ทุกวันนี้ เรามีความรู้สึกว่าความวุ่นวายจะเกิดจากสิ่งที่อยู่รอบตัวเราเองซะเกือบทุกอย่าง ตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมา ทานอาหารเช้า เดินทางไปทำงาน ถึงที่ทำงานพบเพื่อร่วมงาน ผบ. คิดวิเคราะห์งาน ทานอาหารกลางวัน ประชุมภาคบ่าย ทำงานต่อเสร้จกลับบ้าน รถติด ถึงบ้านแม่บ้านบ่นเรื่องที่พบในแต่ละวันให้ฟัง เข้านอน,,,,,,,,,,,,,,แล้วหลับไป ใครจะบอกได้ไหมว่าอะไรคือชีวิตกันแน่
มุมคิดของเรา
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
NICFD08 · 21 มิ.ย. 2552
Wanpen · 21 มิ.ย. 2552
อุบลวรรณ บุญรัตนสมัย · 21 มิ.ย. 2552
kmsabai · 21 มิ.ย. 2552
วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei-- · 21 มิ.ย. 2552
narawat · 21 มิ.ย. 2552
สวัสดีครับ
ขอขอบคุรท่านทั้งหลายที่กรุราเข้ามาเยี่ยมครับ และวันนี้ผมได้เข้าใจชีวิตมากขึ้นว่าเกิดมาแล้วไม่มีอะไร และเมื่อตายแล้วยิ่งไม่มีอะไรมากไปกว่าการกลับไปยังจุดเริ่มต้น เหตุที่กล่าวเช่นนี้เพราะมีคนงานก่อสร้างอยู่ข้างบ้าน มีครอบครัวแล้วลูกสองคน ฐานะยากจน เกิดหน้ามืดตกจากหลังคาศีรษะหม่งพื้นเสียชีวิต ครอบครัวลำบาก ต้องช่วยกันขอหีบจากสุริยา นำร่างมาเผาที่วัดเสมียนนารี ดดยไม่ต้องมีพิธีรีตองมากมาย น่าอนาจมากเลยครับ ได้ช่วยหลือในฐานะเพื่อนมนุษย์ตามสมควร ครอบครัวต้องย้ายกลับภุมิลำเนาต่อไป...ขอให้สู่สุขคติเทอด
สัวสดีครับ
ชีวิตพลิกผันทุกวันคืน ขอให้มอง คิด พินิจ ในแต่ละวันอย่างมีสติ (แม้ว่าบางครั้งสติหลุดลอย)เราทำอะไรไป เกิดขึ้น คงอยู่ ดับไป นี่แหละเสี้ยวหนึ่งของชืวิต ครับ
เรียนท่านทั้งหลายที่เคารพ
วันนี้รู้สึกดีขึ้นกว่าเมื่อวานมากเลย คนเราต้องมีสติแล้วจะมีสตางค์ ถึงจะต้องอยู่แต่คงจะไม่ลำบากมากนัก เพราะเราเกิดมาใช้กรรม เพียงแต่ว่าจะทำใจกับมันได้เพียงใด ขอให้มีความสุขไปวันๆก็ดีแล้ว และท่านทั้งหลายล่ะครับ คิดว่าอย่างไร
เวลาทำให้ความคิดโตขึ้นและความจริงก็เดินห่างออกไปเรื่อยๆเหมือนทางรถไฟมองเห็นกันได้แค่เอื่มแต่ไม่มาบรรรจบพบกันได้
ทุกอย่างไม่ได้จบไปกับความเงียบ เวลาทำให้อะไรบางอย่างมันเบาลง แต่มันเป้นช่วงเวลาที่เจ็บปวดและบาดแผลที่ยังไม่มีอะไรมารักษาใหเลือนหายไปได้เลย แผลที่มีอายุเท่ากับอายุของพวกเราทุกคน จนตายจากกัน ขอให้มีความสุขกับการใช้ชีวิตที่เหลือให้มากนะ