ในวันพุธที่ 24 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา
ทางโรงเรียนมงคลวิทยาได้จัดให้มีการทำพิธี สืบชะตาหลวงขึ้น
เป็นการทำบุญวันคล้ายวันเกิดของท่านเจ้าของโรงเรียน คุณแม่สำลี เลาหกุล
และถือโอกาสนี้ ทำบุญให้กับโรงเรียนด้วย

งานในวันนี้ มีนักเรียนในชั้นป.6 และ ม.3 มาเข้าร่วมทำพิธีสืบชะตา
เป็นตัวแทนนักเรียนทั้งหมดค่ะ

การสืบชะตาคล้ายกับการสะเดาะเคราะห์
แต่การสืบชะตามีขั้นตอนและวิธีการยากกว่ามีวัสดุอุปกรณ์มากกว่า
เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้เข้าทำพิธี
ผู้ที่จะสืบชะตาจะเป็นคนเจ็บป่วยหรือไม่ก็ได้
แต่เห็นว่าปีหนึ่งควรจะทำเสียครั้งหนึ่งเพื่อให้อยู่อย่างมีความสุข


การสืบชะตา เป็นประเพณีที่เชื่อถือกันมาแต่สมัยโบราณ
มักทำในโอกาสต่างๆ เช่น วัดเกิด อายุครบรอบ ฟื้นจากการเจ็บป่วย
หรือในคราวที่หมอดูทำนายว่าดวงชะตาไม่ดี เพราะเชื่อกันว่า การสืบชะตา
จะช่วยทำให้ดวงชะตาดีขึ้น จะค้าขายหรือทำงานอะไร
ก็จะประสบผลสำเร็จและปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
การประกอบพิธีสืบชะตานั้น มักทำกันในตอนเช้าถึงเที่ยงวันเท่านั้น
ผู้ที่จะสืบชะตาจะเป็นผู้กำหนดวันประกอบพิธี เมื่อถึงวันประกอบพิธี
จะนิมนต์พระสงฆ์มา ๑ รูป หรือ ๔ รูปก็ได้แต่ไม่เกิน ๕ รูป
และจัดเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ที่ใช้ในการประกอบพิธีสืบชะตา ดังนี้
-
ไม้ง่ามค้ำศรี ซึ่งเป็นไม้ง่ามขนาดเล็ก จำนวนเท่ากันหรือมากกว่าอายุของ ผู้สืบชะตาประมาณ ๒ - ๓ อันก็ได้
-
ไม้ง่ามขนาดเขื่อง ๓ อัน แล้วนำไม้ง่ามกำศรีมามัดติดไม้ง่ามใหญ่โดย แบ่งเป็นมัดๆ เท่าๆ กัน ๓ มัด
-
กระทงกาบกล้วย (สะตวง )ข้างในใส่ หมาก เมี่ยง พลู บุหรี่ ข้าวต้ม ขนมต่างๆ ปักช่อ (ธงสามชายทำด้วยกระดาษสีต่างๆ) รอบๆ กระทง ๙ อัน
-
ขันตั้ง เป็นพานใส่กรวยหมากพลู ๘ อัน กรวยดอกไม้ธูปเทียน ๘ อันกระทงเล็กๆ ใส่ข้าวเปลือก ข้าวสาร อย่างละ ๑ อัน ผ้าขาว ผ้าแดง หมาก ๑๓ เส้น เบี้ย ๑๓ อัน
-
หน่อกล้วย หน่ออ้อย กระบอกข้าวเปลือก กระบอกข้าวสาร กระบอกน้ำ กระบอกทราย สะพานลวดเงิน สะพานลวดทอง เมื่อจัดหาอุปกรณ์ครบแล้ว พอได้เวลาพระสงฆ์ จะมาถึงและทำพิธีให้กับผู้ที่จะสืบชะตา โดยเรียกขวัญสะเดาะห์เคราะห์ และนำสิ่งของต่างๆ เหล่านี้ไปไว้ที่ต้นโพธิ์หรือต้นศรี




ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.dhammajak.net