ไม่เป็นธรรมชาติ" หรือ อยู่ระหว่างการฝึกนั้น ดูเหมือนเราจะจัดสิ่งแวดล้อมให้เป็นเหมือนห้องทดลอง เหมือนไข่ในหิน ตัดตัวแปรที่ไม่เกี่ยวข้องออกให้หมด ฝึกแล้วเดิน เดินแล้วฝึก แต่พอเผลอเมื่อไร เช่นต้องใช้ความคิดทางโลกในชีวิตประจำวันอย่างหนักแล้ว ภูมิธรรมก็จะเสื่อมกลับข้ามพรมแดนมาฝั่งโลก แต่ "สัญญา" ความจำได้หมายรู้ก็จะกลับมาเข้มแข็งมากขึ้นทำงานเหมือนเดิม สัญชาติญาณแบบโลก ๆ ก็จะกลับมาทำงานอย่างเต็มที่ มันก็เลยทำให้โมโหโทโส ใช้วิถีชีวิตแบบโลก ๆ จัดการกับปัญหาอย่างอัตโนมัติ
- ระหว่างที่พิจารณาปัญหาและหาทางแก้ปัญหาแบบโลก ๆ นั้น พลัง "ธรรม" หรือ สติก็เห็นและพยายามเลือกเฟ้นธรรมเพื่อดึงจิตดึงใจให้สูงขึ้นไป
- แต่จิตฝ่ายโลกก็จะเริ่มตั้งข้อสังเกตุ จิตฝ่ายธรรม ว่า ท่านไม่เหมาะจะแก้ปัญหานี้ ท่านเดินสวนทางกลับปัญหา ท่านอ่อนเกินไปที่จะแก้ป้ญหานี้
- ชัคคะเย่อ ทางใจก็เริ่มขึ้น สูสี พลิกไป พลิกมา อย่างน่าสนใจ
- จิตฝ่ายธรรม เปิดตำราไม่ทัน ก็โยนเครื่องมือเท่าที่ระลึกได้อย่างเช่น พรหมวิหาร 4 คือ ให้มีความเมตตา กรุณา ต่อเสือ สิงห์ กระทิง แรด เหล่านั้น ...
สวัสดีครับ
ตามมาดูเสือสิงห์กระทิงแรดครับ
มันออกอาละวาดมาถึงบันทึกคุณเด็กข้างบ้านเลยเหรอครับ
ระวังหน่อยนะครับ
ตามมาดูภาพครับ
สุด ๆ ทั้งนั้น
อิอิ
สวัสดีครับ ท่านรองฯ
สวัสดีครับ ครูโย่ง
รักษาสุขภาพนะคะ
สวัสดียามเย็นครับ พี่ศศินันท์
มองในแง่ดีท่านได้ทดสอบวิชานะขอรับว่าผ่านหรือไม่..
..ของจงรู้เนื้อรู้ตัวอยู่ทุกขณะ จะช้างม้าวัวควายก็กระเด็นขอรับ....
กราบนมัสการ พระคุณเจ้า
(กราบ 3 หน)
ที่ท่านถามว่า.ด้วยความเขลาของกระผม ทำให้เข้าใจไม่หมด จึงขอเรียนถามพระคุณเจ้าเพิ่มเติมก่อนนอนว่า .........เพราะกระจกไม่ได้ให้อำนาจแก่สายฝนและเปลวไฟ... หมายความเช่นไรขอรับ
ลองคิดตามง่ายๆนะขอรับว่าท่านมีรถอยู่คันนึงตอนแรกๆเรามีอำนาจเหนือมันแต่เมื่อรถถูกคนขูดขีดเป็นรอย แล้วท่านไม่สบายใจหงุดหงิดทันที.. ถามว่าใจท่าน(เปรียบดังกระจก)มีอำนาจหรือท่านให้อำนาจรถ(เปรียบดังสายฝนและเปลวไฟ)มาอยู่เหนือใจให้งุดหงิดละ.. พิจารณาอย่างนิ่มนวลนะขอรับ..แล้วใจเราจะมีอำนาจเหนือสรรพสิ่ง..
นมัสการพระคุณเจ้า
(กราบ 3 หน)