ตอนผมเป็นเด็ก ประมาณ 40-50 ปีที่ผ่านมา บ้านผมอยู่แถวอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ที่มีพรมแดนดิดกับอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แถวบ้านผม ชาวบ้านจะมีอาชีพทำการเกษตร ทั้งปลูกพืชสวน และพืชไร่ กันเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะที่บ้านผมจะมีทั้ง มะม่วง ขนุน มะนาว กล้วย สับปะรด และปลูกผักต่างๆตามฤดูกาล ให้ผลผลิตตลอดปี พอเลิกเรียนผมก็จะช่วยพ่อแม่ทำสวนทำไร่ โดยไม่มีวันหยุด
การจำหน่ายผลผลิตของชาวบ้านรวมทั้งบ้านผมด้วย มี 2 วิธี คือ
1.ถ้าต้องการได้เงินสด เพื่อใช้จ่ายภายในครอบครัว ก็จะนำผลผลิตไปขายที่ตลาดสด(เช้า) ที่ตัวเมืองสระบุรี ผมก็จะตื่นตั้งแต่ตี 4 แต่งชุดนักเรียนแล้วก็ หาบของเดินลัดเลาะไปรอรถโดยสารที่ถนนใหญ่ พร้อมกับแม่ หรือพี่ๆ ไปถึงตลาดตัวเมืองก็ประมาณ ตี 5 ครึ่ง พอ 6 โมงกว่าๆก็ขายหมด ครั้งหนึ่งก็ได้เงินประมาณ 400- 500 บาท เสร็จแล้วผมก็กินข้าวแกง แล้วหิ้วกระเป๋า แยกจากแม่หรือพี่ๆ เดินไปโรงเรียน ไปถึงโรงเรียนแต่เช้า ก่อนใครๆด้วยซ้ำ
2. ถ้าต้องการได้อาหารสด อาหารแห้ง (ปลา ปู กุ้ง หอย ฯลฯ) ชาวบ้านและครอบครัวผมก็จะนำพืชผักผลไม้ไปแลกเปลี่ยนกับชาวบ้านแถวอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพราะที่นี่จะอุดมไปด้วยสัตว์น้ำดังกล่าว โดยที่อำเภอวังน้อย เขาจะจัดตลาดสดเช้า เพื่อเปิดให้ชาวบ้านมาแลกเปลี่ยนสินค้ากันโดยเฉพาะ ที่บ้านผมมักจะไปที่นี่ในวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดที่ผมไม่ต้องไปโรงเรียน พวกเราก็จะตื่นแต่เช้าเหมือนเดิม หาบของมาขึ้นรถไปอำเภอวังน้อย สินค้าที่นำไปแลกเปลี่ยนอาจไม่ต้องพิถีพิถันให้สวยเหมือนกับไปจำหน่าย เพราะเราแลกเปลี่ยนกันเพื่อนำไปบริโภค(คนชนบทจะคล้ายๆกันคือของดีเอาไปขาย ของไม่ดีนักเอาไว้กินเอง)
พอไปถึงที่ตลาดก็จะจัดพืชผักผลไม้ใส่จานที่เตรียมเอาไว้ นั่งรอตามทางเดิน ชาวบ้านแถววังน้อย(เจ้าของถิ่น) ก็จะนำกุ้ง หอย ปู ปลา ฯลฯ ทั้งสดทั้งแห้ง ใส่จาน เดินมาเลือกแลกกับพืชผักผลไม้ของพวกเราตามที่เขาต้องการ แล้วก็ต่อรองกันตามความพอใจของทั้งสองฝ่าย จนสินค้าหมด ต่างก็กลับบ้าน ได้อาหารสด อาหารแห้ง ไปกินกันได้เป็นอาทิตย์
นี่คือวิถีชีวิตของชาวบ้าผมเมื่อ 40-50 ปีที่แล้ว เราไม่เคยมีปัญหาว่าผลผลิตขายไม่ออก ราคาตกต่ำ ไม่มีปัญหาเรื่องความอดอยากปากแห้ง ทั้งๆที่ตอนนั้นทั้งการคมนาคม การขนส่ง การเดินทางลำบากมาก และเราก็ไม่เคยไปเดินขบวนเรียกร้องให้รัฐบาลมาช่วยแก้ปัญหาให้เหมือนทุกวันนี้ เพราะเราต่างมีความพอเพียงอยู่ในหัวใจกันทุกคน
ปัจจุบันเราทำการเกษตรเพื่อมุ่งเน้นทางธุรกิจกันมาก ก็เลยเจอปัญหากันอย่างนี้ เห็นความไม่พอเพียงของคนเดี๋ยวนี้ จึงอยากเสนอให้ลองย้อนยุคกลับมาทำเหมือนชาวบ้านผมในอดีตบ้างดีไหม?
ดิฉันมีความเห็นกับอาจารย์ค่ะ ที่ว่า
"อยากเสนอให้ลองย้อนยุคกลับมาทำเหมือนชาวบ้านผมในอดีตบ้างดีไหม?"
เพราะเราเอาเงินเป็นตัวตั้งไง จึงต้องถูกกลืนด้วยระบบเศรษฐกิจทุนนิยม สังคมชนบทที่เคยแบ่งปันเอื้ออาทรกันก็ถูกกลืนด้วยอิทธิพลทุนนิยม