ในวิถีชีวิตของความเป็นปุถุชนธรรมดา

เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักที่เราจะหันเหตนเอง  และทำให้วิถีธรรมนั้นเดินควบไปกับวิถีชีวิตทางโลก

เพราะมีคำที่ได้จากครูอาจารย์คือ..

         งาน..หรือเรื่องราวทางโลกนั้นไม่มีวันจบสิ้น  ไม่มีการสิ้นสุด...

 

  ในแต่ละวันที่เราต้องเดินไป  เรื่องราวต่างๆล้วนแต่มากระทบกับกายใจ

  เมื่อสติที่ยังไม่กล้าเเข็ง  สมาธิยังไม่แน่วแน่  หรือรวมๆไปในเรื่องของพละ ทั้ง 5

  ทำให้วิถีแห่งการเดินทางจึงอาจจะยังล้มๆยืนๆ  และค่อยคืบคลาน

 

 แต่ทุกอย่างนั้นไม่เกินความพยาม  หากเรายังดำรงไว้ซึ่งความศรัทธา  ความเพียร...

 เราย่อมจะเริ่มเห็นภายในของตัวเองที่เปลี่ยนแปลง

 

 สิ่งที่เห็นแรกๆก็คือเปลือกต่างๆ  ที่ห่อหุ้มจิตใจของเรา

 ความเป็นจริงที่ปรากฏ  เป็นการเห็นในสิ่งที่อาจจะไม่ง่ายต่อการเห็น

 ทั้งๆที่ความจริงเหล่านั้นก็อยู่ในตัวเรา  ของแต่ละคน

 

 การเห็นความจริงว่า..ความไม่ดี  ความดีในตัวเรานั้นมีอยู่

 โดยเฉพาะสิ่งที่ยึดเหนี่ยวเกาะเกี่ยวจิตของเรานั้น  ตั้งแต่หยาบไปถึงละเอียด

 การยึดถือกายของตนเอง  การยึดถือใจของตนเอง

 

เป็นการเห็นที่เป็นแม้เพียงครั้งคราว  ก็อาจจะเป็นจุดเริ่มต้น  ให้เป็นการเห็นที่ต่อเนื่องต่อไป

เมื่อเราเห็นว่ามันพร่อง  ไม่ดี  เป็นทุกข์

หน้าที่ต่อไปหลังความเห็นคือการปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านี้ด้วยความต่อเนื่อง เพียรพยายามอย่างมีสติ

 

การปฏิบัติ...คือสิ่งที่สำคัญเพื่อการค่อยๆรู้  ในความไม่รู้ของเราต่อไป

 

...บันทึกแรก...  หลังการเดินทางภายในที่หลากหลาย  เข้มข้นครับ...