เมืองจะน่าอยู่ หากคนน่ารักและไว้ใจได้ .. คิดถึงเมืองไทย

วันแรกที่ลงจากเครื่องบินที่สนามบินมนิลา  แท็กซี่พาพวกเราขับวนไปมา  พอออกจากสนามบินแล้วบอกว่า รถติด แล้วขับวนกลับมาด้านเดิม วิ่งอ้อมอยู่อีกพักจึงมุ่งหน้าสู่เมือง พอพวกเราโวยวาย  ท่านก็ย้ำคำเดิมว่าหาเส้นทางที่รถไม่ติด.. ราคาแท็กซี่ประมาณ 350 เปโซ (คร่าวๆที่สุดคือ 350 บาท)  เป็นการต้อนรับคนเข้าเมืองแบบไม่น่าประทับใจสักนิด

 

ตอนขากลับ  ให้โรงแรมเรียกรถให้  นึกว่าจะได้รถที่ไว้ใจได้หน่อยเพราะครั้งนี้ต้องนั่งรถกลับคนเดียว... พอบอกว่า ไปสนามบิน  คุณคนขับแท็กซี่ท่านกดมิเตอร์ทิ้งทันที   ไปสนามบินมันไกล รถมันติด  มาอีหรอบนี้อีกแล้ว  ขอสัก 400 เปโซนะ  เป็นการเจรจาที่ไม่ค่อยเป็นธรรมเพราะผู้โดยสารขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว   จะลงก็ไม่ได้  เรารู้สึกทันทีว่า  เมืองจะน่าอยู่ หากคนน่ารักและไว้ใจได้ .. คิดถึงเมืองไทย

 

เรายิ้มใจดีสู้เสือ   ขับไปเถอะ  เดี๋ยวดูเองว่าจะให้เท่าไหร่....  แน่นอนว่า เรามีตัวเลข 350 เปโซ  ระยะทางวิ่ง  สภาพจราจรวันเดินทางมาเป็นข้อมูลอ้างอิงอยู่แล้ว  ..งานนี้มากที่สุดก็จะให้แค่ 300 .. เราคิดในใจ

 

รถออกจากโรงแรมผ่านถนนจอแจ   แท็กซี่กดแตรปี๊นๆให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินอยู่ข้างทาง  หันไปโบกมือให้  เรานึกว่าคนรู้จัก  สวยนะ   เขาบอกแล้วขับต่อไป....

มาดามมาจากไหน  คนญี่ปุ่นเหรอ  ชวนคุยอีก   เราทำเสียงอือออ ไม่ตอบรับไม่ปฏิเสธเพราะยังต้องระวังท่าทีกับนายคนนี้

 

รถติดคนข้าม  ถนนใจกลางเมืองมะนิลาตอนบ่ายสามโมงแออัดจอแจทั้งรถทั้งคน

คนฟิลิปปินส์จนนะ  รัฐบาลก็เอาแต่คอรัปชั่น  ประเทศอื่นจะเป็นแบบนี้ไหน  คนขับชวนคุยต่อ  ประเด็นนี้ค่อยน่าสนใจคุยด้วยหน่อย

ทำไมคิดว่าคนฟิลิปปินส์จน?”

“no money.. ไม่มีเงิน ..ของแพง  เขาตอบ   ของแพงนั้นจริงด้วย  เพราะร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าจานหนึ่งก็ 180 เปโซขึ้นไป   ห้างเมืองไทยยังพอหาของไม่แพงกินได้

 

รถวิ่งไปเรื่อย ไม่มีทีท่าว่าจะหลุดพ้นความจอแจ  คนฟิลิปปินส์ขับรถแบบไม่มีเลน

 

แล้วปกติ ทานข้าวมื้อละกี่เปโซ  เราถาม  เดาว่า เขาคงทานข้าวแกงที่ไม่แพง

“60”  นับว่าแพงจริงๆด้วย เพราะรายได้เขาก็ไม่สูง

 

ปี๊นๆ ๆ เขากดแตรอีก   เหมือนเดิมคือ กดให้สาวที่เดินบนฟุตบาธข้างทาง  เซ็กซี่นะ..  อีกแล้ว  คุณก็สวยนะ  เขาหันมาบอก   เรื่องนี้ไม่น่าคุยด้วยแต่อย่างใด

ภรรยาผมที่บ้านตัวใหญ่มาก  ไม่น่าชื่นชม... เขาหัวเราะ... เมื่อก่อนก็เคยหุ่นดีอยู่.....  เราเริ่มเขม่น  โชคดีที่เขาเปลี่ยนเรื่อง

 

หิว  เขาบ่น  แต่ยังขับรถไปเรื่อยๆ   นายคนนี้ ดูจะใจดีกว่าคนขับแท็กซี่ขาเข้าเมืองอยู่สักหน่อย  และเราก็เริ่มรู้สึกสงสาร

ยังไม่ทานข้าวหรือ  บ่ายสามแล้ว  มีขนมเอาไหม  เราถามแบบใจดี

ไม่เอาหรอก  ไม่อยู่ท้อง   ต้องกินข้าว   เขาตอบ  ..ก็เหมือนคนไทยนะ

เมื่อไปถึงสนามบิน  เราให้เงินเขา 350 เปโซด้วยความเห็นใจ   บอกว่า ขอบใจนะ  ขอให้ทานข้าวให้อร่อย.... เขายิ้มรับเงิน ช่วยยกกระเป๋า...  หวังว่าครั้งหน้ามาอีกที จะเจอแท็กซี่ที่ไม่ต้องคอยให้ห่วงพะวงแบบประสบการณ์เที่ยวนี้.... 

คิดถึงคนไทยน่ารัก..