ครูในโลกดิจิตอล

ครูในโลกดิจิตอล

                ขณะนี้เราอยู่ในศตวรรษที่ 21 เป็นโลกของข้อมูลข่าวสารและดิจิตอล เวลาเปลี่ยนไป ความรู้เปลี่ยนไป เครื่องมือพัฒนามากขึ้น และมีขนาดเล็กลง (prensky; 2000) เด็กสามารถปรับตัวให้เข้ากับยุคใหม่ได้เร็วกว่าผู้ใหญ่ การเรียนรู้ของเด็กแตกต่างจากสมัยที่ครูยังเป็นนักเรียนเด็กรุ่นนี้เป็นเด็กที่คุ้นเคยกับโลกดิจิตอล ถ้าเราเรียกเด็กว่าคนรุ่นดิจิตอล (digital natives) ครูก็คงเป็นเหมือนคนเข้าเมืองมาอาศัยอยู่ในโลกดิจิตอลของเด็ก ครูพยายามทำตัวคุ้นเคยกับ vcd  เกมส์ internet   และภาษาดิจิตอลของคอมพิวเตอร์ (Digital language of computer) เด็กเล่นคอมพิวเตอร์เตอร์อย่างใจจดใจจ่อ มีแรงจูงใจสูง ถ้าหากเด็กมีแรงจูงใจในการเรียน ในห้องเรียนเช่นเดียวกับเล่นคอมพิวเตอร์ปัญหาการเรียนการสอนคงจะมีน้อย

                เด็กปัจจุบันพูดภาษาคอมพิวเตอร์ พูดกันผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ภาษาที่เราพบเห็นมีมากมาย การสื่อสาร (Communicating) เด็กใช้ instant messaging การแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ (sharing) เด็กใช้ blog การซื้อการขาย (buying and selling) เด็กใช้ eBay การแลกกัน (exchung) เด็กใช้ peer-to-peer-technology การสร้างสรรค์ (creating) เด็กใช้ Flash การพบกัน (meeting) เด็กใช้ 3 D Worlds การเก็บรวบรวม (collecting) เด็กใช้ downloads การประสานงาน (coordinating) เด็กใช้ Wikis  การประเมินผล (evaluating) เด็กใช้ SETI การรายงาน (reporting) เด็กใช้ camera phones การจัดทำโปรแกรม (programming) เด็กใช้ modding การพูดคุยทางสังคม ( socializing) เด็กใช้ chat room และการเรียนรู้ (learning) เด็กใช้ Wed surfing และอื่นๆครูควรจะรู้เรื่องเหล่านี้ด้วย

ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ของนักเรียนในโรงเรียน ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 2003 มีร้อยละของผู้ใช้ดังนี้ นักเรียนมัธยมปลายใช้คอมพิวเตอร์ที่โรงเรียน 97% นักเรียนมัธยมต้นใช้คอมพิวเตอร์ 95% นักเรียนระดับประถมศึกษาใช้คอมพิวเตอร์ 91% นักเรียนอนุบาลใช้คอมพิวเตอร์ 80% และเด็กบริบาลใช้คอมพิวเตอร์ 67%

การเรียนการสอนที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือนั้น  ครูต้องไม่สรุปเอาว่าเด็กทุกคนรู้การใช้คอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี ครูต้องตรวจสอบให้รู้ว่าเด็กรู้อะไรบ้าง แล้วสอนสิ่งที่ไม่รู้และเป็นประโยชน์ต่อการเรียนสอน เช่น web page และ blog การใช้ data base และ spread-sheets ในวิชาคณิตศาสตร์หรือสังคมศาสตร์ การเข้าสู่ internet เพื่อท่อง hypertext ตลอดทั้งจัดให้มีห้องสมุดเหมือน (virtual library) จนกระทั่งจัดหา Laptops ให้นักเรียนใช้

ครูอเมริกา 75.5% เห็นว่าคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพในการสอนเนื้อหาวิชา ครู 68.4% เห็นว่าคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพในการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน และครู 58% เห็นว่าคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพในการยกระดับผลการสอบข้อมูลมาตรฐานของนักเรียน

การเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือนั้น  ครูคอยทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำและนำทาง ส่วนนักเรียนเป็นผู้ปฏิบัติ สืบค้นหาองค์ความรู้ด้วยตนเอง โรงเรียนทำหน้าที่กรองความรู้ที่ดีให้ผ่านโรงเรียนมาสู่จอคอมพิวเตอร์ของนักเรียน แต่คอมพิวเตอร์นอกห้องเรียนมีมาก ครูไม่สามารถควบคุมได้ในประเด็นนี้ ครูต้องยืนหยัดในการรักษาสุขภาพจิตของเด็กให้คงอยู่ในสภาพดี โรงเรียนต้องหาสิ่งชดเชย  จากการนั่งหน้าจอไม่พบกับโลกของความเป็นจริง ด้วยการเสริมสร้างความหวัง (Hope) ความมีจิตใจมั่นคง (stability) ความนับถือ (respeet) ความเมตตากรุณา (compassion) ความรักในหมู่คณะ (sense of belonging) และการสนับสนุนจากชุมชน (community support) ให้แก่นักเรียน วิธีการที่จะนำไปสู่คุณลักษณะเหล่านี้นั้น (Monke: 2006) มีข้อเสนอแนะสำหรับโรงเรียน ดั้งนี้

1. โรงเรียนและผู้ปกครองต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียนกับผู้ปกครองและครู

2.  จัดกิจกรรมส่งเสริมการรักธรรมชาติ เช่น การเดินทางศึกษาธรรมชาติ การทำสวน การปลูกต้นไม้ หรือการสงวนรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

3.  จัดให้มีการแสดงละคร โดยไม่มีการเตรียมตัวมาก่อน ตามหัวข้อเรื่องที่นักเรียนร่วมกันคิดในชั้นเรียน

4.  จัดกิจกรรมดนตรี การละคร หุ่นกระบอก เต้นรำ ระบายสี วาดภาพ และศิลปะอื่น ๆ ในลักษณะของการเริ่มบทเรียน หรือเป็นชั้นเรียนเฉพาะวิชา

5.  จัดกิจกรรมที่เด็กต้องลงมือปฏิบัติหรือศิลปหัตถกรรมในวิชาวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี

6.  จัดกิจกรรมการอ่านออกเสียง การเล่านิทาน การแต่งกลอน และการพบปะสนทนากับบุคคลที่เป็นตัวอย่างแก่เด็ก

การใช้คอมพิวเตอร์มิได้ก่อให้เกิดการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในทันทีทันใด การใช้คอมพิวเตอร์อย่างมีคุณภาพมีผลมากกว่าการใช้เชิงปริมาณ การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการเสริมสร้างทักษะการคิดระดับสูง (higher-order thinking skills) จะมีประโยชน์มากกว่าการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อฝึกความชำนาญ หรือใช้เพื่อทดแทนพิมพ์ดีด หรือเล่นเกมส์เพื่อความสนุกเพลิดเพลินโดยมีรางวัลล่อใจ

 

 แหล่งที่มา : วารสารการศึกษาไทย ฉบับที่ 23 ISSN 1686-5073 สิงหาคม 2549