LEADERSHIP

 

ภาวะผู้นำ  ( LEADERSHIP )

 

ภาวะผู้นำ  ( LEADERSHIP )   เป็นความสามารถด้านอิทธิพลต่อบุคคลในกลุ่มเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย  ใช้กระบวนการสั่งการ  การมีอิทธิพลต่อผู้อื่น การมีปฎิสัมพันธ์ โดยถ่ายทอดแนวคิดไปสู่การปฏิบัติ  ดังนั้นอาจกล่าว ได้ว่าภาวะผู้นำเป็นการมีปฎิสัมพันธ์ที่ไม่หยุดนิ่งของกระบวนการ 3 อย่าง ที่มีความเกี่ยวเนื่องและมีอิทธิพลต่อกัน  ได้แก่ ผู้นำ  (Leaders) ผู้ตาม  (Follows) และสถานการณ์ (Situations) อันนำไปสู่การบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย

 

คุณลักษณะของภาวะผู้นำ  สามารถแยกตามตัวอักษร   LEADERSHIP   ได้ดังนี้

1.  L =   Love  ความรัก  หมายถึง   ผู้บังคับบัญชาหรือผู้นำต้องเริ่มด้วยการมีความรักเสียก่อน คือ รักในหน้าที่การงาน  รักผู้ร่วมงาน  รักผู้ใต้บังคับบัญชา  รักความก้าวหน้า  รักความยุติธรรม

2.  E =  Education   and  Experience  หมายถึง  คุณสมบัติทางด้านการศึกษาและประสบการณ์ที่ดี เป็นแบบอย่างและสามารถสั่งสอนแนะนำผู้ใต้บังคับบัญชาได้ถูกต้อง

3.  A = Adaptability  หมายถึง  ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์  สิ่งแวดล้อม  รู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

4.  D =  Decisiveness  หมายถึง  มีความสามารถในการพิจารณาตัดสอนใจได้รวดเร็ว  ถูกต้อง  แน่นอน  กล้าได้กล้าเสีย

 5.  E =  Enthusiasm  ความกระตือรือร้น มีความตั้งอกตั้งใจในการปฏิบัติงานและสนับสนุนชักนำ (Encourage) ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติงานอย่างจริงจังด้วย

6.  R  =   Responsibility  เป็นผู้มีความรับผิดชอบทั้งในหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเองและผู้ใต้บังคับบัญชา  ไม่ทอดทิ้งหรือปัดความรับผิดชอบให้ผู้อื่น

7.  S =  Sacrifice  and sincere  ต้องเป็นผู้เสียสละเพื่อส่วนรวม จริงใจ ซึ่งจะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดความเคารพนับถือ

8.  H =  Harmonize  เป็นผู้มีความนุ่มนวล ผ่อนปรน  เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีและความเข้าใจอันดีต่อกันในหมู่ผู้ร่วมงาน  อาจรวมถึงการถ่อมตัว (Humble)  ตามกาลเทศะอันควร

9.  I =  Intellectual  capacity  เป็นผู้มีความเฉลียวฉลาด  มีไหวพริบ  ทันคนทันต่อเหตุการณ์  เป็นผู้รอบรู้  และมีความคิดริเริ่ม

10.  P =  Persuasiveness  เป็นผู้มีศิลปะในการจูงใจคน  ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้หลักจิตวิทยา (Psychology) และต้องมีอำนาจ (Power) ในตัวเองพอสมควร

 

 

แนวคิดเกี่ยวกับผู้นำเริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย  โดยแบ่งตามระยะการพัฒนา  ดังนี้

1.      ทฤษฎีคุณลักษณะภาวะผู้นำ (Trait  Theories)     เชื่อว่า ภาวะผู้นำเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือโดยกำเนิด (Born  leader) ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แต่สามารถพัฒนาขึ้นได้  ลักษณะผู้นำที่ดีและมีประสิทธิภาพสูงจะประกอบด้วย  ความเฉลียวฉลาด  มีบุคลิกภาพซึ่งแสดงถึงการเป็นผู้นำและต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถด้วย ผู้นำในยุคนี้ได้แก่ พระเจ้านโปเลียน  ฮิตเลอร์     พ่อขุนรามคำแหงมหาราช    สมเด็จพระนเรศวรมหาราช   พระเจ้าตากสินมหาราช  เป็นต้น   

2.   ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral   Theories)    แนวคิดหลักของทฤษฎี คือ ให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน  นักทฤษฎี   ได้แก่ Kurt  Lewin,  Rensis  Likert, Blake and Mouton   และ Douglas McGregor

3.      ทฤษฎีตามสถานการณ์  (Situational or Contingency  Leadership  Theories)เป็นทฤษฎีที่นำปัจจัยสิ่งแวดล้อมของผู้นำมาพิจารณาว่ามีความสำคัญต่อความสำเร็จของผู้บริหาร  ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมหรือสถานการณ์ที่อำนวยให้ 

4.   ทฤษฎีความเป็นผู้นำเชิงปฏิรูป  (Transformational  Leadership Theories)  ผู้บริหารต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง   การแสดงความเป็นผู้นำยังเป็นปัญหาอยู่จนทุกวันนี้  เพราะบุคคลไม่มีความรู้เพียงพอในเรื่องกระบวนการของความเป็นผู้นำ  ความเป็นผู้นำจะเกิดขึ้นเมื่อการบริหารจัดการทำให้เกิดแรงจูงใจ  และนำมาซึ่งความพึงพอใจต่อผู้ตาม  ความเป็นผู้นำถือว่าเป็นรูปแบบพิเศษของการใช้อำนาจ

ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง  เป็นสิ่งที่จะทำให้สามารถขับเคลื่อนองค์กรฝ่าวิกฤตยืนหยัดไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนต่อไปได้ ซึ่งภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงว่ามี  3 องค์ประกอบ ได้แก่  

1.       ภาวะผู้นำบารมีในการสร้างแรงบันดาลใจ  (Charismatic – Inspirational Leadership)

2.       ภาวะในการกระตุ้นทางปัญญา  (Intellectual Stimulation) 

3.       ภาวะในการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล  (Individualized Consideration )

 

ผู้นำกับการจูงใจในองค์การ

มนุษย์แต่ละคนมีความแตกต่างกันในเรื่องความต้องการ ความสนใจ ทัศนคติ ค่านิยม บุคลิกภาพ ฯลฯ จึงเกิดปัญหาว่าควรจะจูงใจพนักงานในการทำงานด้วยรูปแบบใด เพื่อให้เขา เหล่านั้นทำงานให้แก่องค์การอย่างเต็มความสามารถและเกิดความพอใจในงาน รวมทั้งขวัญ และกำลังใจที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้นำจะต้องรู้และเข้าใจถึงวิธีการและรูปแบบ ในการจูงใจ ของพนักงานในองค์การ โดยปกติแล้วผู้นำควรคำนึงถึงปัจจัยต่างๆดังนี้ คือ

1.       การจูงใจด้วยรางวัลตอบแทน (Rewards)

2.       การจูงใจด้วยงาน

3.       การจูงใจด้วยวัฒนธรรมขององค์การ

 

 

 

ศักยภาพในการเป็นผู้นำ

                                ศักยภาพในการเป็นผู้นำ หมายถึง  ความสามารถในการกำหนดและมียุทธศาสตร์เพื่อใช้ศักยภาพของพนังงานและส่งเสริมมาตรฐานทางจริยธรรมให้ตรงกับวิสัยทัศน์ขององค์กร ภารกิจ และเป้าหมาย

 

ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง

                                ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง หมายถึง ความสามารถในการพัฒนาวิสัยทัศน์ที่เกิดจากการผสมผสานเป้าหมายสำคัญของชาติ โครงการ และกิจกรรมที่มีการจัดลำดับก่อนหลังตามค่านิยม และปัจจัยอื่น ๆ และนำวิสัยทัศน์ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จ มีความสมดุลในการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงการให้บริการต่อลูกค้าตามลักษณะของงานในจุดเน้นที่ต้องการ ที่มีลักษณะกระชับ  มั่นคง  แม้ว่าจะต้องอยู่ในภาวการณ์เปลี่ยนแปลง

ปัจจัยสำคัญที่จะก่อให้เกิดศักยภาพในการเป็นผู้นำมีดังนี้ คือ

1.       การบริหารความขัดแย้ง (Conflict Management)

2.       ตระหนักในคุณค่าทางวัฒนธรรม (Cultural Awareness)

3.       ความจงรักภักดี / ความซื่อสัตย์ (Integrity/ Honesty)

4.       สร้างทีมงาน (Team Building)

 

มุ่งไปสู่ผลลัพธ์

                มุ่งไปสู่ผลลัพธ์  หมายถึง  ความสามารถที่มุ่งมั่นในความรับผิดชอบและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง  เพื่อช่วยให้มีการตัดสินใจได้ตามเวลาและมีประสิทธิภาพให้ได้ผลลัพธ์ผ่านทางการวางแผนเชิงกลยุทธ์  และการนำไปใช้ รวมทั้งการประเมินผลโครงการและนโยบาย

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มุ่งไปสู่ผลลัพธ์มีดังนี้

1.       ความรับผิดชอบ (Accountability)

2.       การให้บริการลูกค้า (Customer Service)

3.       การตัดสินใจ (Decisiveness)

4.       ความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship)

5.       การแก้ไขปัญหา (Problem Solving)

6.       มีเทคนิคที่เชื่อถือได้ (Technical Credibility)

 

การพัฒนาภาวะผู้นำ

การที่ประสบความสำเร็จมักจะมีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างไปจากคนทั่วๆ ไป นั่นก็คือ ภาวะผู้นำ (Leadership) เพราะ

สิ่งนี้จะเป็นขุมพลังในการขับเคลื่อนให้ชีวิตของคนมุ่งไปข้างหน้า พลังดังกล่าวนี้ไม่ได้เกิดจากพลังภายในตัวคนๆ นั้นเพียงแต่เป็นพลังร่วม (Synergy) ระหว่างพลังภายในของคนๆ นั้นกับพลังของคนอื่นๆ รอบข้างที่เป็นผู้ตามซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมให้พลังงานที่ขับเคลื่อนมีเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ  เราจะเห็นคนบางคนไม่ได้เป็นคนเก่งงานหรือมีความสามารถเลอเลิศอะไรไปกว่าคนอื่นๆ แต่ทำไมเขาจึงสามารถชักจูง โน้มน้าว นำเสนอให้ผู้บริหารเห็นด้วย คล้อยตามและอนุมัติโครงการที่เขาเสนออยู่เสมอรวมทั้งคนที่ทำงานรอบๆ ตัวเขาก็ยินยอมพร้อมใจและรู้สึกยอนดีที่ได้ทำงานร่วมกับเขา ทั้งๆ ที่คนบางคนที่ทำงานให้เขามีความสามารถในการทำงานเก่งกว่าเขาตั้งหลายเท่า 

 

คุณสมบัติของการเป็นผู้นำ คือความเหนือกว่าบุคคลอื่นในด้านจิตวิทยาระบบการคิดวิเคราะห์การควบคุมอารมณ์ บุคลิภาพ รวมถึงปฏิภาณไหวพริบในการแก้ปัญหาต่างๆ  ถ้าภาวะผู้นำเปรียบเสมือนคุณภาพของผลไม้กระบวนการในการพัฒนาภาวะผู้นำก็น่าจะหมายถึงการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดี การคัดเลือกดินที่สมบูรณ์ การรดน้ำพรวนดินอย่างถูกต้องรวมถึงการกำจัดแมลงที่เป็นศัตรูพืช ดังนั้น ถ้าเราจะพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำตามกระบวนการของผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพแล้วควรจะปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1.       การหาเมล็ดพันธุ์

2.       2. การหาดิน

3.       การรดน้ำพรวนดิน

4.       การกำจัดแมลงศัตรูพืช

5.       การพัฒนาสายพันธุ์ใหม่

 

การพัฒนาภาวะผู้นำจึงต้องอาศัยองค์ประกอบหลายส่วน  ทั้งในการกำหนดรูปแบบของผู้นำที่เราต้องการจะเป็น การเลือกสภาพแวดล้อมในการพัฒนาตนเองการหมั่นฝึกฝนด้วยวิธีการที่เหมาะสม  การขจัดปัญหาอุปสรรครวมถึงการพัฒนาให้มีการยกระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการพัฒนาภาวะผู้นำคือแรงจูงใจในการสร้างภาวะผู้นำ บางคนมีแรงจูงใจที่จะพัฒนาตัวเองเพราะกำหนดเป้าหมายในชีวิตไว้อย่างชัดเจน  บางคนมีแรงจูงใจที่เกิดจากแรงกดดันบางสิ่งบางอย่างและต้องการเอาชนะแรงกดดันนั้นๆ ด้วยการสร้างและพัฒนาภาวะผู้นำขึ้นมาเป็นเกราะคอยปกป้องตัวเอง คนทุกคนมีพื้นฐานของภาวะผู้นำอยู่ในตัวทุกคน แต่สิ่งที่ทำให้ภาวะผู้นำของแต่ละคนมีความแตกต่างกันคือความสามารถในการดึงเอาภาวะผู้นำที่มีอยู่ภายในตัวออกมาใช้นั่นเอง

การบริหารงานในปัจจุบันนี้ผู้บริหารทุกคนจำเป็นต้องใช้ภาวะการเป็นผู้นำเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะจะสามารถได้ใช้หรือพยายามชี้ความสามารถของผู้ใต้บังคับบัญชา หรือพนักงานออกมาในการปฏิบัติงานให้มากที่สุด พึงระลึกไว้เสมอว่าพนักงานทุกคนมีความสำคัญอย่างมากในการปฏิบัติงาน เป็นผู้ที่ผลักดันให้งานทุกอย่างของกิจการนั้นสามารถดำเนินการไปได้อย่างราบรื่น การบริหารงานที่ดีจะต้องมีผู้บริหารที่มีภาวะ ความเป็นผู้นำและเก่งงาน เก่งคน เก่งคิด เก่งการดำเนินชีวิตไปพร้อม ๆ กัน