เมื่อวานงานเข้ามากมาย

พักกลางวัน มีโทรศัพท์จากน้องชาติชาย นามสกุลเดียวกับนายกคนก่อน

เป็นคนนครศรีธรรมราช ว่าจะแวะเข้ามาหา

เพื่อเอาของใช้ในชีวิตประจำวันมามอบให้ครูต้อยเพื่อส่งต่อให้กับ

เด็กน้อยฐานะยากจนและลำบาก 2 คน

เมื่อเจอกันก็ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

ครูต้อยก็มอบให้เด็กน้อยตามเจตนารมย์เรียบร้อยแล้วค่ะ

แล้วจะลงรูปในโอกาสที่สะดวกให้ได้ชมกัน

บ่ายสอนภาษาอังกฤษ เด็กๆก็สนุกกันกับการแสดงละครภาษาอังกฤษ

สิ่งที่สร้างความสุขให้ทั้งครูและเด็กคือความไม่ประสี ประสาของเด็กน้อย

ในความไม่รู้นี่ก็น่ารักไปอีกแบบหนึ่ง

ความใสซื่อของเด็กน้อยยิ่งเป็นมนต์เสน่ห์ที่ทำให้ครูต้อยไม่คิดย้ายไปไหน คงสถิตอยู่ที่นี่

(แต่กำลังจะเปลี่ยนใจ)

เพราะที่นี่ ไม่มีใครอยากสอนภาษาอังกฤษ

แม้มีครูที่จบเอกภาษาอังกฤษในโรงเรียน ท่านก็สละสิทธิ์ที่จะไม่สอน

คุณครูท่านเคยบอกไว้นานมาก จนเกือบลืม ว่าทำไมไม่มีใครสอน

ท่านบอกว่า สู้ไม่ไหว อีกอย่างท่านเรียนมาสูง มาสอนเด็กเล็กๆ ไม่รู้จะสอนอะไร 555+

ครูต้อยก็เลยเหมาจ่าย เอ๋ย เหมาสอนทั้ง ป 5. และ ป 6. มานาน เป็น หลายสิบปี

แต่อย่าถามนะว่าครูต้อยสอนอะไร แล้วจะค่อยๆบันทึกเล่า

เผื่อจะเป็นอะไรที่แก้เซ็งให้กับคนบางคนได้หากท้อใจ  และอยากจะลาจากไปก่อนเวลาอันควร

แต่ถ้าให้ตอบ ณ เวลานี้ ก็จะตอบว่า สอนที่เขาไม่สอนกันนั่นแหละ อิอิ

สอนที่เด็กไม่รู้ให้รู้  สอนให้ได้หัวเราะ ให้คิดดี คิดอยากเรียนรู้ คิดแก้ไข ปรับปรุงตนเอง และคิดให้ให้เป็น

แล้วก็เรียนรู้ไปกับโลกของเด็กน้อยด้วย เพราะโลกของเด็กน้อยเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว

มันช่างแตกต่างกับปัจจุบันนัก

เอาโลกที่แตกต่างกันมาเชื่อมต่อกัน ดึงดูดสิ่งดีงามออกมาประสานกันใหม่

ทักทอเป็นผืนใจที่ก้าวเดินต่อไปอย่างถ้อยที ถ้อยอาศัยกัน ก็สุขใจแล้ว

หนักๆเข้าครูต้อยก็เลยกลายร่างเป็นวิทยากรที่หน่วยเหนือไว้วางใจ

ให้โลดแล่นไปตามงานที่ไม่มีใครเขาอยากทำ 

 ทำบ่อยๆ ก็เริ่มไปวัดไปวาได้  สอนบ่อยๆ สังเกต สังกาเอาบ้าง

 เป็นครูพักรักจำเอาบ้าง วิ่งวอนขอให้ใครต่อใครช่วยเติมเต็มให้บ้าง

จนกลายเป็นมือดาบ อิอิ ชักดาบไม่เป็นค่ะแต่สับเป็น สับละเอียดเลย

ย่อยซะแหลก กระทุ้งใจเด็กน้อย เปิดอกกันหละ

สู้ไหมลูก ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่คนทำไม่ได้ นอกจากไม่ทำ55+

 เราก็สองมือ สองขาเหมือนคนอื่น ทำไมคนอื่นเรียนได้ แต่เราเรียนไม่ๆได้

เด็กน้อยตอบว่า เราเรียนไม่ได้เพราะพ่อแม่เราจนคับ....

หุ หุ เด็กเอ๋ย

จนก็เรียนได้ ไหนมันติดขัดตรงไหน บอกมา

 นี่แหละอาชีพที่ต้องผันตนเองบ่อยๆ เป็นให้มันเป็นได้ทุกอย่าง

ไม่ได้ก็ไถไปเรื่อย ไถจนกว่าจะปลูกข้าวได้ ให้มันรู้ไปว่ามันไม่ได้

แล้วเด็กน้อยที่ถูกมองว่าสอนไม่ได้ ก็ไปคว้ารางวัล

อยู่บนถนนคนเก่งภาษาได้หลายๆรางวัลติดต่อกัน

พอให้รู้ว่าทำได้ พอหอมปากหอมคอ เอาแค่พอเพียง

ได้มากพวกหมั่นไส้เอา

เอาเพียงพิสูจน์ว่าเด็กทุกคนเรียนรู้ได้ ช้าเร็วเท่านั้นที่กำหนดได้ไม่เท่ากัน

แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาสอน เด็กด้อยโอกาสให้มีความรู้ เป็นคนดีมีคุณธรรม 

ช่วยเหลือและให้เป็นคนอื่นเป็น

โลกของเด็กน้อยยังกว้างไกล จึงต้องวางฐานที่จะก้าวไปให้มั่นคง

ใส่เกราะป้องกันภัย และปกป้องยามที่ยังล้มลุกคลุกคลานไปก่อน

แข็งแรง อดทน จนกลายเป็นเรื่องธรรมดาเมื่อไหร่ก็ปล่อยให้บินได้

เอารูปมาเพิ่มค่ะ แบบม้วนเดียวจบ

คุณชาติชาย  วงค์สวัสดิ์ นำของใช้มามอบให้กับเด็กนักเรียนมี่ด้อยโอกาส ก่อนจะรีบไปบรรยายที่หัวหิน

และครูต้อยนำไปมอบต่อให้เรียบร้อยแล้วนะคะ

ขอบคุณน้ำใจงามๆ ของท่านที่แวะมาเป็นกำลังใจให้เด็กน้อยค่ะ