“แต่ขณะนี้การเคลื่อนไหวที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำคลองท่าทนดูจะคึกคักเป็นพิเศษ” บังหยากล่าวเหมือนเตรียมสรุปสถานการณ์ปัจจุบัน “ดูเหมือนเขามีงบประมาณชัดเจนที่จะเริ่มดำเนินการแล้ว ในแผนพัฒนาจังหวัดจังหวัดนครศรีธรรมราชปี 2553-2556 ก็บรรจุโครงการอ่างเก็บน้ำคลองท่าทน หมายเขโครงการที่ 82 โดยสำนักชลประทานที่ 15 มีกรอบงบประมาณปี 2554 จำนวน 300 ล้านบาท ปี 2555 จำนวน 538 ล้านบาท และปี 2556 จำนวน 538 ล้านบาท สิ่งที่เราต้องรู้ต่อไปคือรายละเอียดทั้งหมดของมันเป็นอย่างไร ทั้งระบบการผันน้ำ บ่อพักน้ำ หรือพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำ เพราะเท่าที่มีข้อมูลเดิมอยู่มันอาจถูกปรับถูกเปลี่ยนไปแล้ว”

การจัดการน้ำเพื่อการนิคมฯนครศรีธรรมราช

โดย มรสุม

ที่มา จดมหายข่าวเรื่องเล่าจากเขาถึงเล  สื่อสารคดีสร้างสรรค์เพื่อทิศทางการพัฒนาเมืองนคร

ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๒ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๒ฉบับ  ก่อเกิดเครือข่ายผลกระทบนโยบายสาธารณะ

 

                ข่าวนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้โหมกระพือเข้าสู่หมู่บ้านสร้างความคึกคักให้กับร้านกาแฟในดงมะพร้าวจนเกิดการรวมตัวเป็นกลุ่มขึ้นหลวมๆ    กลุ่มเสาร์บ่าย ใจสู้ นัดคุยกันทุกบ่ายวันเสาร์   ครูสุธรรมเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงนัดแนะสมาชิกแต่ละคนให้ไประดมหาข้อมูลมาคุยกันแต่ละครั้ง

                บังหยาเจ้าของร้านยกกาน้ำชามาวางบนโต๊ะกลางวงแล้วทยอยเสิร์ฟชากาแฟใส่นมข้นให้แต่ละคน    แล้วเป็นคนเริ่มพูดเกี่ยวกับเรื่องที่เตรียมจะคุยในวันนี้เพราะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก

                เรื่องน้ำที่เขาจะเอามาใช้ในโครงการเซาเทิร์นซีบอร์ดนี้พอไปดูข้อมูลมันเป็นเรื่องใหญ่เหมือนกัน   ที่ผมไปหาข้อมูลมาได้รัฐบาลเขาวางแผนเรื่องนี้ชัดเจนตั้งแต่ พ.ศ. 2536 แล้ว     คณะกรรมการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งภาคใต้หรือ กพต.ได้ตั้งอนุกรรมการจัดหาแหล่งน้ำโดยมอบหมายให้กรมชลประทานเป็นผู้รับผิดชอบภายใต้โครงการจัดหาแหล่งน้ำสำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้    กรมชลฯเลยเลือกพื้นที่ดำเนินการได้ 5 แห่งคือ  โครงการอ่างเก็บน้ำคลองท่าทน  โครงการอ่างเก็บน้ำคลองกลาย  สองโครงการนี้อยู่ในนครศรีธรรมราช  โครงการสูบน้ำแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี  โครงการอ่างเก็บน้ำลำรูใหญ่ จังหวัดพังงา  และโครงการอ่างเก็บน้ำคลองแห้ง จังหวัดกระบี่        สามโครงการแรกนี้เกี่ยวข้องกับพวกเราโดยตรงเพราะเป็นการจัดการน้ำให้กับเซาเทิร์นซีบอร์ดฝั่งทะเลตะวันออก

                แล้วที่ได้ข่าวว่ามีเขื่อนเชี่ยวหลานมาเกี่ยวด้วยมันเป็นยังไงหรือ?”  บังดีนถาม   บังหยาจึงอธิบายต่อ

                มันเป็นอย่างนี้   ห้าโครงการแรกนี่ เป็นแผนงานของกรมชลประทาน   ส่วนเขื่อนเชี่ยวหลานหรือเขื่อนรัชชประภาที่อยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีอยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.        ที่มันเกี่ยวกันก็เพราะเมื่อวันที่ 15  พฤศจิกายน 2550  คณะกรรมาธิการวิสามัญการบริหารจัดการน้ำเพื่อการพลังงานและอุตสาหกรรมในภาคใต้ได้เสนอผลการศึกษาแก่สภานิติบัญญัติแห่งชาติว่า  ความต้องการน้ำดิบในโครงการเซาเทิร์นซีบอร์ดฝั่งทะเลด้านตะวันออกระยะที่ 1  หรือ 10 ปีแรกต้องการน้ำปีละ  9.14 ล้านลูกบาศก์เมตร  ระยะที่ 2   หรือ 10 ปีต่อมาต้องการน้ำปีละ 75.77 ล้านลูกบาศก์เมตร  และระยะที่ 3 หรือประมาณ  10-20 ปีถัดมาต้องใช้น้ำปีละ 116.15 ล้านลูกบาศก์เมตร        คณะกรรมาธิการฯเขาได้สำรวจแหล่งน้ำต้นทุนที่จะนำมาใช้ในฝั่งตะวันออกว่ามี 4 แหล่ง       แหล่งที่ 1 คือ น้ำจากเขื่อนเชี่ยวหลาน ที่มีน้ำต้นทุน 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร  โดยต้องผันน้ำด้วยท่อขนาด 1,000 มิลลิเมตรมาเป็นระยะทาง 130 กิโลเมตร     ลงทุน 2,100  ล้านบาท นี่เป็นทางเลือกแรก      ส่วนทางเลือกที่ 2  คือการนำน้ำจาก 3 แหล่งในแผนงานของกรมชลฯมารวมกันคือ ระยะที่ 1 เป็นโครงการสูบน้ำจากแม่น้ำตาปี ที่มีน้ำต้นทุนจากแม่น้ำตาปี ต้องผันน้ำมา 90 กิโลเมตร     ลงทุน 1,500  ล้านบาท    ระยะที่ 2 และ 3 เป็นการนำน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองกลายที่เก็บน้ำได้ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร  ต้องผันน้ำมา 60  กิโลเมตรและอ่างเก็บน้ำคลองท่าทนที่เก็บน้ำได้ 14 ล้านลูกบาศก์เมตร    ต้องผันน้ำมา 40 กิโลเมตร ทั้งสองโครงการนี้ลงทุน 1,500 ล้านบาท     นี่เป็นทางเลือกที่ 2

                แล้วกรมชลฯเขาชอบทางเลือกไหนล่ะ?  ผู้ช่วยเคลื่อนถาม

                กรรมาธิการฯ เขาเสนอให้เลือกทางเลือกแรก   เขาว่าการจัดการน้ำแบบทางเลือกที่ 2 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลฯจะต้องแบ่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคไปให้ชาวบ้านด้วย    อาจทำให้เกิดการแย่งน้ำกับชาวบ้าน    ต้องเวนคืนที่ดินด้วย

                ยังงี้พวกคลองกลายกับท่าทนก็อุ่นใจได้แล้วสิ?  จ๊ะสาวพูด

                ไม่ใช่เลย   เพราะไม่รู้ว่ากรรมการโครงการเซาเทิร์นซีบอร์ดเขาจะเลือกยังไง     กรมชลฯก็ยังเดินหน้าสร้างอ่างเก็บน้ำอยู่     อย่างที่คลองท่าทน ต.เทพราช อ.สิชล เขาทำฝายเสร็จแล้ว     เจ้าหน้าที่กรมชลฯยังเข้าไปชี้แจงที่ อบต.เทพราช  เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2550 เพื่อผลักดันให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองท่าทนอยู่เลย      เขาได้พูดถึงแนวทางที่จะเวนคืนที่ดิน    จ่ายชดเชยผลอาสิน      เขาว่าจะสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อเอาน้ำมาเติมให้ฝายที่สร้างไปแล้ว      เมื่อสร้างอ่างเก็บน้ำเสร็จ อบต.อาจมีรายได้จากการขายน้ำ    สมาชิก อบต.หลายคนได้อภิปรายว่าการสร้างฝายที่ผ่านมาก็ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนมากแล้ว ทั้งน้ำแห้งขอดในหน้าแล้ง และน้ำท่วมในหน้าน้ำ    รถก็ขับข้ามสะพาน ข้ามคูน้ำไม่ได้  ซึ่งเดิมไม่เคยเป็นมาก่อน      อบต.บางคนกังวลว่าน้ำที่ได้จะนำไปให้นายทุนแทนชาวบ้านก็มี      สรุป คือเขายังผลักดันให้สร้างอ่างเก็บน้ำคลองท่าทนอยู่

                ครูสุธรรมกล่าวเสริมขึ้น ชาวบ้านจากตำบลเทพราชหลายคนมาพูดกับผม     เขาไม่สบายใจที่ระยะนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพรรณพืชก็กำลังเร่งประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติเขานันทับที่ของเขา ทั้งที่พวกอุทยานฯเขาเตรียมประกาศมาตั้งแต่ พ.ศ. 2532 โน่น     ถ้าประกาศเขตอุทยานฯก็จะทับพื้นที่ทั้ง ตำบลกรุงชิง  ตำบลนบพิตำ  กิ่งอำเภอนบพิตำ ตำบลตลิ่งชัน  อำเภอท่าศาลา  และตำบลเขาน้อย  ตำบลฉลอง  ตำบลเทพราช  ตำบลเปลี่ยน  อำเภอสิชล   เขากลัวว่าจะไล่ชาวบ้านออกแล้วเอาที่ไปทำเขื่อนและควบคุมชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ต้นน้ำของเขื่อนได้ง่ายขึ้นก็ได้

                วงคุยเงียบไปครู่ใหญ่จนจ๊ะสาวถามขึ้น แต่เคยได้ยินข่าวว่าเขื่อนคลองกลายเขายกเลิกไปแล้วไม่ใช่หรือ?    บังหยาผู้ไปค้นข้อมูลเรื่องนี้มาจึงเล่าต่อ

                โครงการแบบนี้จะให้ยกเลิกไปเลยคงยากนอกจากชะลอไปก่อนหรือบอกว่าเลิกไปเพราะชาวบ้านกดดันมากพอ     โครงการอ่างเก็บน้ำคลองกลายเขาบอกว่ายกเลิกเพราะเหตุว่าชาวบ้านไปต่อสู้ร่วมกับสมัชชาคนจน    แต่ถ้าชาวบ้านเผลอเมื่อไหร่มันก็ฟื้นคืนมาอีก      เป็นแบบนี้ทุกเขื่อนแหละ    อย่างเขื่อนคลองลาไมก็เหมือนกัน   ชาวบ้านลาไมเขาบอกว่าทางการจะใช้พื้นที่เพื่อสร้างเขื่อนคลองลาไมที่ ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช  ซึ่งต้องใช้พื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 8,000 ไร่ ต้องอพยพชาวบ้านออกไป 3 หมู่บ้าน หรือราว 800 หลังคาเรือน  ตอนนี้เขาซาๆที่จะสร้างอยู่   แต่ชาวบ้านอ่อนแรงเมื่อไหร่ก็บ้านหายไม่รู้ตัวเหมือน

ใช่   ผมเห็นข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการน้ำสำหรับเซาเทิร์นซีบอร์ดแล้วคิดว่าคนคลองกลายยังวางใจเรื่องนี้ไม่ได้  ครูสุธรรมกล่าว      เพราะโครงการอ่างเก็บน้ำคลองกลายกับอ่างเก็บน้ำคลองท่าทนเป็นเหมือนคู่แฝดที่อยู่ในส่วนของโครงการจัดหาแหล่งน้ำสำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้       โดยอ่างเก็บน้ำทั้งสองแห่งต้องร่วมกันส่งน้ำไปยังพื้นที่อุตสาหกรรม      มีผู้ศึกษาและเสนอไว้แล้วว่าอ่างเก็บน้ำทั้ง 2 แห่งนี้ควรจะมีการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองกลายในปริมาณที่มากกว่าอ่างเก็บน้ำคลองท่าทนเนื่องจากมีปริมาณน้ำท่าที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำคลองกลายมากกว่า      พวกคลองกลายจึงเสี่ยงที่จะถูกหวยเขื่อนมากกว่าด้วยซ้ำ    นี่ผู้ศึกษาคือ ผศ. สุวัฒนา จิตตลดากรจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และวิศวกรของบริษัทแอกตี้ คอนซัลท์ จำกัด ชื่อ ชาญยุทธ กาฬกาญจน์

แต่ขณะนี้การเคลื่อนไหวที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำคลองท่าทนดูจะคึกคักเป็นพิเศษ บังหยากล่าวเหมือนเตรียมสรุปสถานการณ์ปัจจุบัน   ดูเหมือนเขามีงบประมาณชัดเจนที่จะเริ่มดำเนินการแล้ว  ในแผนพัฒนาจังหวัดจังหวัดนครศรีธรรมราชปี 2553-2556 ก็บรรจุโครงการอ่างเก็บน้ำคลองท่าทน  หมายเขโครงการที่ 82 โดยสำนักชลประทานที่ 15  มีกรอบงบประมาณปี 2554 จำนวน 300 ล้านบาท ปี 2555 จำนวน 538 ล้านบาท และปี 2556 จำนวน 538 ล้านบาท          สิ่งที่เราต้องรู้ต่อไปคือรายละเอียดทั้งหมดของมันเป็นอย่างไร  ทั้งระบบการผันน้ำ  บ่อพักน้ำ หรือพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำ  เพราะเท่าที่มีข้อมูลเดิมอยู่มันอาจถูกปรับถูกเปลี่ยนไปแล้ว  บังหยาหยิบเอกสารประมาณการการลงทุนของโครงการเขื่อนเชี่ยวหลาน  โครงการอ่างเก็บน้ำคลองกลาย  และโครงการอ่างเก็บน้ำคลองท่าทนของกรรมาธิการฯสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ทุกคนเวียนกันดู

ผมล่ะรำคาญคำว่า อ่างเก็บน้ำ  จริงๆ   ใช้คำว่า เขื่อน ตรงๆไปเลยก็สิ้นเรื่อง   หลอกกันอยู่ได้  ราซัก หนุ่มเยาวชนหัวไวใจสู้หลานบังหยาที่นั่งฟังมานานโพล่งขึ้นเมื่ออ่านเอกสารงบประมาณการจบ

แล้วเราจะไปหาข้อมูลมาได้ยังไงล่ะ?   จ๊ะสาวถาม     ทำให้ทุกคนต้องใช้ความคิดอย่างหนักอีกครั้ง     เรื่องที่ดูเหมือนง่ายๆอย่างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารก็กลายเป็นเรื่องยากขึ้นมาทันที.