อีเมล์ที่ยาวเหยียดของเพื่อนพ้อง-องค์กรที่ทำงานด้านแรงงานข้ามชาติ คือโครงการยุติธรรมเพื่อแรงงานข้ามชาติ ภายใต้มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRDF) จับใจความได้ว่า จะทำอย่างไร เพื่อพิสูจน์ คนๆ หนึ่ง ที่ชื่อ "ทุน" ชายหนุ่มไทใหญ่ที่ไม่เคยมีหลักฐานแสดงตนใดๆ เลยในเมืองไทย คือคนๆ เดียว กับนายซาย เส่ง ทุน-ชื่อของคนๆ หนึ่งที่ปรากฎในทะเบียนราษฎรของประเทศพม่า
อ้่อ-มีแต่ชื่อในทะเบียนบ้านนะคะ ไม่มีรูปติดบัตรประจำตัว เพราะว่ายังไม่ได้ทำ/ถ่ายบัตร
โดยข้อจำกัดสำคัญในการนำสืบ-พิสูจน์ก็คือ นายทุน หรือ นายซาย เส่ง ทุน คนนี้ ได้เสียชีวิตไปแล้ว เนื่องจากประสบอุบัติเหตุระหว่างการทำงาน หลังจากที่เขาเข้ามาในเมืองไทยเพื่อทำงานได้ไม่ถึงเดือน!!
พยานหลักฐานที่ฝ่ายนายทุน หรือนายซาย เส่ง ทุน ใช้เพื่อยืนยันกับสำนักงานประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่ก็คือน้าชายของนายซาย เส่ง ทุน ซึ่งรับมอบอำนาจจากพ่อและแม่ของซาย เส่ง ทุน มาเดินเรื่องเพื่อขอรับเงินทุนทดแทน โดยนำพยานหลักฐานมายืนยันว่านายทุน และนายซาย เส่ง ทุน เป็นคนๆ เดียวกันคือ
- สำเนาทะเบียนบ้่านของประเทศพม่า ที่ปรากฎชื่อนายซาย เส่ง ทุน
- บัตรประจำตัวของพ่อและแม่ (บัตรประจำตัวพม่า)
เอกสารทั้ง 2 อย่างได้รับการแปลเป็นภาษาไทย โดยคณะกรรมการชายแดนไทยภพม่าประจำพื้่นที่ 3 แม่สอด
อย่างไรก็ดี สำนักงานประกันสังคม ยังคงยืนยันว่า "เอกสารไม่ครบ" โดยขาด
- หนังสือทะเบียนสมรสของพ่อและแม่ผู้ตาย
- ใบแจ้งการตายหรือใบมรณบัตรของผู้ตายในทะเบียนบ้านของพม่า
- เอกสารที่ได้รับการรับรองการแปลโดยคณะกรรมการชายแดนนั้น สำนักงานประกันสังคมเชียงใหม่ต้องการให้นำไปให้กระทรวงการต่างประเทศของพม่า รับรอง หากไม่เช่นนั้น สำนักงานประกันสังคมฯ จะส่งให้กท.ต่างประเทศของไทย พิสูจน์โดยประสานงานกับกท.ต่างประเทศของพม่า ว่านายซาย เส่งทุน เป็นประชาชนของพม่าหรือไม่
และ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่ ไ้ด้ออกคำสั่งที่ 001/2552 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2552 เรื่องเงินทดแทนระหว่างนายมานัส พรมแดน และ/หรือบ.พี คอร์ปอเรชันฯ นายจ้าง กับ นายทุน ไม่มีนามสกุล ลูกจ้าง โดยให้นายจ้างจ่าย "ค่าทำศพ" และ "ค่าทดแทน" แก่ "ผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทน"
ประเด็นคือ พ่อแม่ของนายซาย เส่ง ทุน หรือน้าชายที่ได้รับมอบอำนาจมา คือ "ผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทน" หรือไม่ จะพิสูจน์ ได้อย่างไร
หลายๆ คำถามในกรณีนี้ ทแม่งๆ และชวนงง เป็นอย่างยิ่ง
ดูเหมือนตอนนี้เรากำลังจะหายใจเข้าเป็น "พยานเอกสาร"
หายใจออกเป็น "ผลดีเอ็นเอ" ไปเสียแล้ว !!!
อ.แหวว มอบหมายงานผ่านอีเมล์ให้ลองค้นฎีกาที่พิสูจน์ความสัมพันธ์ทางครอบครัว ที่ชี้ว่าศาลไทยรับฟังพยานบุคคลอย่างหลากหลาย โดยไม่ได้ยอมจำนนต่อเอกสาร (อีเมล์ ณ วัีนที่ 13 กค.)
ขอเวลาค้นก่อนค่ะ
-----------------------------------------------------------------
ข้อเท็จจริงเบื้องต้น
แรงงานข้ามชาติ คือ นายซาย เส่ง ทุน อายุ 17 ปี แรงงานข้ามชาติชาวไทยใหญ่ จากรัฐฉาน ที่เพิ่งเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2550 โดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน เนื่องเพราะ ณ เวลาที่เขาเข้ามาในประเทศไทยนั้นไม่มีการเปิดให้ขึ้นทะเบียนแรงงานฯ
-มิถุนายน 2550 เขาได้งานทำ เป็นคนงานก่อสร้างปรับปรุงเขืื่่อนป้องกันตลิ่ง ซึ่งเป็นโครงการของเทศบาลนครเชียงใหม่ และ บ.พี.คอร์พอเรชัน จำกัด โดยได้รับค่าแรงวันละ 170 บาท
-19 มิถุนายน 2550 เขาและเพื่อนคนงานประสบอุบัติเหตุในระหว่างการทำงานจนหมดสติ
-24 มิถุนายน คือ 5 วันต่อมาที่เขาเสียชีวิต
-14 กันยายน นายวาริม มูลคำ น้าชาย โดยรับมอบอำนาจจากพ่อและแม่ของเขาแจ้งการประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหายเพื่อขอรับเงินทดแทนตามพรบ.เงินทดแทน 2537 (แบบ กท..16) ต่อสำนักงานประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมยื่นเอกสารหลักฐาน อาทิสำเนาทะเบียนบ้่านในประเทศพม่า บัตรประจำตัวของพ่อและแม่(บัตรประจำตัวพม่า) ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยโดยคณะกรรมการชายแดนไทยภพม่าประจำพื้่นที่ 3 แม่สอด
-สำนักงานประกันสังคมฯ ขอให้ส่งเอกสาร และยืนยันว่าเอกสารที่น้าของนายซาย เส่ง ทุน นั้นไม่ครบ!! โดยขาดหนังสือทะเบียนสมรสของพ่อและแม่ผู้ตาย, ใบแจ้งการตายหรือใบมรณบัตรของผู้ตายในทะเบียนบ้านของพม่า และเอกสารที่ได้รับการรับรองการแปลโดยคณะกรรมการชายแดนนั้น สำนักงานประกันสังคมเชียงใหม่ต้องการให้นำไปให้กระทรวงการต่างประเทศของพม่ารับรอง หากไม่เช่นนั้น สำนักงานประสัสังคมฯ จะส่งให้กท.ต่างประเทศของไทย พิสูจน์โดยประสานงานกับกท.ต่างประเทศของพม่า ว่านายซาย เส่งทุน เป็นประชาชนของพม่าหรือไม่
(มีข้อกฎหมาย ว่า รัฐบาลทหารพม่า ไม่ยอมรับคนที่ออกนอกประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาตว่าเป็นประชาชนของตน)
-การตั้งประเด็นถึงการพิสูจน์ยืนยันตัวของนายซาย เส่งทุน ได้รับการย้ำ โดยศาลแรงงาน ในคดีที่น้าชายฟ้องร้องนายจ้าง เพื่อเรียกร้องค่าสินไหม 450,000 บาท เมื่อมิถุนายน 2551
- 9 มิถุนายน 2552 สำนักงานประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่ ไ้ด้ออกคำสั่งที่ 001/2552 เรือ่งเงินทดแทนระหว่างนายมานัส พรมแดน และ/หรือบ.พี คอร์ปอเรชันฯ นายจ้าง กับ นายทุน ไม่มีนามสกุล ลูกจ้าง โดยให้นายจ้างจ่าย "ค่าทำศพ" และ "ค่าทดแทน" แก่ "ผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทน"
หรือดูเพิ่มเติมจาก http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01way04170552§ionid=0137&day=2009-05-17
สำหรับกรณีนายทุนเท่าที่อ่านดูแต่ไม่ทั้งหมด อ.แหววคิดว่า มีประเด็นที่ต้องศึกษาอย่างชัดเจน ๓ ประเด็น กล่าวคือ
ประเด็นแรก ก็คือ นายทุนซึ่งเสียชีวิตลงในวันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๐ ที่เชียงใหม่มีสิทธิใดบ้าง ? ใครต้องรับผิดชอบต่อเขาบ้าง ? เพราะเหตุใด ? และอย่างไร ?
ประเด็นที่สอง ก็คือ ถ้านายทุนมีสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้มีส่วนได้เสียคือใคร ? จะเห็นว่า ทายาทโดยธรรม ก็น่าจะเป็นบุพการี ซึ่งการพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างนายทุนและบิดามารดาจึงเป็นประเด็นที่ต้องศึกษาให้ได้ ประเด็นว่า นายทุนที่ตายและนายทุนในทะเบียนราษฎรของรัฐพม่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ อาจไม่สำคัญ ที่สำคัญก็คือ จะพิสูจน์ทราบได้อย่างไรว่า มีความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่างนายทุนที่ตายและบิดามารดาที่กล่าวอ้างจริง
ประเด็นที่สาม ก็คือ องค์กรในกระบวนการยุติธรรมที่อาจใช้ได้มีอะไรบ้าง ? เพื่อสร้างแรงกดดันทางสังคม อาจต้องใช้หลายองค์กรพร้อมกัน องค์กรนั้นมีอะไรบ้าง ?
ทั้งสามประเด็นนี้ ควรต้องระดมหัวสมองกันค่ะ คนที่เชี่ยวชาญมีหลายคน แม้แต่ละคนอาจไม่รอบด้าน แต่เมื่อรวมหัวกัน จะเหนื่อยหนเดียวสำหรับการคุ้มครองแรงงานไร้รัฐในประเทศไทย
อาจจะเป็นมุมมองแบบนักวิชาการเกินไป ต้องขอโทษด้วย
หรือทาง มสพ. อาจจะมีคำตอบแล้วนะคะ หากมีอยู่แล้ว กรุณาเผยแพร่ออกมาด้วยนะคะ คนอื่นๆ อาจช่วยต่อยอดในส่วนที่ขาด
อ.คะ ช่วยหาคำตอบมาต่อๆๆ กัน ในเบื้องต้น แต่คงต้องตรวจสอบเพิ่มเติมกับทาง มสพ.อีกครั้ง
คำตอบของประเด็นแรกน่าจะอยู่ในคดีแรงงานที่ น้าของนายทุน รับมอบอำนาจฟ้องจากพ่อและแม่ของนายทุน ฟ้องร้องบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ..ตอนนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา
ประเด็นที่สอง ประเด็นไม่น่าจะแตกต่างกันนะคะ เพียงแต่อธิบายกันคนละแบบ แต่สิ่งทีเ่ราอธิบาย คือ สองคนนั้น เป็นคนเดียวกันหรือเปล่า
หึๆ อันนี้ชี้แจงแล้วอาจชวนงง เอาเป็นว่า แต่ต้องบอกว่า เรากำลังพิสูจน์ในประเด็นเดียวกัน
ส่วนเรือ่งที่สาม คดีนี้อยู่ในศาลแรงงานแล้ว กับกำลังอยู่ระหว่างอุทธรณ์ต่อสำนักงานประกันสังคม
ดวงกับเตือน คงต้องตามติดเรื่องนี้แล้วนะคะ