ติดเกมส์
 
หลายวันก่อนมีเพื่อนชวนเล่นเกมส์ในอินเตอร์เนต เป็นเกมที่สมมติว่าเราเป็นคนคนหนึ่ง แล้วไปทำงานเก็บเงิน เอาเงินไปซื้อของหรือลงทุนก็ได้ ทำงานก็มีเหนื่อยมีหมดพลัง ซึ่งแม้จะไม่สมจริงอะไรมาก แต่ก็ทำเอาผมเล่นอยู่นานพอสมควร พอว่างก็เข้าไปเล่นอย่างสนุกสนาน เสมือนว่าเราใช้ชีวิตเป็นแบบนั้นจริงๆ
 
แต่พอเล่นไปสักระยะ เกิดรู้สึกขึ้นมาว่าหลงไปอินกับมันมากไป เริ่มเห็นโทษของการเป็นตัวละครนั้นๆว่าเสียเวลาไปโดยใช่เหตุ รวมถึงเสียเวลานอนเสียด้วยสิครับ พอเริ่มเห็นโทษและมองไม่เห็นประโยชน์ของการเป็นตัวละครนั้นที่หลงไปกับโลกสมมติ ผมก็เลิกเล่นเอาซะเฉยๆ โดยที่ไม่รู้สึกอยากจะกลับไปเล่นอีก ขนาดเกมส์ที่มันไม่ค่อยจะสมจริงสักเท่าไหร่ยังทำให้ผมอินได้ขนาดนี้ แล้วเกมส์ที่เหมือนจริงมากๆนี่คงถอนตัวไม่ขึ้นอย่างแน่นอนครับ
 
พอลองนั่งนึกดูดีๆ ผมหลุดจากเกมส์คอมพิวเตอร์มาได้ แต่ผมก็ยังติดเกมส์อีกเกมส์หนึ่งอยู่ดี เกมส์นี้ผมเล่นมานานแล้วครับ นานจนจำไม่ได้ว่าจุดเริ่มต้นมันอยู่ตรงไหน ที่สำคัญคือมันเหมือนจริงมากๆ จนไม่สามารถมองออกว่าเป็นเกมส์สมมติหรือเรื่องจริง ทุกวันนี้ก็ยังเล่นอยู่ เล่นโดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเล่นเกมส์ มองไม่เห็นโทษแม้แต่น้อย เมื่อมองไปรอบตัวก็ไม่เห็นมีใครจะรู้เลยว่ากำลังเล่นเกมส์ จะมีก็แต่ผู้มีปัญญาบางคนที่มองออกและเลิกเล่นไปหลายคนแล้ว ลองเดาดูไหมครับว่าผมหมายถึงเกมส์อะไร
 
ผมกำลังหมายถึงเกมส์ที่มีชื่อว่าสังสารวัฏครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครคิดค้นเกมส์นี้ หรือว่าผมเริ่มเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่ เท่าที่จำความได้ผมก็เป็นตัวละครตัวหนึ่งในเกมส์แล้วครับ ทีแรกผมก็ไม่รู้ตัวหรอกครับว่าผมเล่นเกมส์นี้อยู่ จนเมื่อมีผู้มีปัญญามาบอกว่าผมกำลังเล่นเกมส์อยู่นะ ไม่สนุกหรอกการเล่นเกมส์แบบนี้ ต้องเหนื่อยสารพัดเพื่อแลกกับรางวัลที่เรียกว่าความสุข แต่รางวัลก็อยู่ไม่นาน อยากได้อีกก็ต้องเหนื่อยอีก บางทีพอไม่ได้ขึ้นมาก็ได้ความทุกข์มาเป็นของแถม มิหนำซ้ำตัวหมากที่ใช้เดินหรือที่เรียกว่าร่างกายก็มีวันหมดอายุอีกต่างหาก หากตัวหมากนี้พังก็ต้องหาตัวหมากอันใหม่มาเดินไม่รู้ว่าจะเป็นหมากรูปอะไร มีตั้งแต่ หมา แมว ปลา นก วัว ควาย มด กิ้งกือ หนอน ฯลฯ ถ้าเล่นดีอาจจะได้หมากเป็น เทวดา พรหม หากเล่นไม่ดี ก็อาจจะได้เป็นพวก เปรต สัตว์นรก หรือถ้ามีความเข้าใจเกมส์ผิดมากๆก็อาจะได้หมากเป็นอสุรกาย
 
แต่ละตัวเดินก็มีกระดานเกมส์ที่ต่างกันไป บางอันก็อยู่ในที่สบายๆ บางอันก็ต้องไปเล่นในที่ร้อนๆ ทรมานอีกต่างหาก แต่ไม่ต้องกลัวหรอกครับก่อนขึ้นกระดานใหม่เขาจะทำให้เราลืมเรื่องของกระดานเก่าๆก่อน ธรรมชาติเราลืมง่ายอยู่แล้วครับ วันก่อนเพื่อนผมส่งรูปหนังสือแบบเรียนภาษาไทยที่มีเรื่อง มานี มานะ ชูใจ มาให้ดู ทั้งๆที่เคยเรียนผ่านไปไม่กี่ปี (ไม่กี่สิบปีก็ได้ครับ) ผมกลับจำไม่ได้เลยว่าเราเคยอ่านด้วยเหรอ ต้องนึกตั้งนานเลยครับ ขนาดเกมส์กระดานเดียวกันยังลืมได้ขนาดนี้ แล้วนับประสาอะไรกับเกมส์กระดานอื่นล่ะครับ
 
พอท่านผู้มีปัญญาชี้ให้เห็นว่าเรากำลังเล่นเกมส์ที่ไม่มีวันจบแบบนี้ ผมก็ชักจะเบื่อที่จะเล่นแล้วสิครับ แต่ก็ยังเลิกไม่ได้ ยังหาทางออกจากเกมส์ไม่ได้ ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกครับ เพราะผมไม่มีปัญญาเองแหละ หรือเรียกภาษาทั่วๆไปว่า "เพราะไม่รู้" นั่นแหละครับ (เป็นคำตอบที่หลวงปู่เทสก์ตอบกับโยมคนหนึ่งที่มาถามว่า ทำไมจึงต้องเกิดมา) และที่น่าตลกคือผมอยากจะเลิกเล่นเกมส์ทั้งๆที่ตัวผมเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังเล่นเกมส์ เป็นแบบนี้หาทางเลิกให้ตายล้านปียังไงก็เลิกไม่ได้หรอกครับ ต้องเข้าใจก่อนนะครับว่า ตอนนี้ผมรู้ว่าผมกำลังเล่นเกมส์อยู่เพราะมีท่านผู้มีปัญญาบอกผมมา ผมยังไม่ได้รู้ด้วยตัวผมเอง ได้แต่จำๆเอาปัญญาของคนอื่นมาเท่านั้น คุณก็เช่นกันก็จำเอาจากที่ผมบอกไปนี่แหละ คุณยังไม่รู้ตัวหรอกว่าคุณกำลังเล่นเกมส์
 
ท่านผู้มีปัญญาบอกไว้ว่า เราต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เรากำลังเล่นนั้นเป็นโทษ และเราจะเลิกเล่นเอง วิธีการจะรู้โทษของมันก็คือการสังเกตครับ สังเกตไปที่ร่างกายและจิตใจของเรา ร่างกายเคลื่อนไหวรู้ว่ากำลังเคลื่อนไหว มันจะยืนจะเดินจะนั่งจะนอนเราระลึกรู้อิริยาบทไหนได้ก็รู้มันไป รู้ขณะที่มันกำลังเคลื่อนไหวนี่แหละครับ หรือจะตามรู้จิตรู้ใจก็ได้ ตาเห็นรูปสวยๆแล้วเกิดความรู้สึกชอบขึ้นมาก็รู้ว่าชอบ(ความรู้สึกเกิดขึ้นมาก่อนแล้วค่อยรู้นะครับ) ได้กลิ่นเหม็นแล้วไม่ชอบ รังเกียจ ก็รู้ว่าไม่ชอบ รู้ว่ารังเกียจ กำลังนั่งเหม่อลอย แล้วระลึกขึ้นมาได้ก็รู้ว่าเมื่อสักครู่หลงไป เผลอไป ลืมกายลืมใจไป เจอของสวยแล้วอยากได้ก็รู้ไปว่าอยาก หรือว่าอยากรู้ตัวบ่อยๆ ใจมันไปเพ่งที่จะดูอารมณ์ที่จะเกิด ก็รู้ว่ากำลังเพ่ง คิดอะไรเรื่อยเปื่อย แล้วระลึกได้ก็รู้ว่าเมื่อสักครู่หลงไปคิด
 
พูดง่ายๆคือ ไม่ว่าร่างกายจะขยับอย่างไร ขาก้าว แขนแกว่ง นิ้วกระดิก หัวส่าย ก็รู้ไปในปัจจุบันว่าร่างกายเคลื่อนไหว หรือหากว่า ตาไปเห็นอะไร หูได้ยินอะไร จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส กายสัมผัสร้อนหนาวอ่อนแข็ง หรือจิตใจเพ้อ ไปคิด ไปเหม่อ แล้วมีอารมณ์ใดเกิดขึ้นก็ให้ตามรู้อารมณ์ที่เกิดขึ้นนั่นแหละครับ ดีใจ เสียใจ ท้อใจ สุขใจ ชอบใจ เหงาใจ เบื่อ เซ็ง ฯลฯ อะไรเกิดขึ้นมาก็รู้เท่านั้น อย่าไปเพ่งไปจ้องที่จะรู้ อย่าไปถลำไปรู้ไปจมแช่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง หรือไปดูแขนขยับจนใจมันนิ่ง พอดูเสร็จไม่ต้องไปทำอะไรต่อ ไม่ต้องพยายามแก้อารมณ์ที่ไม่ดี ไม่ต้องอยากให้อารมณ์ด้านดีๆอยู่นานๆ อะไรเกิดขึ้นมาก็รู้ลงปัจจุบันไป
 
วิธีการเหล่านี้เป็นวิธีการเริ่มต้นของการที่จะเห็นทุกข์ในการติดเกมส์ เราต้องหมั่นดูเรื่อยๆรู้บ่อยๆ แล้วเราจะเริ่มเห็นทุกข์เห็นโทษของมัน ไม่ต้องทำอะไรนอกจากรู้ อย่าทำอะไรเกินกว่ารู้ ผู้มีปัญญากล่าวไว้ว่าเพียงแค่รู้นี่แหละจะพาให้เราเลิกเล่นเกมส์ได้เองในที่สุด แต่ที่สำคัญเราต้องเตรียมกายเตรียมใจให้พร้อมกับการเล่นเกมส์ด้วย เช่น ถือศีล5 เป็นอย่างน้อย เพื่อไม่ให้จิตใจเศร้าหมอง หากมีโอกาสก็ทำทานตามสมควร (อย่าคิดถึงทานแต่เรื่องการให้เงินให้วัตถุนะครับ การให้อภัยก็เป็นทานชนิดหนึ่ง การให้ธรรมก็เป็นทานอีกชนิดหนึ่ง ) ทุกวันแบ่งเวลาสั้นๆปฏิบัติธรรมในรูปแบบ เช่น เดินจงกรม นั่งสมาธิดูท้องพองยุบ ดูลมหายใจเข้าออก ฝึกซ้อมเอาไว้ เดิน เดิน เดิน ใจหลงไปคิดก็รู้ว่าหลง หายใจเข้าออกสักพักเผลอไปคิดถึงอาหารก็รู้ว่าเผลอ นั่งสวดมนต์แล้วไปนึกถึงลูกก็รู้ว่าเผลอ ดูท้องพองยุบแล้วเผลอไปคิดเรื่องที่โรงเรียนก็รู้ว่าเผลอไป จะขยับไม้ขยับมือก็อย่าไปเพ่ง ดูไปเล่นๆ แต่ถ้าเผลอไปคิดเรื่องอื่นก็รู้ว่าเผลอ เพียงเท่านี้คุณก็จะเริ่มเห็นทางที่จะเลิกเล่นเกมส์ที่ชื่อสังสารวัฏแล้วครับ
 
หมายเหตุ ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีหนังสือของคุณดังตฤณที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องชีวิตเป็นเกมและคอยเก็บแต้มขื่อ "มีชีวิตที่คิดไม่ถึง" ลองไปหาอ่านได้นะครับ และอย่าลืมว่าผมเขียนเรื่องจากความเข้าใจของผมเอง อย่างไรก็หาครูบาอาจารย์ให้คำแนะนำดีกว่าครับ จะได้ไม่หลงทาง