ข้อเสนอนโยบายที่รัฐบาลพึงปฏิบัติ

ข้อเสนอนโยบายที่รัฐบาลพึงปฏิบัติเพื่อให้ชุมชนจัดการกลไก และทรัพยากรเพื่อส่งเสริมการศึกษา ดังนี้

1.รัฐต้องส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และองค์กรเอกชน จัดการศึกษาของตนเองให้สอดคล้องกับความต้องการ ครรลองประเพณี วัฒนธรรม และความจำเป็นทางเศรษฐกิจของชุมชนในอนาคต

2.การบริหาร และจัดสรรทรัพยากรเพื่อจัดการศึกษาในท้องถิ่น ต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมจัดการของประชากรในชุมชนเพื่อสนองประโยชน์ของตน

3.คณะกรรมการจัดการศึกษามาจากการเลือกตั้งทั่วไปในท้องถิ่น บริหารงบประมาณการศึกษาที่จัดสรรจากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น แต่อยู่ในการกำกับดูแลของคณะกรรมการตรวจสอบที่มาจากการเลือกตั้งทั่วไปในท้องถิ่น และเป็นอิสระจากฝ่ายบริหารส่วนท้องถิ่น

4.หลักสูตรการศึกษาที่กำหนดโดยคนในท้องถิ่นป้องกันปัญหาจากสมอง และแรงงานไหลออก สู่สังคมเมือง และระบบเศรษฐกิจถิ่นอื่น เพราะมุ่งสนองความต้องการ และสร้างความมั่นคงในสังคมชุมชน

5.มีคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาที่มาจากการเลือกตั้ง อยู่ในการกำกับดูแลของคณะกรรมการตรวจสอบ ทำหน้าที่หาทุน และความช่วยเหลือทางวิชาการเพิ่มเติมจากแหล่งภายนอก เฉพาะอย่างยิ่ง การศึกษาต่อเนื่องในระดับสูงกว่าการศึกษาท้องถิ่น

6.คณะกรรมการสถานศึกษามาจากการเลือกตั้งของประชากรในเขตบริการ ทำหน้าที่ว่าจ้างผู้บริหารการศึกษา อนุมัติแผนงาน หลักสูตร งบประมาณ รับเรื่องอุทธรณ์ ฯลฯ โดยต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนนักเรียนนักศึกษาได้รับเลือกตั้งอยู่ในทุกคณะกรรมการสถานศึกษา

7.การศึกษาไม่จำเป็นมีภาคบังคับ แต่ให้เป็นไปตามอัธยาศัย และส่งเสริมการศึกษาต่อเนื่องชั่วชีวิต เพื่อสนองประโยชน์ของปัจเจกบุคคล มุ่งให้ประสิทธิผลสอดคล้องกับเป้าหมายพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น

8.การศึกษาขั้นพื้นฐานที่ชุมชนท้องถิ่นจัดให้ ย่อมไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งรวมทั้งอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องอันจำเป็น อาหาร และการเดินทางหรือที่พัก

9.การศึกษาภาคบังคับใดๆ หากมี ต้องเกิดจากฉันทามติ และเป็นการใช้จ่ายทุนของชุมชน มุ่งสนองประโยชน์ท้องถิ่นในอนาคต อีกทั้ง เป็นคุณต่อปัจเจกผู้รับการศึกษา ถือเป็นการลงทุนเพิ่มค่าในทรัพยากรมนุษย์ของชุมชน โดยเฉพาะสาขาวิชาอันจำเป็นแก่ท้องถิ่น

10.การจัดการศึกษาเองจะกลั่นกรองวัฒนธรรมใหม่อันพึงรับ และประยุกต์เข้ากับพื้นภูมิปัญญาท้องถิ่น สกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมอันมิพึงปรารถนาที่มากับการศึกษาอันเป็นผลของการวางแผน และสั่งการจากส่วนกลาง ซึ่งกวาดกว้างไปทั่วประเทศ จนก้าวข้ามความหลากหลายทางวัฒนธรรมท้องถิ่น

11.การศึกษาไม่พึงกีดกันแบ่งแยกเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ คนต่างด้าวทุกเพศวัย ที่อาศัยร่วมแผ่นดินทั้งเป็นการชั่วคราว เฉพาะอย่างยิ่งผู้อยู่ถาวร พึงได้รับโอกาสการศึกษา เพื่อพัฒนาเป็นบุคลากรคุณภาพร่วมเพิ่มผลผลิตแก่สังคมที่หล่อหลอมจากหลากหลายวัฒนธรรม การละเลยกลุ่มบุคคลดังกล่าว เป็นการบ่มเพาะปัญหาด้วยการสั่งสมไว้แต่ผู้ร่วมสังคมไร้คุณภาพ หลังการผลักดันปัญญาชนอพยพต่างด้าว และผู้ลี้ภัยกลุ่มคุณภาพให้ประเทศพัฒนาแล้ว คัดเลือกรับไป

ที่มา มติชนรายวัน วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11278 หน้า 7

http://www.kroobannok.com/view.php?article_id=5047

วิเคราะห์ข่าว

ชุมชนจัดการกลไก และทรัพยากรเพื่อส่งเสริมการศึกษา ได้หรือไม่ เพียงไร ใน มุมมองของฉัน

1.  การเลือกตั้งคณะกรรมการจดการศึกษา  คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษา  คณะกรรมการสถานศึกษา ซึ่งผู้จัดคือ อบท. อยู่แล้วทำให้คณะกรรมการต่าง ๆ มาจากการเลือกตั้งได้

2.  การใช้งบประมาณของท้องถิ่นจะทำให้การจัดการศึกษาในแต่ละท้องถิ่นไม่สามารถทำได้เท่าเทียมกัน  รัฐบาลยังคงต้องสนับสนุนในท้องถิ่นที่มีปัญหา หรือ ระบบเศรษฐกิจไม่เอื้อต่อการดำเนินการ

3.  การกำหนดหลักสูตรการศึกษาจัดทำโดยชุมชน ในมุมมองของท่านเป็นอย่างไรค่ะ ร่วมเสนอแนวคิดได้ค่ะ