ดูชื่อบันทึกแล้วใหญ่โตครับ ไม่ใช่เรื่องมด หมู สุนัข กา ไก่ แต่เป็นเรื่อง ช้าง ไม่รู้จะเข้าหมวดหมู่ไหน เพราะเรื่องช้าง ที่บันทึกนี้เกี่ยวข้องผมเห็นว่าเกี่ยวข้องกับ การศึกษา ศาสนา ประวัติศาสตร์ สังคม ศิลปวัฒนธรรม นันทนการ ครอบครัว ชุมชน การท่องเที่ยว อย่ากระนั้นเลยขอเลือกหมวดหมู่ เรื่องทั่วไป
วันหยุดยาวที่ผ่านมา แวะไปบ้านพี่สถาพร พบน้องแชมป์ และคุณเอก พร้อมภรรยา พวกเขาดูภาพยนต์เรื่อง ช้าง ที่ดัดแปลงมาฉายในคอมพิวเตอร์ สนใจจึงขอให้น้องแชมป์ทำสำเนาให้ สามารถดูโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ เช้าวันนี้นำมาทดลองดูในเครื่องเล่นดีวีดี ฯลฯ ที่บ้านสามารถเปิดรับชมได้ดี เบื้องต้นได้พูดคุยกับคุณปุ้ย อภิญญา หลายชายตาเมือง ผู้แสดงในภาพยนต์เก่าในอดีตเพื่อขอความรู้เกี่ยวกับภาพเก่าและผู้เกี่ยวข้องในอดีต ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
ก่อนหน้าภาพยนต์เรื่องช้าง ก่อน พ.ศ.2529 ผมเคยดูจากคุณสตีฟ (ชาวอังกฤษ) เป็นสามีคุณสุวดี แซล์ม่อน ทั้งสองเข้าทำงานในนาม The Ockenden Venture เป็นการชมครั้งแรก ในเวลาต่อมามีผู้มาเผยแพร่แต่ก็ดูแล้วเงียบหายไปไม่ใครบันทึก และดูเหมือนไม่เป็นประเด็นใด ๆ ที่จะขับเคลื่อนทางสังคมน่านได้สักเท่าไหร่
ผมได้เห็นหนังสือ National Geographic ฉบับเดือน กุมพาพันธ์ และ มีนาคม 2545 ได้ซื้อสะสมหนังสือไว้ ในเล่มมีเรื่องราวรายงานเกี่ยวกับการที่คณะฯ เดินทางมาถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง ช้าง รายงานพิเศษจากอดีต จับเสือที่ป่าเมืองน่าน เคยถูกตีพิมพ์ฉบับภาษาอังกฤษเดือน กุมภาพันธ์ ค.ค.1928 ( พ.ศ.2471 ) 81 ปีที่ผ่านมา บทความที่ได้ถูกตีพิมพ์เรื่อง เสือกินคน โดยเมอเรียน ซี คูเปอร์ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนต์คลาสิคเรื่อง " ช้าง " และ "คิงคอง "
สำหรับฉบับเดือน มีนาคม 2545 มีการนำเสนอต่อเดือนจากเดือน กุมภาพันธ์ 2545 เป็นเรื่องราวใหม่ ๆ จากผู้กำกับฯ "คิงคอง" เกี่ยวกับการตามจับช้างป่า และเมื่อนักผจญภัยผู้นี้ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ตีพิมพ์ในเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิด ฉบับเดือนกุมพาพันธ์ ค.ศ.1928 ผมคิดว่า น่าจะทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้มีการพูดคุยจัดการความรู้กันเกี่ยวกับภาพยนต์เรื่อง ช้าง ในอดีตในประเด็นต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความภาคภูมิใจ ฯลฯ ต่อไป
ดีใจมากครับ ที่พี่ธนูจะหนังเรื่องช้าง ที่คุณตา ของกระผม เป็นพระเอก...สำหรับเรื่องอายุ ผมจะติดตามถาม อ.ประทุม ดรุณนารถ ซึ่งร่วมแสดง ในหนังด้วย(เป็นลูกชาย)ให้นะครับ และจะตามรูปภาพ ตาเมือง จำไดว่าสวมชุดศาสนาจารย์ เป็นภาพที่ติดตาติดใจ ลูกๆหลาน มาก่อน เมื่อก่อนแขวนภาพนี้ไว้ที่บ้านนายดาบตำรวจพโยม ดรุณนารถ ป่านนี้ไม่ได้ติดตาม แต่ตั้งใจไว้ว่า จะเชิญลูกๆหลานๆตาเมือง(ที่มีชีวิต อยู่)มาออกรายการ ที่นี่เมืองน่าน นะครับ...ไม่ทราบว่าจะเป็นไปได้แค่ไหน..ในเมืองน่านก็เหลือ 4 คน มี อ.ประทุม ดรุณนารถ,อ.ละมัย เทียนเสม,อ.ละม้าย ดรุณนารถและ ดต.พโยม ดรุณนารถ,ต่างจังหวัดก็มี อ.ละออ วรรณสุคำ อยู่เชียงใหม่,นางปราณี..(.จำนามสกุลไม่ได้)อยู่เชียงราย นอกนั้นไปอยู่บนสวรรค์แล้วรวมถึงแม่ของผมด้วย(ครูสมพร เดชาติวงค์ ณ อยุธยา)
ยินดีที่จะรับแผ่นซีดี เรื่องช้าง ที่พี่ธนูมอบให้แจกแฟนๆรายการ ครับ...ขอบคุณล่วงหน้าครับ
คุณอภิญญาฯ ครับ ขอขอบคุณครับกับการประสานบุคคลสำคัญ ๆ เพื่อให้เรื่องราวดี ๆ ได้ถูกเผยแพร่ เพื่อเรียนรู้สร้างสรรค์สังคมร่วมกัน สำหรับแผ่นหนังนั้นทยอยไร้ได้หลายแผ่นแล้ว
สิ่งที่คิด และขอบันทึกไว้ ว่า การทำครั้งนี้เพื่อการดังนี้.-
1.เพื่อการศึกษาและวิจัยว่า ในอดีตชาวต่างประเทศมาถ่ายทำภาพยนต์เมืองไทยนั้น มีวิธีการทางกฎหมายหรือไม่อย่างไร นอกจากที่ได้ใช้ จ.น่านแล้ว คณะผู้ถ่ายทำเดินทางไปถ่ายทำที่จังหวัดอื่น หรือในประเทศอื่น เพื่อประกอบภาพยนต์หรือไม่อย่างไร
2.เพื่อยกย่องเจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้ผลิต เพราะหากไม่มีคณะถ่ายทำเราคงไม่ได้เห็นเรื่องราวเมืองน่านในอดีต เราตั้งใจเชิญชวนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้เรื่องราวในอดีตหลาย ๆ มิติ และเด็ก เยาวชนสามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปพร้อมกัน
ประการสำคัญ เราไม่ได้ทำเพื่อการค้าหรือแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวใด ๆ ทั้งสิ้น
เป็นข้อมูลบางส่วนที่สำเนามาจาก วีกีพิเดีย
ช้าง หรือ Chang: A Drama of the Wilderness เป็นภาพยนตร์สารคดี เรื่องแรกที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย โดยบริษัท พาราเมาท์ กำกับโดย มีเรียน ซี. คูเปอร์ เมื่อ พ.ศ. 2468 ใช้เวลาถ่ายทำนานถึงหนึ่งปีครึ่ง ที่จังหวัดน่าน แพร่ พัทลุง สงขลา ตรัง สุราษฎร์ธานี ชุมพร มีการนำช้างมาเข้าฉากถึง 400 เชือก การถ่ายทำได้รับการสนับสนุนจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และนายเซียวซองอ๊วน สีบุญเรือน
ภาพยนตร์เรื่อง ช้าง ถ่ายทำแล้วเสร็จออกฉายเมื่อ พ.ศ. 2470 หลังจากออกฉายที่สหรัฐอเมริกา ก็ได้รับความสนใจเป็นอันมาก ได้รับการเสนอชื่อเข้าประกวดรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 1 ประจำปี ค.ศ. 1927 ในสาขา ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม "การผลิตที่เป็นเอกลักษณ์ และมีศิลปะ" (en:Academy Award for Unique and Artistic Production)
ผู้กำกับ มีเรียน ซี. คูเปอร์ และ ช่างภาพ เออร์เนสต์ สโคแซค ต่อมาได้ร่วมงานกันอีกในการสร้างภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก คิงคอง (1933)
กำกับ มีเรียน ซี. คูเปอร์
อำนวยการสร้าง มีเรียน ซี. คูเปอร์
บทภาพยนตร์ Achmed Abdullah
กำกับภาพ Ernest B. Schoedsack
ตัดต่อ Louis R. Loeffler
จัดจำหน่าย พาราเมาท์
วันที่เข้าฉาย 29 เมษายน พ.ศ. 2470
ความยาว 64 นาที
ภาษา ไทย
ยุคเริ่มต้น
ภาพยนตร์เรื่อง นางสาวสุวรรณ ถือว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่มีนักแสดงไทยทั้งหมดชาวสยามได้รู้จักและชื่นชมซีเนมาโตกราฟ ประดิษฐกรรมภาพยนตร์ของตระกูลลูมิแอร์แห่งฝรั่งเศส โดยนักฉายภาพยนตร์เร่คนหนึ่ง นาม เอส. จี. มาร์คอฟสกี เข้ามาจัดฉายเก็บค่าดูจากสาธารณชนเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2440 ณ โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ กรุงเทพ ชาวสยามเรียกมหรสพนี้ว่า หนังฝรั่ง เป็นมหรสพฉายแสงเล่นเงาบนจอผ้าขาว ทำนองเดียวกับ หนังใหญ่ หนังตะลุง มหรสพดั้งเดิมที่ชาวสยามรู้จักกันดีอยู่แล้ว[3] ปี พ.ศ. 2447 คณะฉายภาพยนตร์แบบหนังเร่ชาวญี่ปุ่นนำหนังเข้ามาฉาย โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเหตุการณ์การสู้รบระหว่าง ญี่ปุ่นกับรัสเซีย เมื่อเห็นว่าการฉายหนังครั้งแรกได้ผลดี จึงกลับมาฉายหนังเร่ในเมืองไทยอีกครั้ง และครั้งนี้ได้สร้างโรงภาพยนตร์ชั่วคราวขึ้น[4] จนในที่สุดตั้งโรงฉายหนังฝรั่งเป็นโรงถาวรรายแรกของสยาม เปิดฉายหนังประจำ บริเวณหลังวัดตึก ถนนเจริญกรุง[3] ชาวสยามจึงได้ดูหนังฝรั่งกันทุกคืน จึงค่อย ๆ เปลี่ยนมาเรียกมหรสพชนิดนี้ว่า หนังญี่ปุ่น แทนคำว่าหนังฝรั่ง
พ.ศ. 2465 ในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้มีกลุ่มนักสร้างภาพยนตร์ชาวอเมริกันจากบริษัทยูนิเวอร์ซัล ได้มาถ่ายภาพยนตร์ในประเทศไทยเรื่อง นางสาวสุวรรณ โดยได้รับความช่วยเหลือ จากกรมมหรสพหลวงและกรมรถไฟหลวง โดยใช้นักแสดงไทยทั้งหมด ซึ่งนับว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเมืองไทย โดยมีนายเฮนรี่ แมคเรย์ กำกับการแสดง นายเดล คลองสัน ถ่ายภาพ นำแสดงโดย ขุนรามภรตศาสตร์ นางสาวเสงี่ยม นาวีเสถียร และหลวงภรตกรรมโกศล ซึ่งถือได้ว่าทั้งสามได้เล่นเป็นพระเอก นางเอกและผู้ร้าย คนแรกของเมืองไทย[5] ภาพยนตร์เรื่อง นางสาวสุวรรณ ออกฉายในกรุงสยามเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2466 ท่ามกลางความตื่นเต้นของประชาชน
ต่อมาในปี พ.ศ. 2468 คณะสร้างภาพยนตร์จากฮอลลีวูดอีกคณะ เดินทางเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "ช้าง" โดยใช้ผู้แสดงเป็นชาวสยามทั้งหมดเช่นกัน ในเวลาที่ภาพยนตร์เรื่อง ช้าง ออกฉายในประเทศสยามนั้น คนไทยได้สร้างหนังบันเทิงและนำออกฉายแล้วหลายเรื่อง ผู้คนจึงไม่ค่อยตื่นเต้นกับภาพยนตร์เรื่อง ช้าง กันมากเท่าที่ควร[1]
ในปี พ.ศ. 2468 คณะสร้างภาพยนตร์จากฮอลลีวู้ดอีกคณะ เดินทางเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในสยาม โดยใช้ผู้แสดงเป็นชาวสยามทั้งหมดเช่นกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ชื่อว่า "ช้าง"
ภาพยนตร์เรื่อง ช้าง กำกับและถ่ายทำโดย มาเรียน ซี คูเปอร์ และ เออร์เนส บี โชคแส็ค ใช้เวลาถ่ายทำทั้งสิ้นปีครึ่ง สิ้นเงินประมาณ 2 แสนบาทไทยขณะนั้น สถานที่ถ่ายทำคือจังหวัดน่าน พัทลุง ตรัง สงขลา และชุมพร ออกฉายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2570 ที่โรงภาพยนตร์ในนครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา และฉายครั้งแรกในประเทศไทยเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2471
http://www.oknation.net/blog/moviehall/2007/07/03/entry-1
สำเนาข้อมูลมาเมื่อเปรียบเทียบกระดานก่อนหน้า ยังขาดไปคือ จ.สุราษฏร์ธานี ขณะเดียวกันก่อนหน้า การนำเสนอทางสื่อหรือพูดกันไป บางท่านว่าไปถ่ายทำที่ จ.สุรินทร์ จึงเป็นเหตุผลว่า เกี่ยวกับการถ่ายทำภาพยนต์ความจริงในอดีตเป็นอย่างไร
ผมอ่าน National Geographic 2 เล่ม หลายรอบ เกี่ยวกับเรื่องภาพยนต์เรื่อง ช้าง ส่วนใหญ่กล่าวถึง จ.น่าน ทั้งหมด จะมีอยู่บางกล่าวถึง จ.สงขลา ส่วนจังหวัดอื่น ๆ นอกจาก กรุงเทพฯ ที่ผู้เขียนได้เข้าเฝ้า ร.7 จะสืบค้นคว้าหาข้อมูลต่อไป
สำเนาข้อมูลมาแบ่งปันที่นี่อีกครับ....
....ในปี พ.ศ. 2468 คณะสร้างภาพยนตร์จากฮอลลีวู้ดอีกคณะ เดินทางเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในสยาม โดยใช้ผู้แสดงเป็นชาวสยามทั้งหมดเช่นกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ชื่อว่า "ช้าง"ภาพยนตร์เรื่อง ช้าง กำกับและถ่ายทำโดย มาเรียน ซี คูเปอร์ และ เออร์เนส บี โชคแส็ค ใช้เวลาถ่ายทำทั้งสิ้นปีครึ่ง สิ้นเงินประมาณ 2 แสนบา้ทไทยขณะนั้น สถานที่ถ่ายทำคือจังหวัดน่าน พัทลุง ตรัง สงขลา และชุมพร ออกฉายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2570 ที่โรงภาพยนตร์ในนครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา และฉายครั้งแรกในประเทศไทยเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2471
เรื่องย่อๆของภาพยนตร์เรื่อง ช้าง คือ นายกรุจับลูกช้างได้จากหลุมที่ทำดักไว้ แล้วนำลูกช้างนั้นมาผูกไว้ใต้ถุนเรือนของตน ภายหลังแม่ช้างมาทำลายเรือนของนายกรุ เพื่อชิงเอาลูกของมันกลับคืนไป
ในเวลาที่ภาพยนตร์เรื่อง ช้าง ออกฉายในประเทศสยามนั้น คนไทยได้สร้างหนังบันเทิงและนำออกฉายแล้วหลายเรื่อง ผู้คนจึงไม่ค่อยตื่นเต้นกับภาพยนตร์เรื่อง ช้าง กันมากเท่าที่ควรการถ่ายทำภาพยนตร์ในสยามโดยคนไทย.....
http://learners.in.th/blog/ekachai-meetong/134006
ขอให้ได้เรียนรู้ ส่วนจะถูก จะผิดพลาด คลาดเคลื่อนประการใด จำเป็นต้องใช้วิจารญาณกันให้ดีครับ