วันนี้ผมได้เข้าประชุมกำหนดแนวทางการทำงานพัฒนาชุมชนนักวิจัย กับคณะทำงานของ อบจ. กาฬสินธุ์ ที่นำทีมโดย ท่านเลขาฯ ภัทรา วรามิตร (อดีต สส. กาฬสินธุ์) ที่เป็นมือขวาของท่านนายก อบจ. ชม้อย วรามิตร
ตอนแรกก็เริ่มจากการหารือเชิงเทคนิค และชุดความรู้ที่อาจนำมาใช้ในการพัฒนาทรัพยากรน้ำ เกษตรอินทรีย์ และพลังงานทดแทน ตามแผนงานที่ทางคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มอบหมายให้ผมไปนำเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาทรัพยากรเสื่อมโทรมและความยากจน ที่คาดว่าจะอิงนโยบาย “เกษตรประณีต ๑ ไร่”
พอตกผลึกทางความคิดในด้านประโยชน์และความจำเป็น ท่านเลขาฯ ก็ถามผมว่า งบของ วช. จะเริ่มทันตุลาคมนี้ไหม ที่ผมก็ไม่แน่ใจและตอบชัดๆไม่ได้
ท่านเลขาฯก็เลยหารือในที่ประชุมว่า งั้น อบจ. กาฬสินธุ์ ไม่รองบจาก วช. จะดีกว่า เพราะช้าและไม่แน่นอน
จึงขอให้ผมและทีมงาน ช่วยวางโครงการ แผนงาน และงบประมาณ แบบเร่งด่วน แบบถามทันทีว่าจะได้เมื่อไหร่
ผมก็ตอบทันทีเหมือนกันว่า ไม่เกินสัปดาห์หน้า เพราะผมเชื่อว่าทีมงานผมพร้อม ข้อมูลพร้อม และชุมชนพร้อม
แหม ก็ทาง อบจ. ใจถึงขนาดนี้ จะให้ผมตอบแบบอืดๆ ได้อย่างไร
ผมเรียนท่านเลขาฯว่า ผมจะใช้ประโยคเดียวกับที่ขงเบ้งใช้ตอนตัดสินใจเข้าทำงานให้เล่าปี่
เมื่อเล่าปี่ถามว่า “ท่านมีแผนแค่ไหน”
ขงเบ้งตอบว่า “ท่านมีใจแค่ไหน เราก็มีแผนแค่นั้น”
พอผมพูดจบ ท่านเลขาฯ ภัทรา วรามิตร ก็ตอบว่า “เต็มร้อยค่ะ”
แล้วผมก็รีบออกมาหารือกับทึมงานวิชาการ และทีมงานพื้นที่กาฬสินธุ์ ว่าจะต้องทำอะไร ให้เสร็จอย่างดี และถูกต้องภายในหนึ่งสัปดาห์
ทีมงานวิชาการไม่มีปัญหา เพราะหลักๆ ก็พอรู้อยู่แล้วว่าอีสานมีปัญหาและทางเลือกอะไรบ้าง ไปปรับลงรายละเอียดกับพื้นที่คงไม่ยาก
ส่วนทีมงานพื้นที่ ก็มีฐานข้อมูลชุมชนพร้อมทั้งจังหวัด สามารถกำหนดแผนงาน แผนกิจกรรม แผนคณะทำงานได้ทันที
ตอนนี้ก็เหลือแต่นำความรู้ทั้งหมดลงกระดาษ เป็นร่างโครงการวิจัยและพัฒนาชุมชนต้นแบบ หนึ่งศูนย์หนึ่งตำบลด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ พลังงานทดแทน และเกษตรอินทรีย์
ร่างแรก ผมขอให้เสร็จภายใน ๓ วัน ผมจะนำมาแก้ไข แล้วนำเข้าร่วมพิจารณาโดยทีมงานสองในสามสาย คือ สายวิชาการ และสายพื้นที่ ในวันที่ ๓๐ มิถุนายนส่วนสายองค์กรของ อบจ. นั้นจะนัดคุยในลำดับต่อไป
ในขณะเดียวกันผมก็รีบต่อสายแจ้งทาง วช. ว่า ทาง อบจ. กาฬสินธุ์จะไม่รอท่านแล้ว ท่านจะคิดอย่างไร ทำให้ทางท่าน ผอ. เพ็ญธิดา รีบแจ้งกลับมาว่า แม้ไม่รอเราก็จะวิ่งตามให้ทัน โดยจะส่งทีมงานวิชาการเข้ามาร่วมในทันทีที่เริ่มกิจกรรม
ผมก็เลยขอกล่าวสดุดีวีรกรรมของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยทั้งหมดในวันนี้ (๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๒) ว่า
จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ปักธงกำหนดเป้าหมาย พัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ หนึ่งศูนย์เรียนรู้หนึ่งตำบลทั่วทั้งจังหวัด
โดยความร่วมมือของคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กรมทรัพยากรน้ำ เครือข่ายข้าวอินทรีย์ อาศรมพลังงาน องค์กรภาคประชาชนและเครือข่ายปราชญ์จังหวัดกาฬสินธุ์
ที่สนับสนุนด้วยงบประมาณหลักจาก อบจ. กาฬสินธุ์ เต็มพื้นที่ครับ
โดยเน้นให้เสร็จก่อนการเลือกตั้งสมัยหน้า
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เป็นตัวแทนขององค์กรต่างๆ ที่ดำเนินงานอย่างเข้มแข็งจนทำให้กาฬสินธุ์เป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยครับ