สัปดาห์ที่แล้วผมได้มีโอกาสเป็นแพทย์เวรประจำห้องคัดกรองโรคติดต่อระหว่างประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิ ความจริงเคยไปแล้วเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้า แต่ครั้งนั้นยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เพราะเพิ่งเริ่มมีการระบาดใหม่ และประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่ครั้งนี้พบผู้ติดเชื้อในวันที่ผมไปอยู่เวรแล้ว 103 คน ผมไม่ค่อยแปลกใจเท่าไรที่มีการระบาด เนื่องจากโรคนี้ติดต่อทางลมหายใจ และเป็นการยากที่จะบอกว่าใครมีเชื้ออยู่เพราะคนที่ติดเชื้อยังไม่มีอาการก็จะสามารถแพร่เชื้อได้ แต่ยังไงก็ตามโชคดีที่โรคนี้มีความรุนแรงในด้านภาวะแทรกซ้อนไม่มากนัก ส่วนใหญ่หายเองและอัตราการตายก็ไม่แตกต่างไปจากไวรัสตัวอื่น ๆ แต่นี้เป็นบททดสอบสำคัญของโรค เหมือนการซ้อมการเฝ้าระวัง และผลก็คือ สอบตก!!!! แม้ว่าเราจะประสบความสำเร็จจากการควบคุมโรค SARS เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ซึ่งผมก็เคยไปเป็นแพทย์คัดกรองที่สนามบินดอนเมือง แต่ครั้งนี้แตกต่างกัน ผมคิดในมุมของผู้ที่เข้าไปอยู่ในระบบด้วย พบว่า หลังจากโรคนี้สงบลง น่าจะมีการทบทวนการทำแผนการเฝ้าระวังให้ดีกว่านี้ เพราะสนามบินสุวรรณภูมิใหญ่(บางคนว่ายาว)มาก เครื่องมือที่ดูว่าไฮเทคคือเครื่องสแกนความร้อน ซึ่งหลายคนไม่รู้ว่าไม่ได้ออกแบบมากใช้สำหรับคัดกรองโรคแต่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องมีการควบคุมอุณหภูมิ ทำให้มันไม่ไวเพียงพอต่อการตรวจจับการเป็นไข้ของผู้คนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย (บางคนกินยาแก้ไข้มาก่อนด้วยซ้ำ) ผลก็คือคนที่ติดเชื้อบางคนที่ไม่รู้ตัวก็ผ่านการคัดกรองเข้ามาและมาระบาดอย่างที่เห็น ความยุ่งยากอีกประการก็คือ ชาวต่างประเทศที่เข้ามาในประเทศไทยหลายคนไม่รู้ข้อมูล หรือไม่เข้าใจเหตุผลในการกักตัวสังเกตุอาการด้วยซ้ำ มีการโทรติดต่อสถานฑูตให้วุ่นวาย ผมก็มีปัญญาเพียงแค่พูดภาษาอังกฤษแบบหมอ ๆ ให้พวกเขาเข้าใจ(มั้ง) นี่ยังมาคิดเลยว่าถ้าบางคนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้จะทำอย่างไร นอกจากนี้การมาปฏิบัติงานที่นี่ก็ไม่มีการสั่งการอย่างชัดเจน ไม่มีอัตรากำลังที่แน่นอน ผลัด ๆ กันมา หลายหน่วยงาน หลายจังหวัด บางเวรแพทย์ก็ไม่มา ด้วยสาเหตุแตกต่างกันไป ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เจ้าหน้าที่ที่ไปก็ไม่รู้ว่าจะได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ คือ มีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อไวรัส เนื่องจากถ้าเป็นการสัมผัสโรคอย่างใกล้ชิด ลำพังแค่หน้ากากธรรมดาไม่ช่วยอะไรเลย(ยืนยันได้จากแพทย์ที่ทำงานประจำที่นี่ก็ติดเชื้อไปเรียบร้อยแล้ว) ผมปฏิบัติงานที่สนามบิน 8 ชม.(จริง ๆ บ่าย 3 - ตี 2)เฝ้าระวัง 7 คน ส่งต่อ 2 คน ช่างเป็นเวลาที่ยาวนานที่เป็นประสบการณ์ในชีวิตการเป็นแพทย์ ที่ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต...........
ไวรัส 2009 กับสนามบินสุวรรณภูมิ
คนที่ติดเชื้อยังไม่มีอาการก็จะสามารถแพร่เชื้อได้
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
หลวงเสก · 21 มิ.ย. 2552
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 21 มิ.ย. 2552
Nong Log · 21 มิ.ย. 2552
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 21 มิ.ย. 2552
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 21 มิ.ย. 2552
สวัสดีคะ Dr.J
สู้ สู้ นะคะคุณหมอ
---^.^---
ข้อมูลอีกอย่าง ผมจบ มช.เมื่อ 16 ปีที่แล้ว เป็นแพทย์เชียงใหม่ใจเข้มแข็งด้วย สู้ แน่นอนครับ
ระวังไข้เลือดออกด้วยนะครับ
มันกลับมาอีกแล้ว
เราก็ไปด้วย ช่วงมีคนไข้กะฉับกะเฉง ช่วงว่างงานง่วงนอนจัง