GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ข้อคิดจากพระสุบิน ปณีโต ต่อการสร้างนักจัดการความรู้ในชุมชน

หน่วยงานภายนอก มักมาแบบขาดอุดมการณ์ แต่งานจะมีคุณภาพได้นั้น ต้องมีอุดมการณ์การทำงาน
                งานที่เราทำอยู่การทำให้ชาวบ้านเป็นนักจัดการความรู้ เป็นงานทวนกระแส ฝ่ายธุรกิจมีความคล่องและสามารถพัฒนาวิธีการใหม่ๆ ไม่ซ้ำรูปแบบเดิม ชักจูงให้คนเข้าหาได้ดี สร้างคนด้วยเงินและงาน  ส่วนภาคสังคม แม้จะมีเรื่องคุณธรรม แต่ก็ไม่ค่อยจูงใจ คนมักหนีออกจากชุมชน
                การเริ่มงานจัดการความรู้ ควรจะมีคนที่มีอุดมการณ์อย่างน้อย 5 คน ในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะหน้าอ่อนหรือหน้าแก่ คนเหล่านี้ทำหน้าที่ในการพาทำ พาดู การที่จะให้มีหน่วยงานองค์กรต่างๆ เข้ามาทำให้ มักไม่ค่อยสำเร็จ เพราะ ส่วนใหญ่เน้นการสร้างภาพ ทำกิจกรรมให้จบ เน้นเอกสารรายงาน จำนวนคนที่เข้าร่วมมากกว่า นอกจากนี้ ยังมักทำแล้วก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ชุมชนเดิมที่ทำอยู่กำลังจะดี ก็เปลี่ยนไปที่ใหม่ แบบนี้ก็ไม่เกิดการพัฒนาแบบ พี่สอนน้อง หรือ เพื่อนช่วยเพื่อน ซึ่งเป็นวิธีการพัฒนาที่เน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เชื่อมโยงเครือข่าย ทำให้เกิด เราอยู่ได้ คนอื่นอยู่ได้ ธรรมชาติอยู่ได้
                หน่วยงานภายนอก มักมาแบบขาดอุดมการณ์ แต่งานจะมีคุณภาพได้นั้น ต้องมีอุดมการณ์การทำงาน ดังนั้น ทั้งคนภายนอก และคนภายในต้องมีอุดมการณ์การทำงาน ซึ่งจะเป็นหลักประกันที่มั่นคง และมั่นใจ
                การมองเห็นทิศทาง แนวทางที่ถูกต้อง เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง เพราะเมื่อคนมองในทางที่ถูกต้อง มั่นคงแล้วจะไม่หวั่นไหวไปกับปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทาง และไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจง่ายๆ แม้จะเกิดอุปสรรคใดๆ ขึ้นมาก็ไม่ยอมแพ้
                ให้มีการพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง โดยในสภาพสังคมขณะนี้ การที่จะทำให้สำเร็จจำเป็นต้องมีคนที่สามเข้ามาช่วย เพราะความไม่ไว้วางใจมีอยู่สูงมาก แต่คนที่สาม ต้องเป็นคนที่มีอุดมการณ์ด้วย ไม่ใช่มีหลักวิชาการ มีแผนงานงบประมาณเท่านั้น
                การสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คือ การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาจากชีวิตจริง แต่มักไม่ค่อยได้เขียนออกมาเป็นเอกสาร ไม่สามารถถ่ายทอดให้แก่คนที่สนใจ หรือเด็กๆ ในชุมชนได้ ส่วนหนึ่งเราเองมองไม่เห็นคุณค่าที่เกิดขึ้นด้วย
                สำหรับข้อคิดเรื่องการถอดความรู้ คือ การถอดออกมาเป็นงานเขียนนั้น เราหวังจะให้เกิด ความตั้งใจ หรือ เราหวังจะให้เกิด ความสนใจ ความตั้งใจ คือ เขียนแล้วคนอยากทำตาม ส่วนสนใจ คือ เขียนแล้วคนอยากมาเที่ยว ก็ขอให้มีการเขียนแล้วทำให้คนอยากตั้งใจทำความดี

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 26681
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น(2)

พี่อาคมบอกว่า จะหาคนติดตามพระอาจารย์จดคำพูดท่านมาเขียนเล่าสู่กันฟัง แต่ก็หายเงียบไป ที่ต๋อมเขียนเล่ามามีประโยชน์มากครับ น่าจะเขียนเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอย่างนี้บ่อยๆ
ทางหนึ่งน่าจะโดยใช้บริการจากบล๊อกนี่แหละ  ต๋อมบันทึกและเล่ามาอย่างนี้ไปเรื่อยๆ  สักระยะหนึ่งค่อยเอามานั่งดู แล้วเรียบเรียงอีกรอบ  น่าจะเป็นความรู้จากการปฏิบัติที่น่าสนใจมาก