โรคบ้างาน...ภัยมืดนักบริหาร

โรคบ้างาน...ภัยมืดนักบริหาร

ท่านคิดว่าอะไรคือความแตกต่างระหว่าง คนขยันทำงาน กับ คนบ้าทำงาน

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ :

คมคิด : แผนงานของคนขยันขันแข็งนำสู่ความอุดมแน่นอน แต่ทุกคนที่เร่งร้อนก็มาสู่ความขัดสนเท่านั้น

สมชาย...หมู่นี้ขยันทำงานมากจริงๆ นะวรรณฤดีกล่าวชื่นชม ก่อนเลิกงานกลับบ้าน

ก็อาศัยค่าโอทีนี่แหละครับ เพื่อจะได้พอกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นสมชายกล่าว โดยไม่แม้จะเงยหน้ามาสบตา เอาแต่ก้มหน้าทำงาน วันๆ ไม่ค่อยได้พูดจากับใคร

ขยันทำงานและรับผิดชอบตนเองนะดีมากวรรณฤดีให้กำลังใจแต่อย่าลืมให้เวลากับครอบครัวด้วยล่ะ ภรรยาและลูกรอทานข้าวอยู่หรือเปล่าสมชายนิ่ง...เงยหน้ามองเพดาน เหมือนกำลังใช้ความคิดก่อนจะตอบกลับมาว่าจริงซิ ! ผมไม่ได้ทานข้าวกับครอบครัวมา 3 อาทิตย์แล้ว...ขอบคุณที่เตือนสติผมครับ ผมจะจัดเวลาให้สมดุลยิ่งขึ้นครับคืนนั้นสมชายไม่ได้ทำโอทีที่ทำงาน แต่กลับไปฉลองวันเกิดลูกชายที่บ้าน

งานวิจัยเชิงจิตวิทยาของ Spence และ Robbins นำเสนอความแตกต่าง ระหว่าง คนขยันทำงาน (Work enthusiasts) กับ คนบ้าทำงาน (Workaholic) ใน 3 ด้าน (ดังโมเดลฯ) ว่าแม้ทั้งคู่จะมุ่งงาน (work involvement) เหมือนกันก็จริง แต่คนขยันทำงานจะสนุกกับงานที่ทำ (work enjoyment) ในขณะที่ความรู้สึกเร่งด่วน (driveness) ไม่บีบคั้นหรือส่งผลกระทบต่อเขามากนักเพราะเขาจัดเวลาได้อย่างสมดุล ส่วนคนบ้าทำงานกลับตรงกันข้าม

การบ้าทำงาน (workaholism) ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่และความผูกพันต่อกันในครอบครัว ยิ่งกว่านั้นยังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และการย้ำคิดย้ำทำ

โรคบ้างานติดต่อมาถึงท่านหรือเปล่า?

กรุณากาเครื่องหมาย ?หน้าข้อความที่เห็นว่าตรงกับตัวท่าน

? เมื่อฉันทานอาหารคนเดียว ฉันมักจะอ่านหนังสือหรือทำงานไปด้วย

? วันไหนที่ฉันต้องอยู่เฉยๆ ไม่มีอะไรทำ ฉันจะรู้สึกอึดอัด

? ฉันทำงานแม้ในวันหยุด จนไม่มีเวลาให้กับครอบครัวเท่าที่ควร

ข้อเสนอแนะ : หากท่านกาเครื่องหมาย ?ในข้อหนึ่งข้อใด อาจใช้ทักษะสมดุลงานช่วยได้

ทักษะสมดุลงาน (Breaking workaholism)

(ทักษะเสริมอื่นๆ ดูได้ใน http://www.howareyou.co.th)

ทักษะนี้เป็นการจัดเวลาและกิจกรรมอย่างเหมาะสม อันก่อให้เกิดคุณค่าในตนเอง (Self-worth) และสร้างสุขแก่ตนเอง ครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน ประกอบด้วย 3 วิธีดังนี้

1. สมดุลกิจกรรมชีวิต เป็นการเลือกทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันที่สร้างคุณค่าและมีความหลากหลายแก่ตนเอง ที่นอกเหนือจากงาน ได้แก่ การช่วยเหลือเพื่อนบ้าน การออกกำลังกาย การเดินเล่นชื่นชมธรรมชาติ เป็นต้น อันจะช่วยทำให้รู้สึกภาคภูมิใจและมีความสุข

2. สมดุลครอบครัว เป็นการจัดเวลาทำกิจกรรมร่วมกันกับสมาชิกครอบครัว ได้แก่ การทานอาหารร่วมกัน การพักผ่อนสุดสัปดาห์ร่วมกัน อันจะช่วยลดช่องว่างและเติมความผูกพันแก่กัน ทำให้ครอบครัวมีความสุข

3. สมดุลเพื่อนร่วมงาน เป็นการรู้จักพูดคุยและสังสรรค์กับเพื่อนๆ ที่ทำงานด้วยกัน ตลอดจนการมอบหมาย กระจายงานให้แก่ทีมงานอย่างเหมาะสม อันจะช่วยลดภาวะงานล้นมือ และสร้างเสริมความกลมเกลียว (Cohesiveness) กันในทีม

ถ้าเปลี่ยนได้ ท่านอยากใช้เวลากับครอบครัวในเรื่องใดมากขึ้น

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/