ปีพ.ศ.2545 ชีวิตก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัย ข้าพเจ้าเลือกเรียนโปรแกรมวิชาศิลปกรรม(ออกแบบประยุกต์ศิลป์)ของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ข้าพเจ้าเลือกวิชาที่ข้าพเจ้าไม่ได้ถนัดแต่อย่างใดเลย ข้าพเจ้าวาดรูปไม่สวย แต่ทว่าในขณะนั้นข้าพเจ้ามีความใฝ่ฝันอยากเป็น Designer ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจเลือกลงสาขาออกแบบประยุกต์ศิลป์ เริ่มแรกข้าพเจ้ามีเพื่อนร่วมห้องประมาณ 28 คน แล้วปีต่อมาก็เริ่มลดลงเรื่อยๆ

เพื่อนร่วมห้องศิลปกรรม(ออกแบบประยุกต์ศิลป์) รุ่น 5
ข้าพเจ้าเริ่มเรียนวิชาทางด้านศิลปกรรมอย่างหลากหลาย คือ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ข้าพเจ้าชอบและพยายามทำงานสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปกรรมอย่างเต็มที่ และข้าพเจ้ายังมีเพื่อนร่วมห้องที่เก่งทางด้านศิลปกรรมช่วยแนะนำ ผลงานในช่วงแรกของข้าพเจ้าคือ วาดเส้น

วิชาวาดเส้น ทีแรกข้าพเจ้าไม่รู้เรื่องแสงเงาเท่าไร ทำให้ข้าพเจ้าทำงานไม่ได้วาดรูปออกมาก็ไม่สวย ไม่มีมิติ ในขณะนั้นข้าพเจ้าท้อมาก ถึงขั้นว่าจะขอย้ายเอกเลยทีเดียว แต่ข้าพเจ้าก็กลับมาคิดทบทวน และได้บทสรุปให้กับตัวเองว่า เราไม่ควรจะหนีปัญหา สิ่งไหนที่เราทำไม่เป็น ก็ต้องหัด ฝึกฝน ทำบ่อยๆ ขยัน และไม่ท้อ ไม่มีสิ่งไหนที่เราทำไม่ได้ ถ้าเราตั้งใจ หลังจากนั้นข้าพเจ้าจึงเริ่มศึกษาและทำงานศิลปะอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา

ชีวิตของชาวศิลปะเริ่มสนุกขึ้น เพราะการเรียนศิลปะไม่เพียงเรียนอยู่ในห้องเรียนเท่านั้น บางโอกาสเราได้ออกไปเขียนรูปนอกสถานที่ ทำให้เรียนศิลปะไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าเบื่อ การใช้สีน้ำในการวาดรูปเป็นเทคนิคที่ ข้าพเจ้าได้เรียน เริ่มแรกก็หัดวาดหุ่นนิ่งก่อนและหลังจากนั้นก็ออกไปวาดนอกสถานที่

ผลงานจิตรกรรมไทย

ผลงานภาพพิมพ์

ผลงานประติมากรรม
วิชาประติมากรรม ทีแรกเป็นวิชาที่ข้าพเจ้าไม่ชอบเลย เพราะเป็นวิชาที่สกปรก แต่หลังจากที่ได้เรียนและเข้าใจวิธีการต่าง ก็ทำให้ข้าพเจ้า สนุกและชอบวิชาประติมากรรม เพราะเป็นวิชาที่ทำอะไรก็ได้ ง่ายๆ หมายถึง ถ้าเราไม่ชอบส่วนหรือส่วนไหนที่ไม่สวย ไม่เหมาะสมก็ขูดออก แกะออก ส่วนไหนที่ยังขาดเราก็สามารถเอากลับไปใส่ได้อีก แต่วิชานี้จะเหนื่อยตรงที่นวดดินนี้แหละ (ข้าพเจ้าไม่ชอบเลย ทำยังไงก็ไม่ชอบอยู่ดี...)

ตู้ใบนี้เป็นตู้เก็บของที่ข้าพเจ้าลงมือทำเองทั้งหมด ข้าพเจ้าทำตู้ใบนี้ตอนเรียนเตรียมฝึกประสบการณ์ ข้าพเจ้าใช้เวลานานมากในการทำตู้ใบนี้ เพราะในการทำครั้งแรกมันไม่ลงตัวเลยสักอย่าง ที่เขียนแบบไว้ก็ใช้ไม่ได้ ต้องปรับและแก้ไขหลาย จนในที่สุดก็เสร็จสมบูรณ์ แต่เสร็จช้ากว่ากำหนดเลยทำให้ข้าพเจ้าต้องไปฝึกงานช้า การกระทำครั้งนั้นทำให้ข้าพเจ้าช้าไปอีกหนึ่งเทรม และจบช้าไปอีกหนึ่ง ข้าพเจ้าสำเร็จการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามเมื่อปีพ.ศ. 2549
หลังจากที่ข้าพเจ้าสำเร็จการศึกษาในปีพ.ศ. 2549 ข้าพเจ้าก็เดินตามทางฝัน ข้าพเจ้าตัดสินใจเลือกทำงานที่กรุงเทพฯ ด้วยเหตุผลที่ว่า เมืองใหญ่เมืองหลวงความท้าทายต่ออาชีพจะเข้มข้นกว่าต่างจังหวัด เพราะตอนที่ข้าพเจ้าฝึกประสบการณ์วิชาชีพข้าพเจ้าก็เลือกลงที่กรุงเทพฯ ชีวิตการทำงานกับฝึกประสบการณ์ไม่ได้ต่างกันเลย ข้าพเจ้าได้ความท้าทายสมใจ ข้าพเจ้าทำงานตำแหน่ง Graphic Design การทำงานที่บริษัทสนุก ท้าทาย การทำงานในครั้งนั้นทำให้ข้าพเจ้าได้ประสบการณ์วิชาเรียนเพิ่มขึ้นอีกวิชา คือ วิชาคน สังคมของคนเมืองหลวงและต่างจังหวัด ข้าพเจ้าบอกได้เลยว่ามันแตกต่าง
ปีพ.ศ.2551 ข้าพเจ้าจึงลาออกจากบริษัทเพื่อมาศึกษาต่อ เพราะข้าพเจ้าเชื่อว่าความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด เราสามารถเรียนได้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ข้าพเจ้าเลือกเรียนสาขาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีเพื่อนร่วมห้อง 6 คน

เพื่อนร่วมห้องทัศนศิลป์ รุ่น 3
การเรียนในระดับบัณฑิตแตกต่างจากตอนที่ข้าพเจ้าเรียนในระดับปริญญาตรีมากเพราะ จุดประสงค์แตกต่างกัน คือ ตอนเรียนปริญญาตรีข้าพเจ้าเรียนเพิ่มตอบสนองสังคม แต่ในระดับบัณฑิตต้องทำงานศิลปะเพื่อตอบสนองตัวเอง ทำให้ข้าพเจ้ารู้ว่าศิลปะก่อนที่ถ่ายทอดให้คนอื่นรับรู้ เราควรหัดที่จะรู้จักตัวเองก่อน
ในการเรียนระดับบัณฑิตข้าพเจ้าได้เรียนวิชาที่มีความจำเป็นต่อการสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปกรรมอย่างมาก ทุกวิชามีความสอดคล้องและส่งผลต่อการสร้างสรรค์ทั้งสิ้น ในวิชา Composition Art ก็เป็นอีกวิชาที่มีการเรียนการสอนทั้งปฏิบัติ และทฤษฎี โดยจุดมุ่งหมายของวิชา Composition Art คือ นำเอาทฤษฎีองค์ประกอบศิลป์ ทัศนธาตุ หลักการจัดภาพ เทคนิคของงานทัศนศิลป์แบบต่างๆฝึกปฏิบัติงานตามขั้นตอนและวิธีการสร้างองค์ประกอบศิลป์ขั้นสูง



ผลงานการสร้างสรรค์ศิลปกรรม(Composition Art#1)
หลังจากได้ศึกษาทฤษฎีและปฏิบัติงานในรายวิชา Composition Art#1 ทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขกับการสร้างสรรค์งานศิลปกรรม เพราะเป็นวิชาที่มีการทดลอง ค้นคว้าหาสิ่งใหม่ๆหรือนำเอาสิ่งที่เคยมีมาปรับเปลี่ยนให้เกิดสิ่งใหม่ ทำให้ศิลปะมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ต่อมาข้าพเจ้าก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการเรียนแบบนำศิลปะสู่พื้นที่คือรายวิชา Composition Art#2 โดยมีอธิบายรายวิชา คือ การฝึกปฏิบัติเพื่อนำทฤษฎีองค์ประกอบศิลป์มาใช้ในการสร้างสรรค์พัฒนาการแสดงออกอย่างมีขั้นตอนเน้นการนำเทคนิคของงานทัศนศิลป์รูปแบบต่างๆมาใช้มากยิ่งขึ้น


ผลงาน Land Art

ผลงาน Installation Art
วิชาการสร้างสรรค์ทัศนศิลป์ขั้นสูง เป็นหนึ่งวิชาที่สำคัญ คือเป็นวิชาที่ศึกษาผลงาน หลักการ และฝึกฝนปฏิบัติงานทัศนศิลป์เชิงวิเคราะห์ ด้านกรรมวิธีการถ่ายทอดในขั้นสูง เพื่อให้มีความสามารถในการถ่ายทอดรูปแบบที่สัมพันธ์กับเนื้อหา เรื่องราวความรู้สึก และจินตนาการ โดยไม่จำกัดวัสดุ และวิธีการ ข้าพเจ้าจึงเลือกสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบสื่อประสม โดยมีวัสดุเป็นต้นกก ซึ่งต้นกกเป็นพืชที่อยู่ตามท้องถิ่นของข้าพเจ้า และชุมชนของข้าเจ้าเป็นชุมชนที่นำเอาต้นกกมาทอเป็นเสื่อ ข้าพเจ้าคลุกคลีกกับการทอเสื่อมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก การทอเสื่อเป็นทำงานของคน 2 คน รวมทั้งวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นมีชีวิตที่เรียบง่าย อยู่แบบพอกิน ช่วยเลือกพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน จึงทำให้ข้าพเจ้านึกถึงความสามัคคีของคนในท้องถิ่น ถ่ายทอดออกมาเป็นผลงาน

ผลงานการสร้างสรรค์ศิลปกรรม(Visual Art)

ผลงานการสร้างสรรค์ศิลปกรรม(Visual Art)

ผลงานการสร้างสรรค์ศิลปกรรม(Visual Art)

ผลงานการสร้างสรรค์ศิลปกรรม(Visual Art)
การทำงานในวิชาVisual Art ยังมีข้อที่ต้องปรับอีกหลายอย่าง ทำให้ข้าพเจ้าต้องหาข้อมูล และกำหนดกรอบแนวคิดให้ชัดเจนมากขึ้น ข้อมูลที่ต้องหาต้องมีทั้งภาคสนาม และเอกสารอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ เพื่อเป็นข้อมูลในการทำงานสร้างสรรค์วิชาการสร้างสรรค์ทัศนศิลป์ขั้นสูง ตอบสนองเจตนารมณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไป
...........................................................................................................................................................................................................ตั๊กแตน....
oh นับถือในความพยายาม มุ่งมั่น ของพี่มากเลย
พี่เก่ง มีความสามารถจริงๆค่ะ ผลงานที่พี่ทำสวยงามดีมากค่ะ
..//
ปีนี้น้องก้อเลือกเรียนศิลปกรรม ออกแบบประยุกต์ศิลป์ (ภาคพิเศษ)
เพราะชอบวาดภาพ ชอบงานศิลปะ อยากออกแบบหลากหลายอย่าง
ขอบคุณมากนะค่ะ ที่ให้รู้จักวิชาที่ต้องได้เรียน
ทำให้น้องมีกำลังใจ มุ่งมั่น ในสิ่งที่น้องเลือก