ข้าพเจ้าเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่ใช้ชีวิตในวัยเด็ก ให้กับการเล่นสนุก ไม่ค่อยตั้งใจเรียน และไม่ค่อยสนใจผลการเรียนของตัวเอง ตั้งแต่อนุบาล จนถึงประถม ตามปกติ ถ้าขึ้นระดับมัธยมมาแล้ว เด็กส่วนใหญ่จะตั้งใจเรียนขึ้น และเตรียมตัวที่จะขึ้นม.ปลาย และเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยต่อไป ตอนที่ข้าพเจ้าอยู่ ป.6 จะขึ้น ม.1 จะต้องสอบเข้าโรงเรียนใหม่ ข้าพเจ้าก็สอบไม่ได้ แต่ก็ยังได้เข้ามาเรียน โรงเรียนนี้ มีทั้งหมด 5ห้อง ห้อง king 1 ห้อง ห้อง queen 1 ห้อง ที่เหลืออีก 3 ห้องเป็นห้องคละ ข้าพเจ้าได้อยู่ห้องคละ และก็ยังใช้ชีวิตตามเดิม ส่งงานวันไหนก็ไม่รู้ แล้วก็ไม่ได้อ่านหนังสือไปสอบ จนมาถึงวันที่ประกาศผลการเรียนปีแรก ประกาศทางอินเตอร์เน็ต พ่อแม่ของข้าพเจ้ามาคอยดูด้วย พอได้เห็นเกรด แม่ของข้าพเจ้าก็ตกใจ พ่อก็เงียบ ข้าพเจ้าไม่รู้จะตอบกับท่านอย่างไรดี....ข้าพเจ้าได้แต่เอามาคิดว่า ทำไมเราทำไม่ดีเลย เราทำให้พ่อแม่เสียใจ เราโตแล้วเมื่อไหร่จะตั้งใจเรียน เราทำได้แค่นี้หรอ เราจะทำดีกว่านี้ไม่ได้หรอ ถ้าเรายังอยู่แบบนี้...เราจะสอบอะไรกับเขาได้ แล้วเราจะทำยังไง เราไม่อยากอ่านหนังสือหนิ ไม่สิ...พ่อแม่เราเคยบอกว่า“ลำบากวันนี้ จะสบายในวันหน้า” และอาจารย์เราก็เคยบอกว่า “หน้าที่ของเรา คือตั้งใจเรียนทำให้พ่อแม่ภาคภูมิใจ”เราต้องหาแรงบันดาลใจสิ คือ เราอยากเรียนเก่ง เราอยากขึ้นห้อง king อยากได้เกรดดีๆ ให้พ่อแม่ดีใจ เราอยากเป็นหมอ ตั้งแต่ขึ้น ม.2 มา ข้าพเจ้า ก็คิดอยู่ทุกวัน ทำอย่างไรถึงจะเรียนเก่ง และการคิดทุกครั้งนั้น ก็เป็นแรงกระตุ้น ที่ทำให้ข้าพเจ้าอ่านหนังสือได้ และข้าพเจ้าก็เริ่มอ่านหนังสือได้นานขึ้น จดlecture ได้เร็วขึ้น ทำงานได้ดีขึ้น แล้วก็ถึงวันที่ประกาศการเรียนปีที่ 2 ตอนแรกที่ข้าพเจ้าเห็นเกรดตัวเอง ข้าพเจ้าดีใจมาก เราสามารถทำได้ เราพัฒนาขึ้น เกรดเราสูงขึ้นมากกว่าตอน ม.1 ตั้งเยอะ.....เย้!!! พอขึ้นมา ม.3 ข้าพเจ้าก็ได้ขึ้นมาอยู่ห้องqueen และตั้งแต่นั้นมา ข้าพเจ้าก็ตั้งใจเรียนมาโดยตลอด ส่งงานตรงเวลา อ่านหนังสือให้เข้าใจทุกครั้งก่อนสอบ และแล้วความฝันของข้าพเจ้าก็เป็นจริง วันประกาศผลการเรียน ม.3 ปรากฏว่า ข้าพเจ้าได้เกรดเฉลี่ย 4.00 เป็นครั้งแรก และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่ในระดับมัธยมปลายที่ดี ในระดับมัธยมปลาย ข้าพเจ้าก็ได้ขึ้นมาอยู่ห้อง king ได้สำเร็จ ทั้ง 3 ปี จน ม.6 ถึงเวลาที่จะต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ข้าพเจ้าตั้งใจจะสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น จากประสบการณ์ที่สั่งสมมา ตอนนี้ข้าพเจ้าสามารถอ่านหนังสือได้นาน และจับใจความสำคัญในหนังสือได้ แล้ววันที่รอคอยก็มาถึง จากความทุ่มเท ความตั้งใจ ความพยายาม ความอดทน และความมุ่งมั่น ตอนนี้ “ข้าพเจ้าสอบเข้าคณะแพทย์ได้แล้ว”ณ วินาทีนั้น ข้าพเจ้านึกถึงพ่อแม่ และก็อยากจะขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่าง ขอบคุณ โรงเรียน อาจารย์ หนังสือ ความคิดของเรา..ที่ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยน และข้าพเจ้าบอกกับตัวเองว่า เราจะต้องเป็นหมอที่ดีให้ได้ เพื่อพ่อแม่ เพื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทุ่มเทมา
ภาคผนวก
http://www.youtube.com/watch?v=RQc0PLgHQFk วีดิทัศน์บันทึกการพัฒนาของข้าพเจ้า
วัน-เดือน-ปีที่บันทึก 28 มิถุนายน 2552
วัน-เดือน-ปีที่ปรับปรุงครั้งที่ 1 29 มิถุนายน 2552
เค้านับถือความพยายามของหลีมากๆเลย
น้อยคนนักจะคิดได้แบบนี้นะ
หลีคิดได้ ทำได้ แล้วผลที่ออกมาก็ดีเกินคาดจริงๆ
เค้าชื่นชมในเรื่องนี้ของหลีมากนานแล้วแต่ไม่เคยบอก (ตอนนี้ได้บอกแล้ว 55)
วันไหนที่เค้าอ่านหนังสือแล้วท้อ เค้าจะนึกถึงแรงบันดาลใจดีๆแบบนี้แล้วกันนะ
"เราก็ทำได้!!!!" สู้ต่อไป เป็นกำลังใจให้หลีเสมอ ^____^
แรงกระตุ้นเป็นสิ่งสำคัญที่ผลักดันให้เราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมุ่งมั่นและตั้งใจ
คนเราสามารถทำสิ่งต่างๆได้เกินคาดอีกเยอะ อยู่ที่เราจะสามารถขุดมันออกมาได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งหลีก็ได้แสดงมันออกมาแล้ว
เค้าชื่นชมอยู่ห่างๆ ( หลีไม่รู้หรอก) หลีเป็นแบบอย่างที่ดีมากสำหรับเค้าเลย
นี่แหละ อุปสรรค เป็นสิ่งที่เราต้องข้ามให้ได้
และมันจะเป็นแรงผลักดันสู่ความสำเร็จต่อไป
นายแน่มาก!!! 555+
น้องหลี
เดี๋ยวแวะมาอ่านใหม่
^^
ไปทำงานก่อน แหะๆ
เค้าเชื่อตั้งแต่ต้นอยู่แล้วว่าน้องหลีต้องทำได้
เอาตามความรู้สึกของเค้าจริงๆนะ
เค้าทึ่งในความเป็นคนที่มุ่งมั่นของน้องหลีมาก
เค้ารู้สึกเหมือนมีกำลังใจมากขึ้นเวลาได้อยู่ใกล้ๆน้องหลี
น้องหลีทำให้เค้ารู้ว่า ถ้าเรามุ่งมั่นและทำให้เต็มที่แล้ว
ย่อมไม่จำเป็นต้องไปหวาดหวั่นถึงคำว่าทำไม่ได้ หรือ เป็นไปไม่ได้
ทุกอย่างเรากำหนดได้ด้วยพละกำลังกายและใจของเราเอง
ขอเป็นกำลังใจให้น้องหลีตลอดไป อาจฟังดูเชยๆสำหรับคำนี้
แต่เค้าคิดอย่างที่พูดจริงๆนะ ...
เก็บคุณสมบัติแห่งความมุ่งมั่นนี้ไว้กับตัวตลอดไปนะ
สู้ๆ
^^
MLK
พยายามได้ดีจิงๆ
เป็นตัวอย่างที่ดีมากเลยนะ