... คณะผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมเบาหวานอเมริกา (AMA), สมาคมเพื่อการศึกษาเบาหวานยุโรป, และสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation) มีข้อสรุปตรงกันจากการประชุมที่นิว ออลีนส์ สหรัฐฯ ในเรื่องการตรวจคัดกรองเบาหวาน อ.ดร.เดวิด นาตาน แห่งวิทาลชัยแพทย์ฮาร์วาร์ดให้สัมภาษณ์ว่า คำแนะนำใหม่ที่เปลี่ยนไปจากคำแนะนำมาตรฐานที่ใช้ติดต่อกันมา 30 ปี คือ ให้นำวิธีการตรวจคัดกรองแบบ 'A1C' ... การตรวจคัดกรองหาเบาหวานแบบเดิมนิยมให้อดอาหารและน้ำ 6-8 ชั่วโมง แล้วตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด (fasting blood sugar / FBS) วิธีนี้เจาะเลือดครั้งเดียว หรืออีกวิธีหนึ่ง คือ การให้ดื่มน้ำตาลกลูโคส แล้วเจาะหาระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะๆ (oral glucose tolerance test) ซึ่งทำยาก และต้องเจาะเลือดกันหลายครั้ง ... การตรวจคัดกรองใหม่มีข้อดีคือ ไม่ต้องอดอาหาร เจาะเลือดไปตรวจได้เลย หลักการของการตรวจหาฮีโมโกลบิน A1C คือ ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงจะทำให้เกิดโปรตีนเสื่อมสภาพจากการทำปฏิกริยาระหว่างโปรตีนกับน้ำตาล เกิดเป็นสารเหนียวหนึบ สารนี้จะไปจับกับโปรตีนในเม็ดเลือดแดง (hemoglobin / ฮีโมโกลบิน) ... ระดับน้ำตาลในเลือดยิ่งสูง สารเหนียวหนึบยิ่งมาก และจะทิ้งร่องรอยไว้บนโปรตีน(ฮีโมโกลบิน)ในเม็ดเลือดแดง ความเหนียวหนึบของสารนี้เปรียบคล้ายกาวตราช้าง ซึ่งจับอะไรแล้วติดแน่น ทนนาน ไม่หลุดง่ายๆ ... และอาจเปรียบเทียบได้กับ "ความหลัง" ที่ฝังใจใครบางคนแล้วลืมได้ยาก เนื่องจากมันจะบันทึกความหลังย้อนไปได้ประมาณ 3 เดือน กลไกของการบันทึกความหลังของฮีโมโกลบิน A1C คือ เม็ดเลือดแดงของคนเรามีอายุเฉลี่ยประมาณ 4 เดือน และสารเหนียวหนึบนี้ "จับแล้วไม่ปล่อย" ฝังแน่น ไม่หลุด ทำให้เราตรวจหาค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือดย้อนหลังไปได้นานประมาณ 3 เดือน ... คนไข้เบาหวานหลายคนควบคุมอาหารก่อนวันตรวจ 2-3 วัน เพื่อให้ค่าระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร (FBS) ลดลง ซึ่งก็ลดลงได้จริงๆ คนไข้เบาหวานบางคนเล่ห์เหลี่ยมจัด จงใจดื่มเหล้านิดหน่อยก่อนวันตรวจ เพื่อให้ค่าระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร (FBS) ลดลง ซึ่งก็ลดลงได้อีกนั่นละ ... กลไกที่คนไข้ทำแบบนี้อาจเป็นผลจากการถูกบ่นเรื่องน้ำตาลในเลือดสูงบ่อยๆ เลยหาทางไม่ให้หมอหรือพยาบาลบ่น(อีกต่อไป) กลไกต่อไปคือ คนไข้หลายๆ คนชอบหลอกตัวเอง คือ ถ้าน้ำตาลในเลือดต่ำลงจะรู้สึกสบายใจขึ้น (แม้ว่า วันที่ไม่ได้ตรวจจะสูงก็ไม่เป็นไร ขอให้หลอกตัวเองกับหลอกหมอสำเร็จเป็นใช้ได้) ... ทว่า... ถ้าตรวจหา A1C ซึ่งจะตรวจหาระดับน้ำตาลเฉลี่ยย้อนหลังไปถึง 3 เดือน... ผลจะแม่นยำขึ้นมาก คนไข้จะหลอกพยาบาล หลอกหมอ หรือหลอกตัวเองได้ยากขึ้นมาก เพราะถ้าจะให้ A1C ต่ำก็ต้องคุมอาหารกันเกือบตลอด 3 เดือน ซึ่งถ้าคุมอาหารได้จริงๆ จะส่งผลดีต่อคนไข้ด้วย ต่อประเทศชาติด้วย (ค่ารักษาพยาบาลมาจากภาษี ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เป็นเบาหวานจ่ายให้) ... ผลการตรวจ A1C จะรายงานออกมาเป็นร้อยละ (%) เช่น ถ้า A1C = 5% นั่นคือ ฮีโมโกลบิน 100 ส่วนถูกเจ้าสารเหนียวหนึบจับไป 5 ส่วน หรือ 5/100 ... อ.นาตานกล่าวว่า A1C มีความแม่นยำสูงกว่าวิธีเดิม คำแนะนำของสมาคมเบาหวานอเมริกา คือ ควรตรวจคัดกรองในบุคคลดังต่อไปนี้ ...
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ ... ที่มา




> 8 มิถุนายน 2552.
ค่าปกติของ A1C = 5%
คนที่เป็นเบาหวานชัดเจนมีค่า A1C = 6.5% ขึ้นไป
ผู้ใหญ่ทุกคนที่มีน้ำหนักเกิน มีความเสี่ยง เช่น ประวัติเบาหวาน ความดันเลือดสูง ไขมันในเลือด(โคเลสเตอรอล)สูงในครอบครัว ฯลฯ
ผู้ใหญ่ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >
ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>