โรงเรียนดีดูที่ครูและนักเรียนอีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือรอยยิ้มผู้บริหาร
เช้าเมื่อวาน...ได้มีโอกาสไปร่วมพิธีไหว้ครู
ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง
เป็นโรงเรียนระดับอนุบาลถึงประถม ๖
ซึ่งส่วนตัวนาน ๆ จะได้แวะมาสักครั้ง
และนี่ก็เป็นครั้งที่สองที่ได้มาร่วมในพิธีไหว้ครูของโรงเรียน
บรรยากาศเริ่มต้นด้วยความพร้อมของนักเรียน
ตั้งแต่ประถม ๑ - ๖ และเห็นอนุบาลอยู่ไกล ๆ
ครูผู้เป็นพิธีกรยืนหน้าเวทีแถลงวจีทีละคำตามบท จากนั้น..
ก็ส่งต่อตัวแทนนักเรียนนำสวดมนต์
เสียงสาธยายมนต์กระหึ่มขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
แม้แต่ ป.๑ ก็ไม่ได้เปิดหนังสือแต่เสียงก็ไม่แพ้พี่ ๆ เลย
จบสวดมนต์นักเรียนลุกขึ้นทันทีพร้อมพร้อมเพลงไหว้ครู
บรรยากาศนี้เชื่อว่าครูเองคงรู้สึกปลื้มจนขนลุก
เสียงร้องของเด็ก ๆ บวกกันเนื้อหาที่สะท้อนชีวิตจริง
ระหว่างครูและเด็กว่าผูกพันธ์กันขนาดไหน
นักเรียนนำพานดอกไม้ถวายพระอาจารย์ก่อน
จากนั้นก็ครูใหญ่
แล้วตัวแทนก็มอบพานดอกไม้แก่คุณครูทุกท่าน
ภาพของการมอบและการกราบงดงามยิ่ง
ไม่ได้พร้อมเพรียงอย่างแข็งกระด้าง
แต่เป็นภาพที่สะท้อนได้ถึงความน้อบน้อมในจิตใจ
จากนั้นก็ฟังโอวาทจากครูใหญ่และพระอาจารย์
จบด้วยเพลงสรรเสริญพระบารมี
ทิ้งท้ายด้วยการเดินกลับอย่างเป็นระเบียบ ....
นี่อาจจะเป็นกระบวนการหน้าฉากเหมือนภาพยนต์ที่ถ่ายเสร็จแล้ว
เราอาจจะเห็นแค่ไม่กี่นาที
กว่าจะได้ขนาดนี้กระบวนการผลิตนั้นยากยิ่ง
สำหรับที่นี่กระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน
ทุก ๆ ขั้นตอนทุกเรื่องสานต่อกันเป็นแพรผืนงาม
ทราบว่า นักเรียนที่นี่สวดมนต์กันเป็นประจำอยู่แล้ว
เดินแถวกันเป็นระเบียบทุกวัน
ในห้องประชุมนั้นรู้กันว่าถ้าใครถือไมค์ให้ตั้งใจและเงียบ
ฝึกกันจนชิน..ถือกันเป็นประเพณี มีค่านิยมร่วมกัน
............................................
นอกจากนั้นพบว่าครูใช้เพลงบรรเลง ช่วยเสริมอารมณ์สงบ
ประกอบกับน้ำเสียงและการใช้คำของคุณครู
แสดงออกให้รู้ถึงความจริงใจและฟังดูอบอุ่น
เห็นความงดงามของคุณครูและนักเรียนอย่างนี้แล้วรู้สึกชื่นใจ
จึงฝากไว้ง่าย ๆ ว่า
นักเรียนที่ดีนั้น ๑. เชื่อฟังคุณครู
๒. เรียนรู้ตั้งใจ
๓. ฝักใฝ่ความดี
นี่เป็นอีกเรื่องราวหนึ่งของการก้าวเดิน
หวังว่าคนที่เดินสวนทางมาจะได้ทัศนาและใช้ประโยชน์