มีนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งชื่อกุสุดะ เขามีคำถามที่ค้างคาใจอยู่ตลอดว่า“ทำอย่างไรถึงจะไม่กลัวตาย?” ต่อมาเขาได้รับคำแนะนำจากเพื่อนว่า ถ้าเข้าใจเกี่ยวกับเซนก็จะไม่กลัวตายอีกต่อไป
ทำให้กุสุดะต้องการรู้คำตอบเป็นอย่างยิ่ง แต่ด้วยความที่เป็นคนมีความรู้สูง ทิฐิมานะยังมีมาก
เขาจึงต้องการทดสอบผู้ที่จะสอนเซนแก่เขาเสียก่อน ท่านผู้นั้นคืออาจารย์นันอิน
กุสุดะได้ไปพบอาจารย์นันอิน พร้อมกับพกกริชติดตัวไป เพื่อต้องการทดสอบว่า อาจารย์นันอินจะกลัวตายหรือไม่แต่พอไปถึงวัด ยังไม่ทันที่เขาจะตั้งตัว อาจารย์นันอินก็เข้าไปทักทายทันที
“เป็นอย่างไรบ้าง ไม่ได้พบกันเสียนาน ยังสบายดีอยู่หรือ?” กุสุดะทำหน้างงต่อการต้อนรับของอาจารย์และบอกกับอาจารย์ว่ายังไม่เคยพบกันมาก่อน อาจารย์จึงทำเป็นขอโทษที่จึงคนผิด
“เออ จริงสิ อาตมาเข้าใจผิดนึกว่าเธอเป็นนักศึกษาที่จะขอคำแนะนำเรื่องเซน” พอฟังดังนั้น
กุสุดะก็หมดปัญญาที่จะทดสอบอาจารย์ เขาได้ขอคำแนะนำวิธีที่ไม่ต้องหวาดกลัวต่อความตาย อาจารย์จึงกล่าวว่า “มันจะยากอะไร เพียงแค่เราเป็นแพทย์แล้วทำการรักษาคนไข้ด้วยเมตตาธรรม นั่นชื่อว่าเรากำลังเข้าถึงเซนแล้ว”
หลังจากนั้นเป็นต้นมา กุสุดะก็ได้ศึกษาเรื่องเซนจากอาจารย์ถึงสามครั้งแต่ทุกครั้งก็ได้รับประโยคเดิม กุสุดะจึงกล่าวตัดพ้ออาจารย์ด้วยความน้อยใจ ฝ่ายอาจารย์ได้ฟังกุสุดะพูดอย่างนั้นก็ยิ้ม
พร้อมบอกว่า อาจารย์คงเข้มงวดทดสอบเธอมากไปอาจารย์จะให้ปริศนาธรรมข้อแรกแก่เธอ ปริศนานั้นคือ “ประตูที่ไม่ใช่ประตู” ให้นำไปคิดเป็นการบ้านถ้าเข้าใจปริศนานี้เธอจะเข้าใจเซนและจะไม่กลัวตายอีต่อไป หลังจากได้รับปริศนาแล้ว กุสุดะครุ่นคิดอยู่เป็นเวลาถึง2ปีแต่ก็ไม่สามารถตอบถูกทั้งหมด พอย่างเข้าปีที่3เขาจึงเข้าใจความหมายของคำว่า “ประตูที่ไม่ใช่ประตู” หมายถึง
“ความว่าง ความไม่ยึดมั่นถือมั่น นั่นคือประตูแห่งความจริง
ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา กุสุดะได้ทำการรักษาคนไข้ด้วยจิตว่าง เขาเข้าใจว่าการเข้าถึงเซนก็คือ
การทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด จนทำให้เขาเกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยปราศจากความเกรงกลัวต่อความตาย และเจาเองก็ทำงานอย่างมีความสุขเสมอมา
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ
ปัญหามันคงอยู่ที่
ทำอย่างไร เราจะถึงความว่างบ้าง?
oVo สุขสันวันเกิดด้วยนะถึงจะช้าไปนิด
สนุกมากเลยกับเรื่องที่เพื่อนเอามาฝากให้อ่านกัน
ได้ข้อคิดคติเตือนใจดีจ๊ะ
การปล่อยวาง ละจากความยึดมั่นถือมั่น และทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ให้ดีที่สุด
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ
ปัญหามันคงอยู่ที่
ทำอย่างไร เราจะถึงความว่างบ้าง?
สวัสดีอีกครั้งค่ะ รออ่านเรื่องใหม่อยู่นะจ๊ะ
สิ่งที่เซนสอนไว้ก็เหมือนกับคำสอนของพระพุทธเจ้าที่สอนให้รู้จักปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นถือมั่น "ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน"
การปล่อยวางเป็นที่ การไม่ยึดมั่นถือมั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เราทำงานอย่างเป็นสุข
ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นใช่ไหม
http://learners.in.th/portal/may_jatu