สวัสดีครับ ลูกศิษย์ชาว กฟภ. ทุกท่าน
ผมชื่นชมการทำงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมาตลอดที่มุ่งมั่นและเอาจริงเรื่องการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ ผมมีโอกาสร่วมงานกับ กฟภ. รวม 16 ครั้งเมื่อปีที่แล้วซึ่งถือเป็นการเริ่มต้น Step ที่ 1 ในการเร่งสร้างความตระหนักเรื่ององค์กรแห่งการเรียนรู้ หรือ Learning Organization Awareness และในวันนี้ ( 26 มิ.ย. 52) ที่ จ.หนองคาย ก็จะเป็นการเริ่มต้นใน Step ที่ 2 คือ การตรวจและติดตามผลการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Knowledge Audit & Monitoring) ซึ่งเราได้ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการช่วยติดจตามผลด้วย ประกอบกับการร่วมและเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านที่จะร่วมเป็นโค้ชด้วยกันกับผม
ผมก็ถือโอกาสนี้ขอบคุณทุกท่านอย่างสูงด้วย การทำงานในครั้งนี้ผมคิดว่าประสบความสำเร็จมาก แผมดีใจที่ได้มีโอกาสกลับมาพบกับลูกศิษย์อีกครั้ง ทุกคนให้ความสนใจอย่างดี ผมก็หวังว่าทุกท่านจะสามารถนำความรู้ไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ตนเอง องค์กร และประเทศชาติได้ต่อไป
และเช่นเคยผมขอใช้ Blog นี้ เป็นคลังความรู้ของพวกเราต่อไปครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์

องค์กรแห่งการเรียนรู้ หมายถึง องค์กรที่ผู้คนต่างขยายขีดความสามารถเพื่อสร้างผลงานที่พวกเขาต้องการให้เกิดขึ้นในอนาคตและผู้คนในองค์กรต้องการเรียนรู้วิธีที่จะเรียนรู้ด้วยกันอย่างต่อเนื่อง และจูงใจให้สมาชิกทุกคนมีความกระตือรือล้นที่จะพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อศักยภาพของตนเองและขององค์กร
การนำองค์กรไปสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความเชื่อมั่นของผู้บริหารว่าวิธีการดังกล่าวสามารถพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงได้จริง
ลักษณะที่สำคัญขององค์กรแห่งการเรียนรู้ ควรมีลักษณะดังนี้
1 บุคลากรมีอิสระที่จะพูดคุยในสิ่งที่คิดที่ได้เรียนรู้
2 มีการเรียนรู้จากข้อผิดพลาด นำมาพิจารณาแก้ไขเพื่อแสวงหาแนวทางที่ดีกว่า
3 ส่งเสริมความแตกต่างทางความคิดการแลกเปลี่ยนแนวความคิดระหว่างกันอันทำให้คนในองค์กรมีแนวความคิดไปในแนวทางเดียวกัน และนำไปสู่ผลงานที่มีประสิทธิภาพ
4 กล้าเสี่ยงหารูปแบบใหม่ๆ ในการทำงาน (ส่งเสริมการทำงานอย่างสร้างสรรค์)
5 มีการเรียนรู้แลกเปลี่ยนความเห็นกันในทุกระดับ และอย่างต่อเนื่อง
6 มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง รูปแบบการติดต่อสื่อสารแบบสองทาง (two way communication) ลักษณะการบริหารต้องอาศัยการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม ลักษณะการบริหารงานแบบ คำสั่งและควบคุมเป็นหลักจะไม่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้เป็นทีมได้
7 ให้รางวัลกับทีมที่สร้างผลงานใหม่
**ที่สำคัญผู้บริหาร และพนักงาน ทุกระดับควรตอบคำถามว่า ถึงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงให้องค์กรเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้แล้วหรือยัง
เรื่องที่ประทับมากสำหรับการประชุมสัมมนาครั้งนี้
1. ท่านอาจารย์ ดร.จีระ มีใจมุ่งมั่นที่จะให้พนักงานของ กฟภ.ได้รับความรู้มากที่สุด
2. อาจารย์อีก 4 ท่าน ที่เป็นศิษย์เก่า กฟภ. มีความรักอยากให้ กฟภ. เป็นไปในสิ่งที่คาดหวังมาก ขอขอบพระคุณมาก
วัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ มีความสำคัญเป็นอันดับแรก และต้องเป็นไปตามสภาพแวดล้อม ณ.ที่นั้น จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด
1. มีความเข้าใจในระบบ สร้างความกระหายในการใฝ่รู้
2. จะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปถ่ายทอดให้พนักงาน เพื่อเพิ่มมูลค่า ในการพัฒนาองค์กร
3. จะสร้างองค์ความรู้ให้ดียิ่งขึ้น
ทำให้สำรวจตัวเองอย่างเข้าใจ และเปิดใจที่จะรับรู้วิทยาการใหม่ๆ เพื่อจะพัฒนาตัวเอง องค์กร และสังคม มีความตื่นตัวที่จะเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ และสถานการณ์ปัจจุบัน
นายธนิต ธนะภักดี 081-8739709
มีความเข้าใจมากขึ้น และเข้าใจในแนวคิด หรือความต้องการของโครงการ ซึ่งจะตรงประเด็นมากขึ้น
ได้เพิ่มเติมทักษะ แนวคิด ทำให้คิดเป็น ทำเป็น สามารถคิดนอกกรอบ และนำความรู้ต่างๆ มาเป็นประโยชน์แก่ตัวเอง องค์กร สังคม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประสิทธิผลทั้งในทางตรงและทางอ้อม
นายสนั่น ธารมนิยม ผจก.กฟส.ท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์
“การนำองค์ความรู้ไปประยุกต์กับงานของตนเอง และองค์กรให้มีการพัฒนาที่ดีต่อไป”
“นำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดกับผู้อื่นในองค์กรและชุมชน”
นายเฉลิมชัย สิทธิถาวร 081-8798303
สรุป Workshop
กลุ่ม 2 ชาติชาย บุญทวีศิลป์ ผจก.อุดรธานี
พฤติกรรมตัวเอง
- มีความต้องการอยากรู้สิ่งต่างๆ มากขึ้น
- เสาะแสวงหาข้อมูลจากสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็ว
- ตัดสินใจได้เร็วขึ้น
กลยุทธ์ มีสิ่ง+ สื่อต่างๆ ให้ค้นคว้า หาเวลาว่างศึกษาข้อมูล
อาจารย์จีระ เสริมว่า เวลาสำหรับเรียนรู้ต้องกัน หรือ กำหนดไว้เลย ไม่ใช่รอให้ว่างแล้วค่อยเรียนรู้ วินัยที่น่าสนใจคือ แบ่งเวลาช่วงไหนซักช่วง มีมุมสงบที่สามารถอ่าน , คิด หรือ ดู internet ขอแค่วันละ 15 นาที แล้วค่อยเพิ่มขึ้นเมื่อสามารถทำได้เป็นกิจวัตรแล้ว
และไม่ใช่มีแค่ support system (e-learning/ห้องสมุด) ต้องมีคนแนะนำ หรือกระตุ้นด้วย
ระดับองค์กร
- เปิดโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเรียนรู้มากขึ้น
- ผู้ใต้บังคับบัญชากล้าคิดกล้าทำในสิ่งใหม่ๆ
- บรรยากาศในการทำงานดีขึ้น
กลยุทธ์ ส่งเสริมการเรียนรู้ = มีเวลา (ชั่วโมงเรียน)
ระดับชุมชน สังคม และประเทศชาติ และการสร้างให้เกิด CSR
- มีแนวความคิดที่จะนำความรู้ไปพัฒนาชุมชนและสังคม
- กล้าแสดงออกและนำความรู้ไปพัฒนา ฯลฯ
- มีแนวคิด พัฒนาประเทศชาติ โดยใช้กิจกรรมต่างๆ เช่น โครงการนักประหยัดตัวน้อย ของ กฟภ.
กลยุทธ์ มีความรู้พื้นฐาน มี การอบรมà ประชุม à ดูงาน
คุณชัยยงค์เสริมว่า โอกาสที่จะสำเร็จมีมาก แต่ต้องดูสิ่งรอบข้าง ความเป็นไปได้ด้วย ต้องตักตวงจากรอบๆ ตัวเรา นำความรู้จากข้างนอกมาประยุกต์ใช้กับการบริการของ กฟภ.
คุณนรนิตย์ เสริมว่า นำเสนอดี มีกลยุทธ์ที่ชัดเจนดี กล้าแสดงออกในที่ประชุม กล้าพูดสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร
กลุ่ม 2.2 (กฟฉ.1)
ระดับบุคคล
กลยุทธ์
– มีการสอนงาน (Coaching) จากผู้บังคับบัญชา หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยส่งเสริม กระตุ้น สร้างสรรค์ ช่วยแก้ปัญหาให้ตัวพนักงาน
- การพัฒนาตนเอง Self Development ต้องมีการพัฒนาตัวเอง ไม่ต้องรอว่า เมื่อไหร่องค์กรจะจัดอบรมให้ ต้องขวนขวายด้วยตัวเอง โดยการลงมือทำด้วยตัวเอง Self Learning
ระดับองค์กร
- ใช้ระบบ E-Organizing พัฒนาส่งเสริม Innovation ประเภท Software มาช่วยในการปฏิบัติงาน
- ขยายโอกาสระบบ Internet เข้าสู่ทุก กฟฟ.ในสังกัด ให้เท่าเทียมกัน
- ทำ Benchmarking และ Case study มากๆ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ระดับประเทศ
กลยุทธ์ ช่วยเหลือสังคม เช่น
- จัดทำโครงการ ใช้ไฟ คืนกำไรให้ผู้ใช้ไฟ ในรูปแบบต่างๆ
- วางแผนวางสาย Cable ใต้ดิน ในเมืองแหล่งท่องเที่ยว
อาจารย์จีระ เสริมว่า Coach ขอให้เป็น coach ด้านวัฒนธรรมการเรียนรู้ Base practice จะเป็น step ต่อไป หลังจากวันนี้ ต้องดู แต่ละเขต แต่ละภาค แต่ละหน่วยงาน มีอะไรพัฒนาขึ้นบ้าง
มี Incentive แรงจูงใจ เพื่อให้ทุกคนเป็นเลิศ ใฝ่รู้ทั้งงาน และทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องสภาพแวดล้อม โลกาภิวัตน์ Macro ต้องรู้ให้รอบด้าน ประเทศจะพัฒนาขึ้น
คุณชัยยงค์เสริมว่า พูดในสิ่งที่สะท้อนว่า ถึงอยู่ห่างไกลแต่ก็มีศักยภาพ ถึงแม้เราจะมีโอกาสในการเรียนรู้น้อยกว่าคนอื่น เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์ต่างๆ ขาดการสนับสนุนด้านงบประมาณ
คุณนรนิตย์ เสริมว่า มีความคิดไกลพอควร คิดจนถึงทำ Benchmarking
กลุ่ม 2.1 (กฟฉ.3)
ระดับตนเอง
- การสร้างวินัย พนักงานให้เป็นคนที่กระตือรือร้น ในการเรียนรู้ เช่น กำหนดให้มีเวลาอย่างน้อย 1 ชม. ในการหาความรู้ จากสื่อต่างๆ ที่มี จากห้องสมุด เป็นต้น
- มีสื่อ/ ช่องทาง ในการให้ความรู้ แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ให้สะดวก ง่าย ต่อการค้นหาโดยใช้ เทคโนโลยี สารสนเทศมาช่วยเสริม
- การจัดให้ทุกหน่วยงาน ต้องมีการ Conference ของพนักงานในความรู้ด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานเป็นประจำสม่ำเสมอ (เช่น สัปดาห์ละครั้ง)
ระดับองค์กร
- สร้างเวที เพื่อให้มีที่สำหรับนำเสนอ วิธีการ นวัตกรรมใหม่ๆ ในการพัฒนาระบบงาน โดยเฉพาะนำเอาสิ่งที่ดีที่สุด มาใช้ เช่นการจัดงานเพื่อนำเสนอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- สร้างแรงจูงใจ โดยให้อยู่ในเกณฑ์การประเมินผล
ระดับสังคม
- ปลูกฝัง ความรู้ และทัศนคติ ให้ประชาชน มีจิตสำนึก ในการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ประหยัด ปลอดภัย โดยการประสานงาน กับ อบต. โรงเรียน ผู้นำชุมชน
- ถ่ายทอดข้อมูล ข่าวสาร ให้ประชาชน และลูกค้ามีความเข้าใจ เกี่ยวกับการใช้พลังงาน อย่างต่อเนื่อง ผ่านสื่อทางวิทยุในท้องถิ่น วิทยุชุมชน
- สร้างแบรนด์ กฟภ. โดยการสร้างภาพลักษณ์ หรือการขายจุดแข็ง เช่นการบริการที่ดี รวดเร็ว การสร้างความพึงพอใจ
กลุ่ม 3.2 กฟฉ.3
กลยุทธ์ที่จะนำมาใช้ทำให้พฤติกรรม ช่วยสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้
ระดับตนเอง
- ฝึกการสร้างเป็นผู้มีเป้าหมาย
- เปรียบเทียบผู้ประสบความสำเร็จ เพื่อสร้างความทะเยอทะยาน
- อยากเป็นคนทันสมัย
ระดับองค์กร
- จัดประชุมติดตามงาน และแก้ปัญหา ระดับแผนก เป็นประจำ ทุกอาทิตย์
- จัดเวที ให้แสดงผลงานสำหรับพนักงาน ให้แลกเปลี่ยนความรู้
ระดับชุมชน/ประเทศชาติ
- ชุมชนสัมพันธ์ โดยจัดส่งตัวแทน หน่วยงาน เข้าร่วมประชุมกับหน่วยงาน องค์กรระดับท้องถิ่นประจำเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมแก้ปัญหา
- นำความรู้ประสบการณ์ ไปสู่ชุมชน โดยการอบรม และแนะนำ
กลุ่ม 3.1 (กฟฉ.3)
ระดับตนเอง
- เนื่องจากกลุ่มมีพนักงานด้านก่อสร้าง และผจก.กฟฟ. จึงขอจัดตั้ง ชุมชนงานก่อสร้างบนเวปบอร์ด ของ KM ของ กฟฉ.3 เวลาที่มีเพื่อนพนักงาน เข้าไป post เราก็เข้าไปอ่าน เพื่อนๆ อาจจะ post ปัญหา หรือ วิธีแก้ไขอย่างไร ใครมีวิธีดีกว่าหรือไม่ โดยใช้เป็นที่รับฟังปัญหา และแนวทางปฏิบัติงาน ที่เคยมีปัญหา และได้รับการแก้ไขแล้ว ใครมีความรู้อะไรก็เข้าไปโพสต์ไว้ ใครเข้ามาดูก็สามารถแสดงความคิดเห็น ได้ทุกระดับ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กันอย่างกว้างขวาง
ระดับองค์กร
- เป็นแหล่งเรียนรู้และแบ่งปันความรู้ภายในองค์กร และเมื่อมีแนวทางแก้ไข หลายวิธี ทำให้สามารถค้นหาแนวทางที่ดีที่สุดได้
ระดับประเทศชาติ
เมื่องานก่อสร้างรวดเร็ว ก็สามารถบริการประชาชนให้พึงพอใจสูงสุด ได้รวดเร็ว
กลุ่ม 2.1
1. บุคคลในองค์กรจะต้องรู้จัก ใฝ่หาความรู้เพิ่มทักษะให้เพิ่มพูนขึ้นตลอดเวลา อย่างไม่หยุดนิ่ง / เรียนรู้ด้วยความจริงจัง
2. นำความรู้แบ่งปัน Share ให้บุคคลอื่นในองค์กร อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
3. เผยแพร่ความรู้ / สร้างสรรค์ ให้บุคคลนอกองค์กร / ชุมชน ประเทศชาติ
กลุ่มที่ 1.1 (กฟฉ.3)
ระดับตนเอง
1. ความรู้ที่ถูกต้อง ถูกทาง
2. ความคิดที่กว้างไกล มุมมองที่กว้างขึ้น
3. ความกระตือรือร้น
4. วิเคราะห์ปัญหา ที่เกิดขึ้นโดยใช้ความรู้มาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การวางแผนทั้งภายใน& ภายนอกองค์กร (กฟภ.)
ระดับองค์กร
1. ลดความสูญเสีย สูญเปล่า ความเสี่ยงต่อความผิดพลาด
2. ได้พนักงานที่มีความรู้ ความสามารถ ทำให้องค์กร สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลง ตามสภาพแวดล้อม ปัจจุบัน& อนาคต
3. ประสิทธิภาพ คุณภาพ บริการของสินค้าดีขึ้น
4. ความคิดที่มีส่วนร่วมจากหลายๆ มุมมอง
5. ภาพลักษณ์ที่สวยงาม
ระดับประเทศชาติ
1. ทรัพยากรถูกใช้อย่างคุ้มค่า สามารถคืนกำไรให้ประชาชน เช่น โครงการ อบต. ร่วมใจลดไฟดับ , ลดสภาวะโลกร้อน ,นักประหยัดตัวน้อย
2. ไม่เบียดเบียน ธรรมชาติจนเกินไป
3. ประชาชนเป็นสุข ประเทศชาติมั่งคั่ง มั่นคง
4. ขยายฐานธุรกิจ
กลุ่มที่ 1.1 (กฟฉ.1)
1. ตื่นตัว ใฝ่รู้มากขึ้น
2. สนใจอ่านหนังสือมากขึ้น
3. สนใจหาความรู้จากแหล่งความรู้อื่นเช่น
3.1 เพิ่มความเร็วของ Interent
3.2 เพิ่มหลักสูตร E-Learning
4. รับฟังความคิดเห็นของลูกน้อง/ เพื่อนร่วมงาน – จัดประชุมในระดับแผนกและหน่วยงานบ่อยขึ้น
5. กล้าแสดงออกในที่ประชุม – การพิจารณาข้อปัญหาในที่ประชุม ต้องให้ทุกคนออกความคิดเห็นโดยการบังคับ
6. กล้าแสดงความคิดเห็นต่อหน้านาย – สร้างความสนิทสนม เป็นกันเอง เพื่อเปิดโอกาสให้เขาได้พูดคุย , ผู้บริหารต้องออกจากห้องมาพบ พูดคุย ในเรื่องงานหรือเรื่องทั่วๆ ไป เพื่อสร้างความเป็นกันเอง
7. ผลักดันการสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ ภายในองค์กร –สร้าง เวปบอร์ดเพื่อเป็นศูนย์รวมการสร้างแหล่งความรู้ ถามตอบปัญหา แนวทางการทำงาน
8. ได้นำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอด เผยแพร่ แก่คนในชุมชน / สังคม / ประเทศชาติ - เราควรนำความรู้ที่ได้รับจากการถ่ายทอดไปเผยแพร่ให้กับญาติพี่น้อง เพื่ออธิบายในสิ่งที่บุคคลนั้นยังเข้าใจคลาดเคลื่อน
ภาพบรรยากาศ ขณะรับประทานอาหารกลางวัน ร้านแดงแหนมเนือง
ภาพบรรยากาศขณะรับประทานอาหารเย็น ที่ร้านบึงไม้หอม
ตัวเอง
สำรวจตัวเองว่า ตัวเองมีความรู้ในเรื่องอะไร เชี่ยวชาญในเรื่องอะไร และมีวิธีการแชร์ความรู้ให้คนอื่น สำรวจว่าเรามีข้อบกพร่องอะไร อะไรที่ไม่รู้ก็ต้องค้นคว้าหาความรู้ เพื่อพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น
องค์กร
การจัดทำองค์กรแห่งการเรียนรู้ (ซึ่งทำแล้ว) มีจัดกระบวนการถ่ายทอด ความรู้ที่เป็นระบบ เน้นให้ทุกคนมีโอกาสในการศึกษาพัฒนาตัวเองได้เท่าเทียมกัน
สังคม
ความรู้หรือกระบวนการทำงาน หรือนวัตกรรมใด ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติโดยรวม จะต้องมีการแชร์ความรู้นั้น ให้องค์กรอื่นๆ หรือบุคคลทั่วไป เพื่อการพัฒนาของประเทศโดยภาพรวมให้ดีขึ้น พัฒนาขึ้น
ตัวเอง
1. พัฒนการเรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากงานที่รับผิดชอบจากการสอบถาม อ่านหนังสือ และ Internet
2. สร้างคลังความรู้ผ่าน Website กฟภ. ในทุกๆด้าน โดยขอข้อมูลจากส่วนเกี่ยวข้อง นำมาเสนอผ่าน website กฟภ.
องค์กร
จะได้พนักงานที่มีความรู้หลายๆด้าน ได้ผู้บริหารมีความรู้หลายๆด้าน ทำให้องค์กรเจริญก้าวหน้า
สังคม
ได้รัฐวิสาหกิจมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีความก้าวหน้า รวดเร็ว เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีค่ายิ่งขึ้น ทำให้มีงบประมาณมากขึ้น พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าขึ้นไป
ตัวเอง
1. ศึกษาหาความรู้จากอินเตอร์เน็ต เพื่อศึกษาหาความรู้ เกี่ยวกับศาสตร์ต่างๆ เช่นด้านการตลาด การเมือง สังคม , เพื่อศึกษาวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ แล้วนำมาเปรียบเทียบกับประเทศตัวเอง และหาแนวทางในการปรับปรุงตัวเอง
องค์กร
นำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ในงานตัวเองและแบ่งปันความรู้กับเพื่อนร่วมงาน
สังคม
ผลต่อประเทศชาติ คงเกิดขึ้นทางอ้อม ผลจากการนำความรู้มาใช้กับองค์กรเพราะองค์กรทำงานเพื่อประชาชนอยู่แล้ว