คำสรรพนาม คือคำที่ใช้แทนคำนาม แบ่งเป็น 6 ชนิดคือ 1. บุรุษสรรพนาม
2. ประพันธสรรพนาม
3. นิยมสรรพนาม
4. อนิยมสรรพนาม
5. ปฤจฉาสรรพนาม
6. วิภาคสรรพนาม
1. บุุรุษสรรพนาม คือ สรรพนามที่ใช้แทนชื่อเวลาพูดจากัน
บุรุษที่ 1 ใช้แทนผู้พูด เช่น ผม ฉัน
บุรุษที่ 2 ใช้แทนผู้ฟัง เช่น คุณ เธอ
บุรุษที่ 3 ใช้แทนผู้ที่กล่าวถึง เช่น เขา แก มัน
2. ประพันธสรรพนาม คือ คำสรรพนามที่ใช้แทน (เชื่อม) คำนามที่อยู่ข้างหน้า ได้แก่คำ ที่ ซึ่ง อัน
เช่น คน “ที่” ออกกำลังกายอยู่เสมอ ร่างกายมักแข็งแรง
เกาหลีใต้ “ซึ่ง” เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกกำลังมีชื่อเสียง ไปทั่วโลก
ศีล “อัน” พึงปฏิบัติคือศีลห้า
3. นิยมสรรพนาม ได้แก่ สรรพนามที่กำหนดความให้รู้แน่นอน ได้แก่ นี่ นั่น โน่น หรือ นี้ นั้น โน้น เช่น
นี่ เป็นเพื่อนฉัน
นั่น อะไรนะ
โน่น แน่ะของเธอละ
ของเธออยู่ที่ นี้
4. อนิยมสรรพนาม ได้แก่สรรพนามที่แทนสิ่งที่ไม่ทราบ คือไม่ชี้เฉพาะลงไป และไม่ได้กล่าวในเชิงถามหรือสงสัย ได้แก่ ใคร อะไร
ไหน ใด้ เช่น
ใคร ขยันก็สอบไล่ได้ เขาเป็นคนที่ไม่สนใจ อะไร
5. ปฤจฉาสรรพนาม ได้แก่ คำสรรพนามใช้เป็นคำถาม ได้แก่คำ อะไร ใคร ที่ไหน แห่งใด ฯลฯ
เช่น ใคร อยู่ที่นั่น
อะไร เสียหายบ้าง
ไหน ล่ะโรงเรียนของเธอ
6. วิภาคสรรพนาม หมายถึงคำนามที่ใช้แทนคำนาม ซึ่งแสดงให้เห็นว่า นามนั้น จำแนกออกเป็นหลายส่วน ได้แก่คำ ต่าง บ้าง กัน
เช่น นักเรียน ต่าง ก็อ่านหนังสือ
เขาตี กัน
นักเรียน บ้าง ก็เรียน บ้าง ก็เล่น
๑. สรรพนามแทนบุคคล (บุรุษสรรพนาม) เป็นคำที่ใช้แทนคำพูด เช่น ผม ฉัน ดิฉัน เรา หรือคำที่ใช้แทนผู้ฟัง เช่น เธอ ท่าน คุณ และคำที่ใช้แทนบุคคลหรือสิ่งที่เรากล่าวถึง เช่น มัน แก เขา ท่าน เป็นต้น ๒. สรรพนามใช้ชี้ระยะ (นิยมสรรพนาม) เป็นคำที่ใช้แทนนามที่อยู่ใกล้ ได้แก่ นี่ นี้ ถ้าห่างออกไป จะใช้ นั่น นั้น และถ้าห่างที่สุดจะใช้ โน่น โน้น นู่น นู้น เป็นต้น ตัวอย่างเช่น นั่นเป็นรถของคุณพ่อ ฉันชอบอยู่ที่นี่มากกว่าที่โน่น ๓. สรรพนามใช้ถาม (ปฤจฉาสรรพนาม) เป็นสรรพนามที่ใช้ถาม ได้แก่ ใคร อะไร ไหน เช่น ใครจะไปบ้าง อะไรอยู่ในตู้ ไหนของฉัน ๔. สรรพนามบอกความไม่เจาะจง (อนิยมสรรพนาม) เป็นสรรพนามที่ไม่ชี้เฉพาะ ได้แก่ ใคร อะไร ซึ่งมีรูปซ้ำกับสรรพนามใช้ถาม แต่ความหมายจะแสดงความไม่แน่นอน ไม่ได้ใช้ถามบางครั้งจะใช้คำซ้ำ เช่น ใดๆ ใครๆ อะไรๆ ตัวอย่าง ใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง อะไรๆ ฉันก็กินได้ ใครๆ ก็ชอบคนเก่ง ๕. สรรพนามบอกความชี้ซ้ำ แบ่งพวก หรือรวมพวก (วิภาคสรรพนาม) เป็นคำแทนนามข้างหน้า เพื่อให้รู้ว่านามนั้นแยกได้เป็นส่วนๆ เช่นเดียวกัน แต่ทำกริยาโต้ตอบซึ่งกันและกันอยู่หรือเกี่ยวข้องกัน เช่น ทหารยิงกัน ผัวเมียตีกัน เขารักซึ่งกันและกัน นักเรียนบ้างก็เล่นบ้างก็เรียน ๖. ประพันธ์สรรพนาม เป็นคำสรรพนามที่ใช้เป็นบทเชื่อมข้อความหรือประโยคที่เกี่ยวกับนามที่อยู่ข้างหน้า มีอยู่ ๓ คำ คือ ที่ ซึ่ง อัน ตัวอย่าง เขาตีแมวที่กินปลาย่าง หล่อนรับประทานอาหารซึ่งแม่ปรุงให้ แป้งหอมตรามดแดงช่วยถนอมผิวอันบอบบางของทารก ๗. สรรพนามที่ใช้แทนนามที่อยู่ข้างหน้า เช่น คุณนายเธออยากจะมีงานมากขึ้น นายแสวงเขาคงจะเรียนไม่จบ คุณครูท่านชอบคุยเรื่องส่วนตัวคำสรรพนาม
คำสรรพนาม เป็นคำที่ใช้แทนคำนาม เพื่อไม่ต้องใช้ชื่อซ้ำ หรือไม่ต้องการเรียกชื่อ
นั้นโดยตรง คำสรรพนาม แบ่งย่อยได้ ๗ ชนิด ดังนี้
ไอกากๆๆๆๆๆๆๆๆครับๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เนื้อหาค่อน้างเน้นเหมือนกันนะคะ อิอิอิอิอิอิอิอิอิ
น่าจะมีถึงข้อ7นะเนี่ย
หาข้อมูลยังหาไม่ครบเลย