22 กรกฏราคม วันสำคัญของมนุษยชาติ
วันที่ 22 กรกฏราคม 52 มนุษยชาติ จะได้เห็นปรากฏกราร์ธรรมชาติ ที่เรียกว่า "สุริยคราสเต็มดวงที่" มีเส้นทางผ่านประเทศอินเดีย เนปาล ภูฏาน บังกลาเทศ ตอนเหนือของพม่า จีน และบางเกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น และเข้าสู่มหาสมุทรแปซิฟิกก่อนจะสิ้นสุดลง
สุริยุปราคาเต็มดวงในครั้งนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากระยะเวลาขณะดวงจันทร์บดบังดวงอาทิตย์จนมืดมิด กินเวลานานกว่า 6 นาที นับว่ายาวนานที่สุดในศตวรรษที่ 21 โดยจุดที่เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงนานที่สุดอยู่บริเวณทะเลทางด้านตะวันออกของ เกาะดิโวะจิมะ ประเทศญี่ปุ่น ยาวนานประมาณ 6 นาที 39 วินาที ตรงกับเวลาประมาณ 9.29 น. ของประเทศไทยไทย ทั้งนี้ สุริยคราสเต็มดวงสามารถเกิดขึ้นได้นานสุดราว 7 นาที ส่วนสุริยคราสเต็มดวงที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี 2538 กินเวลาประมาณ 2 นาทีเท่านั้น
ส่วนประเทศไทยก็จะเห็นเป็นเพียงสุริยุปราคาบางส่วนเช่นกัน โดยจะเริ่มต้นและสิ้นสุดลงในช่วงเวลาประมาณ 7.00-9.00 น. ซึ่งในครั้งนี้จังหวัดในภาคเหนือและตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีโอกาสเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่งได้มากที่สุด โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงราย สามารถมองเห็นได้ชัดเจนที่สุด
ข้อสำคัญในการชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาคือ การดูสุริยุปราคาที่ถูกต้องคือการมองผ่านแผ่นฟิล์มชนิดพิเศษที่ใช้ในการสังเกตดวงอาทิตย์โดยเฉพาะ ซึ่งช่วยป้องกันดวงตาจากรังสีที่เป็นอันตรายจากดวงอาทิตย์ได้ จึงมีความปลอดภัย 100% หรือชมปรากฏการณ์ทางอ้อมผ่านเงาของดวงอาทิตย์ที่ตกกระทบลงบนฉากรับแสง ห้ามดูด้วยตาเปล่าเด็ดขาด เพราะอาจเป็นอันตรายถึงตาบอดได้ ตามที่สื่อต่างๆมีข้อแนะนำว่าสามารถดูผ่านฟิล์มเอ็กซ์เรย์ ฟิล์มขาวดำ หรือกระจกรมควันได้นั้น จริงๆแล้วยังไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ ซึ่งอาจเกิดอันตรายต่อดวงตาได้เช่นกัน ดังนั้นผู้ที่จะดูสุริยคาศ ครั้งนี้ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

