การจัดการน้ำเพื่อการนิคมฯนครศรีธรรมราช
โดย มรสุม
ที่มา จดมหายข่าวเรื่องเล่าจากเขาถึงเล สื่อสารคดีสร้างสรรค์เพื่อทิศทางการพัฒนาเมืองนคร
ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ฉบับ ก่อเกิดเครือข่ายผลกระทบนโยบายสาธารณะ
ข่าวนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้โหมกระพือเข้าสู่หมู่บ้านสร้างความคึกคักให้กับร้านกาแฟในดงมะพร้าวจนเกิดการรวมตัวเป็นกลุ่มขึ้นหลวมๆ กลุ่มเสาร์บ่าย ใจสู้ นัดคุยกันทุกบ่ายวันเสาร์ ครูสุธรรมเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงนัดแนะสมาชิกแต่ละคนให้ไประดมหาข้อมูลมาคุยกันแต่ละครั้ง
บังหยาเจ้าของร้านยกกาน้ำชามาวางบนโต๊ะกลางวงแล้วทยอยเสิร์ฟชากาแฟใส่นมข้นให้แต่ละคน แล้วเป็นคนเริ่มพูดเกี่ยวกับเรื่องที่เตรียมจะคุยในวันนี้เพราะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก
“เรื่องน้ำที่เขาจะเอามาใช้ในโครงการเซาเทิร์นซีบอร์ดนี้พอไปดูข้อมูลมันเป็นเรื่องใหญ่เหมือนกัน ที่ผมไปหาข้อมูลมาได้รัฐบาลเขาวางแผนเรื่องนี้ชัดเจนตั้งแต่ พ.ศ. 2536 แล้ว คณะกรรมการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งภาคใต้หรือ กพต.ได้ตั้งอนุกรรมการจัดหาแหล่งน้ำโดยมอบหมายให้กรมชลประทานเป็นผู้รับผิดชอบภายใต้โครงการจัดหาแหล่งน้ำสำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ กรมชลฯเลยเลือกพื้นที่ดำเนินการได้ 5 แห่งคือ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองท่าทน โครงการอ่างเก็บน้ำคลองกลาย สองโครงการนี้อยู่ในนครศรีธรรมราช โครงการสูบน้ำแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โครงการอ่างเก็บน้ำลำรูใหญ่ จังหวัดพังงา และโครงการอ่างเก็บน้ำคลองแห้ง จังหวัดกระบี่ สามโครงการแรกนี้เกี่ยวข้องกับพวกเราโดยตรงเพราะเป็นการจัดการน้ำให้กับเซาเทิร์นซีบอร์ดฝั่งทะเลตะวันออก”
“แล้วที่ได้ข่าวว่ามีเขื่อนเชี่ยวหลานมาเกี่ยวด้วยมันเป็นยังไงหรือ?” บังดีนถาม บังหยาจึงอธิบายต่อ
“มันเป็นอย่างนี้ ห้าโครงการแรกนี่ เป็นแผนงานของกรมชลประทาน ส่วนเขื่อนเชี่ยวหลานหรือเขื่อนรัชชประภาที่อยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีอยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ที่มันเกี่ยวกันก็เพราะเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2550 คณะกรรมาธิการวิสามัญการบริหารจัดการน้ำเพื่อการพลังงานและอุตสาหกรรมในภาคใต้ได้เสนอผลการศึกษาแก่สภานิติบัญญัติแห่งชาติว่า ความต้องการน้ำดิบในโครงการเซาเทิร์นซีบอร์ดฝั่งทะเลด้านตะวันออกระยะที่ 1 หรือ 10 ปีแรกต้องการน้ำปีละ 9.14 ล้านลูกบาศก์เมตร ระยะที่ 2 หรือ 10 ปีต่อมาต้องการน้ำปีละ 75.77 ล้านลูกบาศก์เมตร และระยะที่ 3 หรือประมาณ 10-20 ปีถัดมาต้องใช้น้ำปีละ 116.15 ล้านลูกบาศก์เมตร คณะกรรมาธิการฯเขาได้สำรวจแหล่งน้ำต้นทุนที่จะนำมาใช้ในฝั่งตะวันออกว่ามี 4 แหล่ง แหล่งที่ 1 คือ น้ำจากเขื่อนเชี่ยวหลาน ที่มีน้ำต้นทุน 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยต้องผันน้ำด้วยท่อขนาด 1,000 มิลลิเมตรมาเป็นระยะทาง 130 กิโลเมตร ลงทุน 2,100 ล้านบาท นี่เป็นทางเลือกแรก ส่วนทางเลือกที่ 2 คือการนำน้ำจาก 3 แหล่งในแผนงานของกรมชลฯมารวมกันคือ ระยะที่ 1 เป็นโครงการสูบน้ำจากแม่น้ำตาปี ที่มีน้ำต้นทุนจากแม่น้ำตาปี ต้องผันน้ำมา 90 กิโลเมตร ลงทุน 1,500 ล้านบาท ระยะที่ 2 และ 3 เป็นการนำน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองกลายที่เก็บน้ำได้ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร ต้องผันน้ำมา 60 กิโลเมตรและอ่างเก็บน้ำคลองท่าทนที่เก็บน้ำได้ 14 ล้านลูกบาศก์เมตร ต้องผันน้ำมา 40 กิโลเมตร ทั้งสองโครงการนี้ลงทุน 1,500 ล้านบาท นี่เป็นทางเลือกที่ 2”
“แล้วกรมชลฯเขาชอบทางเลือกไหนล่ะ?” ผู้ช่วยเคลื่อนถาม
“กรรมาธิการฯ เขาเสนอให้เลือกทางเลือกแรก เขาว่าการจัดการน้ำแบบทางเลือกที่ 2 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลฯจะต้องแบ่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคไปให้ชาวบ้านด้วย อาจทำให้เกิดการแย่งน้ำกับชาวบ้าน ต้องเวนคืนที่ดินด้วย”
“ยังงี้พวกคลองกลายกับท่าทนก็อุ่นใจได้แล้วสิ?” จ๊ะสาวพูด
“ไม่ใช่เลย เพราะไม่รู้ว่ากรรมการโครงการเซาเทิร์นซีบอร์ดเขาจะเลือกยังไง กรมชลฯก็ยังเดินหน้าสร้างอ่างเก็บน้ำอยู่ อย่างที่คลองท่าทน ต.เทพราช อ.สิชล เขาทำฝายเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่กรมชลฯยังเข้าไปชี้แจงที่ อบต.เทพราช เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2550 เพื่อผลักดันให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองท่าทนอยู่เลย เขาได้พูดถึงแนวทางที่จะเวนคืนที่ดิน จ่ายชดเชยผลอาสิน เขาว่าจะสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อเอาน้ำมาเติมให้ฝายที่สร้างไปแล้ว เมื่อสร้างอ่างเก็บน้ำเสร็จ อบต.อาจมีรายได้จากการขายน้ำ สมาชิก อบต.หลายคนได้อภิปรายว่าการสร้างฝายที่ผ่านมาก็ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนมากแล้ว ทั้งน้ำแห้งขอดในหน้าแล้ง และน้ำท่วมในหน้าน้ำ รถก็ขับข้ามสะพาน ข้ามคูน้ำไม่ได้ ซึ่งเดิมไม่เคยเป็นมาก่อน อบต.บางคนกังวลว่าน้ำที่ได้จะนำไปให้นายทุนแทนชาวบ้านก็มี สรุป คือเขายังผลักดันให้สร้างอ่างเก็บน้ำคลองท่าทนอยู่”
ครูสุธรรมกล่าวเสริมขึ้น “ชาวบ้านจากตำบลเทพราชหลายคนมาพูดกับผม เขาไม่สบายใจที่ระยะนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพรรณพืชก็กำลังเร่งประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติเขานันทับที่ของเขา ทั้งที่พวกอุทยานฯเขาเตรียมประกาศมาตั้งแต่ พ.ศ. 2532 โน่น ถ้าประกาศเขตอุทยานฯก็จะทับพื้นที่ทั้ง ตำบลกรุงชิง ตำบลนบพิตำ กิ่งอำเภอนบพิตำ ตำบลตลิ่งชัน อำเภอท่าศาลา และตำบลเขาน้อย ตำบลฉลอง ตำบลเทพราช ตำบลเปลี่ยน อำเภอสิชล เขากลัวว่าจะไล่ชาวบ้านออกแล้วเอาที่ไปทำเขื่อนและควบคุมชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ต้นน้ำของเขื่อนได้ง่ายขึ้นก็ได้ ”
วงคุยเงียบไปครู่ใหญ่จนจ๊ะสาวถามขึ้น “แต่เคยได้ยินข่าวว่าเขื่อนคลองกลายเขายกเลิกไปแล้วไม่ใช่หรือ?” บังหยาผู้ไปค้นข้อมูลเรื่องนี้มาจึงเล่าต่อ
“โครงการแบบนี้จะให้ยกเลิกไปเลยคงยากนอกจากชะลอไปก่อนหรือบอกว่าเลิกไปเพราะชาวบ้านกดดันมากพอ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองกลายเขาบอกว่ายกเลิกเพราะเหตุว่าชาวบ้านไปต่อสู้ร่วมกับสมัชชาคนจน แต่ถ้าชาวบ้านเผลอเมื่อไหร่มันก็ฟื้นคืนมาอีก เป็นแบบนี้ทุกเขื่อนแหละ อย่างเขื่อนคลองลาไมก็เหมือนกัน ชาวบ้านลาไมเขาบอกว่าทางการจะใช้พื้นที่เพื่อสร้างเขื่อนคลองลาไมที่ ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งต้องใช้พื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 8,000 ไร่ ต้องอพยพชาวบ้านออกไป 3 หมู่บ้าน หรือราว 800 หลังคาเรือน ตอนนี้เขาซาๆที่จะสร้างอยู่ แต่ชาวบ้านอ่อนแรงเมื่อไหร่ก็บ้านหายไม่รู้ตัวเหมือน”
“ใช่ ผมเห็นข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการน้ำสำหรับเซาเทิร์นซีบอร์ดแล้วคิดว่าคนคลองกลายยังวางใจเรื่องนี้ไม่ได้” ครูสุธรรมกล่าว “เพราะโครงการอ่างเก็บน้ำคลองกลายกับอ่างเก็บน้ำคลองท่าทนเป็นเหมือนคู่แฝดที่อยู่ในส่วนของโครงการจัดหาแหล่งน้ำสำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ โดยอ่างเก็บน้ำทั้งสองแห่งต้องร่วมกันส่งน้ำไปยังพื้นที่อุตสาหกรรม มีผู้ศึกษาและเสนอไว้แล้วว่าอ่างเก็บน้ำทั้ง 2 แห่งนี้ควรจะมีการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองกลายในปริมาณที่มากกว่าอ่างเก็บน้ำคลองท่าทนเนื่องจากมีปริมาณน้ำท่าที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำคลองกลายมากกว่า พวกคลองกลายจึงเสี่ยงที่จะถูกหวยเขื่อนมากกว่าด้วยซ้ำ นี่ผู้ศึกษาคือ ผศ. สุวัฒนา จิตตลดากรจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และวิศวกรของบริษัทแอกตี้ คอนซัลท์ จำกัด ชื่อ ชาญยุทธ กาฬกาญจน์”
“แต่ขณะนี้การเคลื่อนไหวที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำคลองท่าทนดูจะคึกคักเป็นพิเศษ” บังหยากล่าวเหมือนเตรียมสรุปสถานการณ์ปัจจุบัน “ดูเหมือนเขามีงบประมาณชัดเจนที่จะเริ่มดำเนินการแล้ว ในแผนพัฒนาจังหวัดจังหวัดนครศรีธรรมราชปี 2553-2556 ก็บรรจุโครงการอ่างเก็บน้ำคลองท่าทน หมายเขโครงการที่ 82 โดยสำนักชลประทานที่ 15 มีกรอบงบประมาณปี 2554 จำนวน 300 ล้านบาท ปี 2555 จำนวน 538 ล้านบาท และปี 2556 จำนวน 538 ล้านบาท สิ่งที่เราต้องรู้ต่อไปคือรายละเอียดทั้งหมดของมันเป็นอย่างไร ทั้งระบบการผันน้ำ บ่อพักน้ำ หรือพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำ เพราะเท่าที่มีข้อมูลเดิมอยู่มันอาจถูกปรับถูกเปลี่ยนไปแล้ว” บังหยาหยิบเอกสารประมาณการการลงทุนของโครงการเขื่อนเชี่ยวหลาน โครงการอ่างเก็บน้ำคลองกลาย และโครงการอ่างเก็บน้ำคลองท่าทนของกรรมาธิการฯสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ทุกคนเวียนกันดู
“ผมล่ะรำคาญคำว่า อ่างเก็บน้ำ จริงๆ ใช้คำว่า เขื่อน ตรงๆไปเลยก็สิ้นเรื่อง หลอกกันอยู่ได้” ราซัก หนุ่มเยาวชนหัวไวใจสู้หลานบังหยาที่นั่งฟังมานานโพล่งขึ้นเมื่ออ่านเอกสารงบประมาณการจบ
“แล้วเราจะไปหาข้อมูลมาได้ยังไงล่ะ?” จ๊ะสาวถาม ทำให้ทุกคนต้องใช้ความคิดอย่างหนักอีกครั้ง เรื่องที่ดูเหมือนง่ายๆอย่างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารก็กลายเป็นเรื่องยากขึ้นมาทันที.