การจัดเวทีเสวนาลดภาวะโลกร้อนและปลูกต้นไม้
โครงการปลูกต้นไม้ 1 ล้านครัวเรือน 9 ล้านต้น เพื่อเทิดพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา
วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ณ โรงเรียนบ้านหนองติ้ว ตำบลคูเมือง อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
***************************************************
ในการดำเนินการจัดเวทีเสวนาแก้ปัญหาโลกร้อนและปลูกต้นไม่ในครั้งนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อสร้างจิตสำนึกให้แก่นักเรียน ผู้ปกครองและผู้ที่เข้าร่วมงานในการช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติ และได้ทำการออกอากาศเป็นรายการสด ทางคลื่น FM 101.75 MHZ และ AM 1368 MHZ ซึ่งได้มีหน่วยงานที่เข้าร่วม และมีกิจกรรมต่างๆ ดังนี้
1. ธนาคารเพื่อการเกษตร สาขาคูเมือง
2. สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) บุรีรัมย์
3. สพท.จังหวัดบุรีรัมย์ เขตที่ 4
4. โรงเรียนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง
5. องค์การบริหารส่วนตำบลคูเมือง
6. สำนักงานเกษตรอำเภอคูเมือง
- เวลา 09.30 น.
ประธาน และแขกผู้มีเกียรติร่วมรับชมการขับร้องเพลงประสานเสียง เพลงพ่อแห่งแผ่นดิน และเพลงมาชย์ สพท. เขตที่ 4 จากนักเรียน โรงเรียนบ้านโศกแต้
ประธาน ในงาน ( จากซ้ายไปขวา)
ปลัดนนทยา รัตนโชติ ปลัดอำเภอคูเมือง
นายสุขุม วรรณวิจิตร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองติ้ว
นายธีรวุฒิ พุทธการี ผู้อำนวยการ สพท.จังหวัดบุรีรัมย์ เขตที่ 4
นักเรียน โรงเรียนบ้านโศกแต้ ร้องเพลงประสานเสียง เพลงพ่อแห่งแผ่นดิน และเพลงมาร์ช สพท. เขตที่ 4
- เวลา 09.45 น.
นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองติ้ว ร่วมแสดงท่าทางประกอบเพลง ร่วมด้วยช่วยกัน
- เวลา 09.55 น.
นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองติ้ว ทอล์กโชว์ เรื่องสภาวะโลกร้อน และระยะเวลาที่ใช้การย่อยสลายเศษวัสดุเหลือใช้ต่างๆ ดังนี้
- กระดาษ ใช้เวลาย่อยสลาย 2-3 เดือน
- เปลือกส้ม ใช้เวลาย่อยสลาย 6 เดือน
- ถ้วยกระดาษ ใช้เวลาย่อยสลาย 5 ปี
- ก้นบุหรี่ ใช้เวลาย่อยสลาย 5 ปี
- รองเท้าหนัง ใช้เวลาย่อยสลาย 25-40 ปี
- กระป๋อง ใช้เวลาย่อยสลาย 80-100 ปี
- พลาสติก ใช้เวลาย่อยสลาย 400-1,000 ปี
- โฟม ไม่ย่อยสลาย
ทอล์กโชว์ จากนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองติ้ว
- เวลา 10.10 น.
เริ่มการเสวนา ในหัวข้อจะช่วยกันลดภาวะโลกร้อนได้อย่างไร และออกอากาศเป็นรายการสดผ่านวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) บุรีรัมย์ FM 101.75 MHZ และ AM 1368 MHZโดยมีผู้เข้าร่วมเสวนา ดังนี้
1. นายธีรวุฒิ พุทธการี ผู้อำนวยการ สพท.จังหวัดบุรีรัมย์ เขตที่ 4
2. นายสุขุม วรรณวิจิตร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองติ้ว
3. นางนนทยา รัตนโชติ ปลัดอำเภอคูเมือง
4. นางผุสดี เสริมใหม่ พิธีกร และผู้ดำเนินรายการ
5. นายนิยม รัตนเย็นใจ ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตร จังหวัดบุรีรัมย์
6. นายเอกราช ธีรวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโศกแต้
- นายธีรวุฒิ พุทธการี ผู้อำนวยการ สพท.จังหวัดบุรีรัมย์ เขตที่ 4 กล่าวว่า
สภาวะที่โลกร้อนขึ้นทำให้น้ำแข็งบริเวณขั้วโลก และธารน้ำแข็งต่างๆ ละลาย ทำให้ระดับน้ำในทะเลเพิ่มสูงขึ้นส่งผลต่อ ชาวบ้านบริเวณริมทะเล และสัตว์น้ำ สภาวะดินถลมเนื่องจากการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งท่านได้จัดโครงการปลูกต้นไม่ที่ สำนักงานในปีนี้ โดยมีชื่อโครงการว่า
“ สำนักงานสวย โลกสดใส ด้วยต้นไม้สีเขียว ”
- นายนิยม รัตนเย็นใจ ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตร จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า
การที่ธนาคารเพื่อการเกษตรได้จัดโครงการนี้ขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มเนื้อที่ป่าไม้ของประเทศไทย อีกทั้งยังสร้างจิตสำนึก ให้แก่ชาวบ้านในการรักษาป่าไม้ และช่วยกันดูแลป่าไม้ในบริเวณใกล้เคียง เพื่อช่วยบรรเทา สภาวะโลกร้อน ภาวะน้ำท่วม และภัยแล้งที่เกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้างในทั่วทุกภาคของประเทศไทยโดยธนาคารเพื่อการเกษตร ได้มีโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น
โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา
โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา
โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา เป็นต้น
- นางนนทยา รัตนโชติ ปลัดอำเภอคูเมือง กล่าวว่า
สาเหตุที่เกิดสภาวะโลกร้อน เนื่องจากประชากรโลกมีปริมาณมากขึ้น ทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้นตามไปด้วย จึงเกิดการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อปลูกสร้างที่พัก และมีการลักลอบตัดไม้เป็นจำนวนมากในประเทศ ทุกคนจึงควรร่วมมือกันในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ลดการใช้น้ำมันให้น้อยลง ลดการใช้ไฟฟ้าในกรณีที่ไม่จำเป็น และควรปลูกต้นไม้ในรูปหมู่บ้าน ไม่ว่าจะใช้งบประมาณจากโครงการอยู่ดีมีสุข โครงการชุมชนพอเพียง และSML เป็นต้น
- นายสุขุม วรรณวิจิตร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองติ้ว กล่าวว่า
การจัดงานในครั้งนี้เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ชาวบ้านอยาก ปลูก – รักษา – ดูแลต้นไม้ ซึ่งโรงเรียนหนองติ้วมีเนื้อที่ทั้งหมด 35 ไร่ และได้ทำการปลูกต้นไม้ชุมชนไปแล้วทั้งหมด 15 ไร่ โดยเน้นให้ผู้ปกครอง ปลูกต้นแค คนละ 1 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ และเป็นอาหารในการบริโภคไม่ว่าจะเป็น ดอก - ยอด - ใบ เป็นต้น และอยากเชิญชวนให้ชาวบ้านร่วมกันปลูกต้นไม้ ลดการทำลายป่า ใช้ไฟฟ้าเท่าที่จำเป็น และลดการใช้พลังงานทุกประเภท เช่นน้ำมัน
- นายเอกราช ธีรวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโศกแต้ กล่าวว่า
การจะช่วยลดปัญหาสภาวะโลกร้อนนั้นต้องเกิดจาก ความร่วมมือของทุกคน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง และการที่มีต้นไม้มากจะช่วยเราได้เยอะ เช่นกรณี ฟ้าผ่า และการปล่อย ก๊าซออกซิเจน ของต้นไม้ และดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้มาก
และที่มาขอกการเกิดภาวะโลกร้อน เกิดจากการที่มนุษย์ ได้ตัดไม้ทำลายป่า การเผาตอซัง เช่นอ้อย นาข้าว โรงงานอุตสาหกรรม เช่น ตู้เย็น ถ่านหิน โรงไฟฟ้า และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย เช่น การเกิดก๊าซมีเทน จากการย่อยสลายสารอินทรีย์จากจุลินทรีย์ในสภาวะขาดก๊าซออกซิเจน เช่นในนาข้าวที่มีน้ำท่วมขัง การย่อยสารอาหารจากสัตว์เคี้ยวเอื้อง และการใช้ปุ๋ยเคมีพวก ปุ๋ยไนโตรเจน เป็นต้น ทำให้เกิด Green House Gas จำนวนมากไปทำลายชั้นโอโซน ให้ลดน้อยลงทำให้รังสีความร้อนต่างๆ จากดวงอาทิตย์ทะลุลงสู่ผิวโลกได้มากขึ้น และยังเกิดปรากฎการณ์เรือนกระจก (Green House Effect) ทำให้รังสีและความร้อนที่ตกกระทบพื้นโลกถูกกักเก็บไว้แล้วไม่สะท้อนกลับไปสู่อวกาศได้
- นายสงวน ชุมไธสงค์ คนดีประเทศไทย กล่าวว่า
การที่กระผมได้รับตำแหน่งนี้ เกิดจากอาจารย์บางท่านเห็นว่าผมได้ปลูกต้นไม้จำนวนมากจึงเสนอให้ผมรับตำแหน่งนี้ขึ้นมา โดยผลงานที่กระผมปลูกต้นไม้มี คร่าวๆ ดังนี้
ปลูกต้นลำดวน ต้นตาลโตนด ต้นหว้า บริเวณรอบๆ เทคนิคคูเมือง ศาลเจ้าพ่อหลวงอุดม และที่สาธารณะอื่นๆ โดยปฏิบัติตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในการดำเนินการปลูกต้นไม้ และทำการดูแลรักษาต้นไม้เป็นประจำอย่างดี โดยรดน้ำแบบใช้แรงงานตนเองยกน้ำทีละฝักบัว นำไปรดทีละต้น เป็นแบบนี้มานานหลายปีแล้วครับ นายสงวนกล่าว
ประมวลภาพกิจกรรม
กล้าไม้ที่จะนำมาปลูก
นวดแผนโบราณ โดยใช้สมุนไพรพื้นบ้าน ระบบดูแลช่วยเหลือเพื่อนนักเรียน
นิทัศการณ์ การลดภาวะโลกร้อน
สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) บุรีรัมย์ ออกอากาศการจัดเวทีเสวนา ฯ
บรรยากาศการรับฟังการเสวนาลดภาวะโลกร้อน ของนักเรียน และผูเข้าร่วม
นักเรียนอ่าน 10 ข้อปฏิบัติที่ช่วยลดภาวะโลกร้อน
ภาพประทับใจ
เป็นโครงการที่ดี ที่อื่นน่าจะมีโครงการอย่างนี้บ้างนะ
แม้ จะลงรูปได้ไม่ครบเพราะอินเทอร์เนตหลุดบ่อย
เนื้อหาสาระก็ใช้ได้แล้วนะ สู้ๆๆ