10-6-52
วันนี้มีการประชุมเพื่อสรุปและนำเสนอข้อมูลหลังการเข้าร่วมประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลกWHAครั้งที่62ของผู้แทนกรมควบคุมโรคค่ะ
มีคนเข้าประชุมน้อยเพราะติดเรื่องไข้หวัดใหญ่ที่กรรมการต้องไปประชุมกับหน่วยงานต่างๆ
รองสมศักดิ์เป็นประธานการประชุม
คุณหมอโอภาสผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไปคอยให้ความเห็นเกี่ยวกับแผนการดำเนินการปีต่อไป
คุณหมอศักดิ์ชัยนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องวัณโรคที่ไทยต้องการเพิ่มเติมเนื้อหาที่นำเสนอโดยประเทศจีนเพื่อให้สมบูรณ์
คุณหมอโสภณ หัวหน้าทีมเสนอเรื่องไข้หวัดใหญ่
คุณหมอนคร แพทย์จากสำนักวัคซีนหัวหน้าคนต่อไปในปี53
หลังจากนำเสนอแล้วมอบนพ.ศักดิ์ชัยนำเสนอกรมเพื่อทราบและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการเตรียมคนต่อไปและเตรียมกำหนดexpertของหน่วยงานให้ทีมงานปรึกษาได้
รายงานการประชุมเพื่อสรุปและนำเสนอข้อมูลหลังการเข้าร่วมประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลก(WHA) ครั้งที่62 ของผู้แทนกรมควบคุมโรคในวันพุธที่10มิย.2552 ณ ห้องประชุมกองการเจ้าหน้าที่ อาคาร3 ชั้น4 เวลาประมาณ 10.30-12.30น.
สรุปผลการประชุม
นายแพทย์โสภณ หัวหน้าโครงการแจ้งว่าการไปประชุมครั้งนี้มีคณะทำงานทางการเมืองนำโดยรัฐมนตรี และคณะทำงานทางวิชาการนำโดยนพ วิโรจน์ เนื่องจากมีการลดจำนวนวันประชุมจาก10 วันเหลือ 5 วันทำให้หัวข้ออื่นๆต้องเลื่อนไปครั้งต่อไป หัวข้อหลักๆมี 7 เรื่อง กรมควบคุมโรคเกี่ยวข้อง 5เรื่องคือ
1 Pandemic Influenza Preparedness: Sharing of Influenza viruses and Access to Vaccines and Other Benefits
เรื่องนี้เป็นประเด็นร้อนของการประชุม ซึ่งมีการกำหนดให้มีการประชุมระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการแบ่งปันไวรัสเพื่อนำมาผลิตวัคซีน ในสองปีมีการตกลงประมาณ70-80% มีข้อต่อรองของเชื้อไข้หวัดนกซึ่งยังตกลงกันไม่ได้ เมื่อมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ที่เม็กซิโก มีการแบ่งปันเชื้อกันโดยไม่มีใครเรียกร้องผลประโยชน์ ภาพรวมประเทศเราได้รับเสียงชื่นชมคล้ายๆไทยช่วยWHOทำงานและแสดงถึงการเห็นประโยชน์เพื่อส่วนรวม แต่อินโดนีเซียอาจจะไม่ค่อยชอบ ในวันที่14-15 คุณหมอสุวิทย์พูดได้ดี ทำให้บราซิลและอินโดนีเซียลดความแข็งกร้าวลง ไทยได้ประโยชนโดยทางWHO ให้ทำวัคซีนในประเทศไทย
SEARO ประชุมข้อตกลงมี 3 ประเด็นคือ Lab facility การพัฒนาการตรวจ QA ระบบ การขึ้นทะเบียน กระบวนการผลิตวัคซีน ทำให้ไทยมีศักยภาพมากขึ้น เรื่องการ share ไวรัส อาฟริกา บราซีล จะจับมือกันต่อรองเพื่อให้เกิดพลัง
2 International Health Regulation เรามีการใช้IHR ตั้งแต่ปี69 เนื่องจากมีโรคระบาดมากทำให้เกิดกฎขององค์การอนามัยโลกซึ่งมีการปรับปรุงตลอดมา ล่าสุดในปี 2005 มีการใช้ IHR เพื่อเป็นขบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยตรงแจ้งข่าวให้รวดเร็วและreal time และมีการ update วันละ2-3ครั้งต่อวัน จะเห็นถึงความแตกต่างในการควบคุมโรคเช่นประเทศจีน บางแห่งมีการกักไว้ในเครื่องบิน ไทยเสนอให้มี guideline และมี exit screening ซึ่งมีหลายประเทศเห็นสอดคล้อง
กระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูล เสนอให้มี IHR focal point เพื่อลดความล่าช้า ตัวอย่างที่ใต้หวันติดต่อมาที่ประเทศไทยที่นายแพทย์คำนวณทำให้ลดเวลาแทนที่จะผ่านไปที่WHOก่อน นพ สุวิทย์เรียก Trust system
3 วัณโรค นพ ศักดิ์ชัย นำเสนอว่าประเด็นนี้ประเทศอาฟริกาขอนำเข้า ปัญหาเรื่องMDRTB ผู้ป่วยประมาณ 500000 คนทั่วโลก เป็นโรคประมาณ50000คน เข้าถึงบริการประมาณ3% ที่ได้รับการรักษา ยา Lab หลายประเทศขาดfacility และมีบางประเทศที่MDR สูงเช่น Asia กลาง จีน
Resolution ร่างโดยประเทศจีน และนำเข้าเสนอ ประเทศไทยมีการแก้ไข 4-5จุดทำให้ร่างของจีนสมบูรณ์ขึ้นเช่น basic treatment และcure rate การพูดถึงค่ายาค่าlabที่อาจให้รางวัลแต่อเมริกาขอแก้เป็น when appropriate การวิจัย transmission to community ความชัดเจนของ การรายงานให้executive board มาตรฐานยา ให้แยกเป็น2ประเด็น โดยเพิ่มปัญหาของการแพร่เชื้อในชุมชน งบประมาณที่จะพัฒนาการตรวจ ยา วัคซีน ให้มีราคาที่จ่ายได้ ใช้ Unlinked cost of research ประเทศไทยให้ใส่เรื่องเกี่ยวกับนักโทษ แรงงาน ผู้อพยพ ผู้ติดสุรา
มีการเสนอให้มีความชัดเจน มีเป้าหมายระดับชาติที่จะเพิ่มการรักษาตามWHOguideline ไทยเสนอให้มีHealth information System มีการติดตามการดำเนินงาน ประเทศจีนไม่พูดถึงการรักษาTB ทั่วไป การมี incentive scheamสำหรับการวิจัยและการคิดค่าใช้จ่ายของการวิจัยซึ่งทางอเมริกาขอแก้ไขเพราะอาจจะเกี่ยวกับการคิดราคายา น่าจะมีรางวัล cost ของการวิจัยเพื่อลดค่ายา
การตั้งมาตรฐานยา ทางEU จะตั้งมาตรฐานระดับโลก ทางจีน อินเอีย มีการต่อรอง ทำให้ แยกประเด็นออกเป็น 2เรื่องและตกลงกันได้เพราะแต่ละประเทศจะมองคนละมุม ไทยมีการไปlobby โดยไปคุยไว้ก่อนทำให้อเมริกาสงสัยเราทำได้อย่างไร คุณหมอโอภาสเสริมว่าบางครั้งต้อต่อรอง2-3วัน
การเตรียมทีมของกรม
รองสมศักดิ์แจ้งว่าทางกรมมีการเตรียมทีมได้ดี ได้รับการชมจากหน่วยงานอื่นๆ การประชุมต่อไปจะใช้หลักการเดิมคือคนเก่า1และมาจากส่วนกลาง 1 และสคร 1 คน ซึ่งกรมเรามาทำระบบในการทำงานตรงนี้
ประสบการณ์ของการเรียนรู้After Action Review
นายแพทย์นคร
กรมทำให้ผู้เข้าประชุมเกิดความเครียดจากการให้ข้อมูลในระยะคัดเลือกในการทำให้กรมเสียชื่อทั้งจากรองอธิบดีและทญ โสภิดา โดยให้เวลาเตรียมตัวน้อย
ควรมีทีมสนับสนุนเพื่อให้เกิดความมั่นใจ กรมน่าจะกำหนดคนที่เป็นfocal point หรือ resource person สำหรับให้คำปรึกษาเช่นของแต่ละดรคเช่น TB Malaria
ควรมีการคัดเลือกเร็วขึ้นเพื่อกำหนดตารางการทำงานให้ชัดเจนเพื่อไม่กระทบงานประจำ มีเวลาคุยกัน ก่อนไปมีการคุยกับผู้ใหญ่ก่อน นพ สุวิทย์และนพวิโรจน์ช่วยได้มาก
ขบวนการlogistic ขาดคนดูแลต้องคอยแก้ปัญหาเอง การซื้อตั๋วมีปัญหา
นพโสภณแจ้งว่า กรมมีการคัดเลือกเดือนกุมภา เกิดจากกำหนดการณ์ช้า มีการเปลี่ยนหัวข้อการประชุม และนพ.วิโรจน์มอบให้ดูแลเรื่องorgan transplant เรื่องlogistic ทางสปช่วยดูแลการจองโรงแรม ส่วนเครื่องบิน??
นพ ศักดิ์ชัย
ระบบปรึกษายังไม่ชัดเจน
กองการเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าเกิดจากการปรับแผน 2ครั้งทำให้มีปัญหาในการใช้เงิน ระบบของงานแผนต้องมีการนำเสนอตามระบบ โครงการยังไม่อนุมัติทำให้ทำงานต่อไม่ได้ ต้องนำโครงการมาเขียนใหม่
การดำเนินการในปีต่อไป
เนื่องจากปีหน้างบต่างประเทศถูกตัดออกทั้งหมดกรมต้องดำเนินการเอง หัวหน้าทีมคือคุณหมอนคร
จัดระบบคัดเลือก ให้มีการสอบภาษาอังกฤษและให้การบ้านไปทำ
จัดให้เสร็จภายในเดือนพย52