บันทึก นนทรีเมืองดาบ รุ่น ๑
ตอน พี่บางเขนรับน้องคล้องดวงใจ
อาจารย์บรรเทา แจ้งกำหนดภารกิจ ให้นิสิตรุ่นพี่รับน้องใหม่
ตามธรรมเนียมพี่น้องคล้องดวงใจ กำหนดให้ลงไป เกาะพีพี
ศุกร์ที่สอง กุมภา เวลาเที่ยง ต่างพร้อมเพรียงลงเรือไม่หลีกหนี
บ่ายโมงตรงเรือต้องออกทันที เช็คแล้วมีสี่ท่านยังไม่มา
มีท่านพี่นิยม สะอาดแก้ว พร้อมลูกแถว ท่านสหัส พุทธสุขา
ท่านจิรพงศ์ ท่านสุรชัย ยังไม่มา อาจารย์บรรเทา ถามหาด้วยห่วงใย
ท่านเจาะจงถามสหายสายสุราษฎร์ ก็ไม่อาจตอบให้หายสงสัย
ถามสหายสายกระบี่ให้แน่ใจ ไม่มีใครเฉลยเอ่ยวาจา
เสียงกระซิบว่าหาหมอเพราะปวดเมื่อย และพักเหนื่อยให้หมอช่วยรักษา
สี่สหายมีสี่หมอคลอกายา จากบ้านมาหาหมอไม่รอรี
น้องวิโรจน์ หวังดีรีบโทรศัพท์ ถามว่าพี่นิยมครับอยู่ไหนนี่
ได้เวลาบ่ายโมงเรือออกพอดี เดี๋ยวพี่พี่ไปเที่ยวหลังก็แล้วกัน
เป็นคราวเคราะห์เพราะพี่ยม ลืมโทรศัพท์ คนที่รับคือแม่บ้านตอบเสียงสั่น
ว่าออกไปแต่เช้าตรู่อยู่ไหนกัน ได้รับอันตรายหรืออย่างไร
ต้องโทรเช็คกันวุ่นวายอยู่หลายยก ด้วยความหวั่นวิตกอกหวิวไหว
อธิบายกันยืดยาวจึงเข้าใจ ก็น้องโรจน์ ทำไปด้วยหวังดี
บ่ายโมงตรงเรือแล่นออกจากท่า สะพานเจ้าฟ้าห่างออกไปในวิถี
มองเห็นเขาขนาบน้ำงามเหลือที่ สัญลักษณ์เมืองกระบี่ที่ภูมิใจ
เรือทะยานแล่นลิ่วเหนือผิวน้ำ โยนสูงต่ำตามแรงคลื่นกระแทกใส่
นึกถึงนวลสุดายอดยาใจ คงห่วงใยที่พี่มากลางสาคร
ถ้าแม้นเจ้าน้องยามาด้วยพี่ จะชวนชี้ชมมัจฉาปลาสลอน
แต่ด้วยมาคนเดียวกลางสาคร เจ้างามงอนคงสับสนกังวลครัน
สองลูกน้อยกลอยชีวีที่อยู่ด้วย คงได้ช่วยให้หายคลายหวาดหวั่น
บ่ายสามโมงเรือถึง เกาะพีพี หนึ่งร้อยห้านาทีที่เดินทาง
ถึงโรงแรม เกาะพีพี เข้าที่พัก เพื่อพำนักพักผ่อนก่อนฟ้าสาง
หกโมงเย็นพี่บางเขนจัดที่ทาง เสร็จแล้วต่างทานอาหารเย็นด้วยกัน
แล้วให้น้องนั่งเป็นวงกลางวงพี่ ทำพิธีบายศรีเพื่อรับขวัญ
อาจารย์ผูกข้อมือคือยืนยัน ว่าน้องนั้นลูกเกษตรโดยสมบูรณ์
คณาจารย์หลายท่านให้โอวาท เกษตรศาสตร์เก่งสู้ใช่เก่งสูญ
บริหารสัมพันธ์หมั่นเกื้อกูล ช่วยเพิ่มพูนเกษตรมั่นนิรันดร
ประธานพี่ กล่าวต้อนรับประทับขวัญ สายสัมพันธ์แนบแน่นแผ่นสิงขร
ประธานน้องน้อมก้มประนมกร ประสานซ้อนสัมพันธ์อันมั่นคง
ตามด้วยการแสดงพี่และน้อง สลับร้องครวญเพลงบรรเลงส่ง
บ้างใคร่คุยใคร่นั่งบ้างรำวง ห้าทุ่มตรงปิดฟลอร์ขอพักกัน
สามโมงเช้านัดกันเป็นมั่นเหมาะ ไปชมเกาะพีพีเลไม่เหหัน
เรือแล่นผ่าน ถ้ำไวกิ้งส์ ตลิ่งชัน มีขอบคันไม้พาดใครอาจลอง
ปีนขึ้นไปเพื่อเก็บรังนกให้ กับผู้ได้สัมปทานเป็นเจ้าของ
ดูแล้วคงไม่มีใครอยากลอง เพราะว่าต้องปีนป่ายใต้ผาชัน
เรือเลียบเกาะจำเพาะเหมือนใครแกล้ง มาตัดแต่งแผ่นผาศิลาผัน
สลักรูปภูผาศิลาชัน ต่างยืนยันมองดูเหมือนปรางค์ปรา
เรือถึงอ่าว มาหยา ศิลาเว้า เป็นเวิ้งเข้าลึกไปในภูผา
มีหาดทรายปูลาดสะอาดตา ใครได้มาคงปลื้มลืมไม่ลง
กลับที่พักอีกคราเวลาเที่ยง ต่างพร้อมเพรียงทานข้าวเป้าประสงค์
แล้วลงเรือเพื่อออกบ่ายโมงตรง เรือยังคงใช้เวลาร้อยห้านาที
ถึงท่าเรือเจ้าฟ้า เพลาบ่าย สามโมงได้ขึ้นจากเรือเพื่อพาพี่
ไปเยี่ยมชม สุสานหอยล้านปี เลยไปที่ อ่าวพระนาง ค่อนข้างเร็ว
แล้วนั่งเรือไปไร่เลย์ คะเนว่า มีเวลาเดินชมไม่ล้มเหลว
ชมถ้ำพระถ้ำนาง ค่อนข้างเร็ว เสียงโห่เฮ้วดีใจที่ได้มา
จากไร่เลย์ เหเรือกลับเข้าฝั่ง แล้วขึ้นนั่งรถเลียบฝั่งไปทางขวา
เพื่อเยี่ยมชม หาดนพรัตน์ธารา งามสุดตาหาดทรายขาวราวสำลี
หกโมงเย็นรีบกลับไปรับเลี้ยง โดยพร้อมเพรียงที่อำมาตย์ไม่อาจหนี
น้องรับพี่พี่รับน้องผองนนทรี สามัคคีเป็นหนึ่งซึ้งสัมพันธ์
ให้ผองพี่เดินทางโดยสวัสดิภาพ ชาวเมืองดาบอวยชัยให้สุขสันต์
ตุลาคมข้างหน้าค่อยพบกัน บริหารสัมพันธ์ ที่มั่นปอง
หนุ่มเมืองดาบ
๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔