การได้เข้าอบรมกับ “สุดยอดวิชาหรือเจ้ายุทธจักร” ในเรื่องใด ๆ ก็ตาม ส่งผลให้การเรียนรู้ การทำความเข้าใจกับวิชาความรู้นั้นง่ายขึ้นและสะดวกขึ้นอย่างมาก

 

 

 

     คนไม่มีรากมีโอกาสได้ไปร่วม การอบรมวิจัยเชิงคุณภาพ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 11-16 มิถุนายน 2552 ซึ่ง สถาบันบุญนิยม ณ พุทธสถานสันติอโศก เขตบึงกุ่ม กรุงเทพ ฯ จัดให้กับนักศึกษาทั้งระดับปริญญาเอกและปริญญาโทของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมความรู้ด้านการวิจัยให้ผู้เรียน เนื่องจากเป็นการเรียนแบบทำวิทยานิพนธ์ โดยไม่ต้องเข้าชั้นเรียน นักศึกษาเป็นผู้ที่ทำงานและมีประสบการณ์ในเรื่องที่เรียนมาแล้วอย่างดี นักศึกษาของหลักสูตรดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นสมาชิกของชุมชนอโศกและชาวบ้านที่สนใจ

  

ข้อความในพุทธสถานสันติอโศก บึงกุ่ม กรุงเทพ ฯ 

   

       สถาบันบุญนิยม ซึ่งเป็นองค์กรของชาวอโศก ได้น้อมนำและปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของ ท่านสมณะโพธิรักษ์ ซึ่งให้ความสำคัญและส่งเสริมอย่างยิ่งในด้านการศึกษา จึงจัดอบรมเพื่อช่วยเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการวิจัยเชิงคุณภาพดังกล่าว โดยเชิญคณาจารย์ ซึ่งล้วนแต่เป็น "เจ้ายุทธจักร" ของการวิจัยเชิงคุณภาพทั้งสิ้น ได้แก่ ศ.ดร.สุภางค์ จันทวานิช จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  รศ.ดร.เบญจา ยอดดำเนิน-แอ็ตติกจ์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล รศ.ดร.สพรรณี ไชยอำพร จากสถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ดร.สมศักดิ์ ศรีสันติสุข และวิทยากรที่มีประสบการณ์ในการทำวิจัยเชิงคุณภาพอีกหลายท่าน

  

  

 

ในการอบรมครั้งนี้คนไม่มีรากได้เข้าร่วมการอบรม โดยอาศัยความคุ้นเคยด้วยความเกรงใจอย่างยิ่ง แต่ได้รับการยืนยันจาก คุณขวัญดิน สิงห์คำ ซึ่งเป็นครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 3 ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งคนไม่มีรากกำลังไปศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเพื่อประกอบการทำโครงร่างวิทยานิพนธ์ของตัวเอง และท่านยังได้แนะนำให้รู้จักกับ ดร.รินธรรม อโศกตระกูล รุ่นพี่จากสาขาการศึกษานอกระบบ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้ดูแลโครงการอบรมครั้งนี้ พี่รินธรรมและพี่ขวัญดินที่คนไม่มีรากเรียกขานด้วยความคุ้นเคยนั้น ให้ข้อมูลว่านักศึกษาที่สนใจทุกคนไม่เฉพาะว่าจะต้องเป็นชาวอโศก สามารถมาเข้าร่วมการอบรมได้ ยิ่งมีคนมาร่วมอบรมมากยิ่งเกิดประโยชน์สูงสุดคุ้มค่าเท่านั้น

ความจริงแล้ว คนไม่มีรากได้ลงเรียนวิชาการวิจัยเชิงคุณภาพมาแล้ว 1 เทอม ในการไปร่วมอบรมครั้งนี้ เป็นขั้นตอนหนึ่งตามระเบียบวิธีวิจัยของการวิจัยเชิงคุณภาพ ที่ต้องลงสำรวจสนามที่จะศึกษาก่อนที่จะนำเสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์  ปรากฏว่าผลพลอยได้นอกจากการได้สัมภาษณ์ สังเกต และสำรวจข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ยังได้ความรู้ และได้ตระหนักถึงความเป็นจริงบางประการชัดเจนขึ้นว่า...

 

 

คุณขวัญดิน สิงห์คำและดร.รินธรรม อโศกตระกูล

 

       * การได้ร่วมชั้นเรียนกับ คนคุณภาพ” ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่สนุกและเต็มอิ่มกับการเรียน  การไปร่วมการอบรมกับชาวอโศก ซึ่งเป็นผู้ที่มีศีลขั้นต่ำที่สุดคือ “ศีลห้า” ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนถึงบรรยากาศของความตรงต่อเวลา ความเคารพถ่อมตนต่ออาจารย์ที่ให้ความรู้ ความมีระเบียบเรียบร้อย ความตั้งอกตั้งใจ ตอนแรกที่ตัดสินใจไปร่วมอบรมแอบคิดว่าที่สันติอโศกนี่คงจะต้องนั่งเรียนที่ร่มไม้ชายคา อยู่ในบรรยากาศทึม ๆ สมถะเงียบ ๆ ตามที่เคยได้ยินได้ฟังมา  แต่ไม่เป็นดังคาด เพราะเป็นการอบรมในห้องปรับอากาศ สะอาดเรียบร้อย มีไวท์บอร์ด มีเครื่องฉายแผ่นทึบ เครื่อง LCD เครื่องเสียงอย่างดี รวมทั้งมีการอัดวิดีโอเทปไว้ทุกชั่วโมงอย่างเป็นระบบด้วย

 รศ.ดร.เบญจา ยอดดำเนิน-แอ็ตติกจ์กำลังบรรยายการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ

ศ.ดร.สุภางค์ จันทวานิชกำลังบรรยายทฤษฏีทางสังคมวิทยา

* การศึกษาเล่าเรียนเรื่องใดก็ตาม ผู้เรียนต้องมีความตั้งใจจริง มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน และเตรียมตัวอ่านหนังสือ ศึกษามาก่อนเข้าชั้นเรียน ตามความคิดเห็นของคนไม่มีราก การอบรมที่นี่เข้มข้นมาก ทุกคนมีหนังสือในเรื่องที่อบรมทุกคน (Original Text ไม่ใช่ฉบับ Copy) อ่านก่อนเข้าเรียน คำถามมีการเตรียมการมาแล้วอย่างดี ทุกคนมี Lab top ส่วนตัวและใช้เป็นอย่างคล่องแคล่ว  วันแรก ๆ คนไม่มีรากก็เข้าไปนั่งอมยิ้มฟังไปเพลิน ๆ แต่พอพบบรรยากาศจริงจังขนาดนั้น จึงเริ่มสนุกไปด้วย และต้องขอบอกว่า การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชั้นนี้ สนุกและเฉียบขาดมาก เนื่องจากผู้เข้าอบรมแต่ละคนมีประสบการณ์ในวิชาชีพของตนอย่างน้อย 20 ปี เช่นเป็นเกษตรกร ทำนา ทำกสิกรรมไร้สารพิษ ฯลฯ ทำเอา “นักเลียนรู้” เช่นคนไม่มีราก อดที่จะทึ่งและชื่นชมไม่ได้

 

บรรยากาศของการร่วมเรียนรู้

 

* ได้ตระหนักชัดว่า การได้เข้าอบรมกับ “สุดยอดวิชาหรือเจ้ายุทธจักร” ในเรื่องใด ๆ ก็ตาม ส่งผลให้การเรียนรู้ การทำความเข้าใจกับวิชาความรู้นั้นง่ายขึ้นและสะดวกขึ้นอย่างมาก  ความเชื่อแต่เดิมของคนไม่มีรากคิดว่า การเรียนระดับ ป.เอกนั้น ต้องหาความรู้ด้วยตนเองถึง 70-80 % โดยมีอาจารย์เป็นผู้ชี้แนะให้อีก 20-30 % ดังนั้นการเรียนจึงต้องอาศัยการศึกษาด้วยตนเองเป็นส่วนใหญ่ แต่พบว่า การได้อาจารย์ที่มีประสบการณ์และเก่งจริงในเรื่องนั้น  ๆ ช่วยลดเวลาในการศึกษาอย่างมากทั้งยังทำให้ได้รู้ถึงเคล็ดลับในวิชาการนั้น ๆ อย่างแท้จริงถึงแก่นอีกด้วย

 ท่านสมณะโพธิรักษ์ หรือ "พ่อท่าน" ของชาวอโศก ให้ปัจฉิมโอวาทกับผู้เข้าอบรม

 

      ต้องขอบคุณรุ่นพี่ที่แสนเอื้ออารี ดร.รินธรรม อโศกตระกูล คุณขวัญดิน สิงห์คำ และคณาจารย์ทุกท่านที่ให้สุดยอดเคล็ดวิชา ชาวอโศกและกัลยาณมิตรร่วมชั้นเรียนทุกท่านที่เอื้อเฟื้อทั้งสถานที่ ความร่วมมือ โอกาส ความรู้ และอาหารคุณภาพทุกมื้อ รวมทั้งความรู้สึกที่ว่า...สังคมและโลกนี้ยังมีคนดี ๆ และสิ่งดี ๆ อีกมากมาย

 

                                                           (^___^)