"ในการนิยามความหมายของคำว่า “คุณภาพชีวิตคนทำงาน” ในมุมมองของแต่ละคนมีความหมายใกล้เคียง สรุปได้ว่าคุณภาพชีวิตคนทำงาน คือ การทำที่ทำงานให้เป็นบ้านหลังที่สอง ทำยังไงให้ชีวิตมีความสุขทั้งที่บ้านและที่ทำงาน เกิดความสมดุลในชีวิต และมีอิสระในการแสดงความคิดเห็นในการร่วมพัฒนาองค์กรหรือที่ทำงาน"

กลุ่มการดำเนินงานในอดีต

วิทยากรกระบวนการ :  อ.ขวัญเมือง แก้วดำเกิง

ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มนี้ สรุปสาระสำคัญเป็นแผนภาพการเรียนรู้ ดังนี้

ผู้นำเสนอผลงาน : คุณธิดารัตน์  สมานมิตร 

 

ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มนี้ สรุปสาระสำคัญจำแนกเป็นเรื่องนิยามความสุขของคนทำงานหรือคุณภาพชีวิตคนทำงาน  ประเด็นสองคือ นโยบายขององค์กรต่อเรื่องคุณภาพชีวิตคนทำงาน และกิจกรรมเด่น ๆ ที่ทำให้เป็น happy workplace  และประเด็นเกี่ยวกับปัจจัยที่จะเอื้อเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต มีรายละเอียดดังนี้

นิยามของคำว่า “คุณภาพชีวิตคนทำงาน”

1.  คนทำงานมีความสุขในการทำงาน 

2.   พนักงานมีความสุขหรือไม่ ดูที่ work life balance ของเขาทั้งชีวิตทำงานและชีวิตส่วนตัวสามารถทำให้สมดุลกันได้  คือมาทำงานก็ทำให้บริษัทได้อย่างเต็มที่  มองเห็นความก้าวหน้าในหน้าที่ของตนเอง  มีศักยภาพในการพัฒนาสามารถมองเห็นได้ในที่ทำงาน  อีกส่วนหนึ่งชีวิตส่วนตัวก็ดำเนินไปได้อย่างสมดุล  ไม่มีปัญหาครอบครัว ไม่มีปัญหาการเงิน ก็เป็นความสุข 

3.      สร้างสุขให้กับพนักงาน ต้องดูแลเขาตั้งแต่เขาเข้ามาทำงานจนเขาออกไป  ทำยังไงให้เขาอยู่กับเราแล้วมีความสุข 

4.      พนักงานทำงานด้วยความสบายใจเมื่อเขามีความสุขก็ทำให้องค์กรเดินหน้าต่อไปได้

5.   พนักงานตื่นขึ้นมาแล้วอยากมาทำงานแล้วทำงานด้วยรอยยิ้ม  เป็นคนมีคุณภาพในที่ทำงาน พนักงานมีรายได้เพียงพอสำหรับตัวเขาและครอบครัว และมีส่วนแบ่งนิดหน่อยที่จะช่วยเหลือสังคมได้ 

6.   พนักงานมีความสุขในที่ทำงานและที่บ้าน  ที่สำคัญคือมีความอิสระที่จะเสนอความคิด มีช่องให้พนักงานเสนอความคิด และไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ หรืออึดอัด คือทำให้ความคิดของพนักงานได้ถูกรับฟัง

7.      สร้างบรรยากาศให้องค์กรเปรียบเมือนเป็นบ้านหลังที่สองของพนักงาน

ในการนิยามความหมายของคำว่า “คุณภาพชีวิตคนทำงาน” ในมุมมองของแต่ละคนมีความหมายใกล้เคียง สรุปได้ว่าคุณภาพชีวิตคนทำงาน คือ การทำที่ทำงานให้เป็นบ้านหลังที่สอง  ทำยังไงให้ชีวิตมีความสุขทั้งที่บ้านและที่ทำงาน เกิดความสมดุลในชีวิต  และมีอิสระในการแสดงความคิดเห็นในการร่วมพัฒนาองค์กรหรือที่ทำงาน

 

การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำขององค์กร

          เครือข่ายสมาชิกภายในกลุ่มได้ยกตัวอย่างกิจกรรมการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตคนทำงานในองค์กรที่เกิดขึ้นในรอบปีนี้ภายใต้นโยบายของผู้บริหารแต่ละองค์กรที่น่าสนใจ ได้แก่

          บริษัทยูเนี่ยนเทคโนโลยี (2008) จำกัด (มหาชน) มีพนักงาน 3200 คน เป็นบริษัทผลิต hard disk drive แต่ก่อนจะนำนโยบายของ happy workplace เป็นไกด์เริ่มใช้ตั้งแต่ปลายปี 49 จนปัจจุบัน แต่เมื่อสองเดือนที่แล้วเกิดภาวะเศรษฐกิจมีปัญหามีนโยบายให้ลดค่าใช้จ่าย happy workplace ก็ยังทำต่อแต่จะถูกตัดงบไปในบางส่วน พยายามทำให้พนักงานมีความสุขและใช้งบให้น้อยที่สุด ไม่ได้ตัดทั้งหมดเพราะยังเห็นความสำคัญเรื่องความสุขของพนักงานอยู่ 

          กิจกรรมเด่น คือ บริษัทได้เข้าโครงการปลูกป่า 1,000 ล้านต้นที่สมเด็จพระเทพเสด็จไปเปิดงานที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นความภูมิใจของพนักงานที่เขาได้เข้าไปร่วม เราพาพนักงานกับผู้บริหารไปด้วยกัน องค์กรมีความยินดีและภูมิใจ

บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด  นโยบายของบริษัทถือว่าใช้ทั่วโลกยึดหลักเคารพสิทธิมนุษยชน  สิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและสะดวกสบายให้กับพนักงาน  ส่งเสริมคุณสมบัติที่ดีและความคิดสร้างสรรค์  เน้นเรื่องความมั่นคงในอาชีพ  บริษัทไม่เคยมีไล่พนักงานออก แต่เราก็มีทั้งผลดีและก็ผลเสีย  แต่ผลเสีย คือพนักงานไม่ตื่นตัวเท่าไหร่  ก็ต้องมีโครงการต่าง ๆ มากระตุ้น

          กิจกรรมเด่น คือ มีการหมุนเวียนงานให้พนักงานเกิดการเรียนรู้  พนักงานที่อยู่ที่นี่จะอยู่กันนาน  ให้พนักงานสามารถขาย idea ว่าอยากให้องค์กรเป็นยังไง 

บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด(มหาชน) บริษัท มีคนหลากหลายประเภท  ดังนั้นการจัดกิจกรรมค่อนข้างยาก ต้องปรับให้เข้ากับธรรมชาติของคนที่ต่างกัน  นโยบายที่ CEO พูดตลอดเวลาคือ “เรามีหน้าที่สร้างความสุข อ่านหนังสือเราแล้วมีความสุขหนังสือเป็นหนังสือมีคุณภาพ  ส่งเสริมเรื่องการเรียนรู้และให้ความรู้กับคน  ถ้าคนในองค์กรเราทั้งหมดยังไม่รู้สึกถึงคำว่าความสุขเราคงส่งไปถึงข้างนอกไม่ได้  เราคิดว่าทุกคนเป็นครอบครัว” นี่คือ ชุมชนอมรินทร์ โดยมีเงื่อนไขที่ว่าถ้าไม่ happy จะอยู่ที่นี่พนักงานมีสิทธิ์เลือก  ปัจจัยที่ทำให้มีความสุขมีหลายด้านบริษัทให้เวลาสี่เดือน ถ้าไม่ happy พนักงานสามารถแจ้งให้บริษัทได้  ไม่ได้บังคับ   

          กิจกรรมเด่น ได้แก่ มีงาน party เล็ก ๆ กันตลอดเวลา อมรินทร์มีปาร์ตี้กันทุกอาทิตย์ มีให้ทุกคนมาพบปะ และร่วมกันทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้น  ในวันสำคัญ ๆ มีการจัดทุกกิจกรรม  ในด้านสุขภาพ มีการส่งเสริมการออกกำลังกาย มีโยคะ การนั่งวิปัสสนา ที่สำคัญสมาชิกในครอบครัวของพนักงานสามารถเข้าร่วมในกิจกรรมที่ทางบริษัทจัดขึ้น

บริษัท กรุงไทย จำกัด (มหาชน)  มีการดูแลสาขาทั่วประเทศ ในการให้มีกิจกรรมทำได้ยาก  ส่วนใหญ่กิจกรรมที่ทำก็เช่น กิจกรรมวันเกิด วันสำคัญต่าง ๆ ให้พนักงานมีส่วนร่วม  มีการมอบรางวัลพนักงานดีเด่นให้  ให้รู้ว่าทำดีก็ได้รางวัล มีฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น ชมรมอาสา บริจาคให้โรงเรียน การปลูกป่า เป็นต้น  มีการออกกำลังกายตอนเย็น เน้นเรื่องสุขภาพดี  มีการขยายสาขาตามห้าง ใครอยากไปก็มีเพิ่มเบี้ยเลี้ยงเพิ่มค่าเดินทาง เพราะพนักงานต้องทำงานหนักทำให้พนักงานเห็นว่าพนักงานได้มีอะไรเพิ่มขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น การบริจาคทุนและสิ่งของให้แก่โรงเรียนต่าง

บริษัท ไทยโตชิบาอุตสาหกรรม จำกัด มีพนักงาน 2,100 คน นโยบายด้านแรงงานสัมพันธ์จะเน้นเรื่องการสื่อสารที่มีคุณภาพ สั้น และได้ใจความเข้าใจง่าย มีกิจกรรมเด่น ได้แก่การประชุมตอนเช้าก่อนเริ่มงาน ให้ทุกคนได้นำข้อมูลมาสื่อสารเกี่ยวกับการทำงานว่าใครมีปัญหาอะไรแล้วนำมา brainstorming กันแล้วยังมีแบ่งเป็นกลุ่มย่อย ๆ อีก กลุ่มผู้จัดการ ผู้บริหาร และมีหลายกลุ่มหลายคณะ เช่น คณะกรรมการโรงอาหาร คณะกรรมการกีฬา คณะกรรมดนตรี เป็นต้น ถือว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก

กิจกรรมที่พนักงานเสนอมาที่ทำอยู่คือ การบูรณะโรงเรียน ในด้านเครื่องใช้ไฟฟ้า โดย บริษัทช่วยสนับสนุนเรื่องเงิน เรื่องของ พนักงานก็ลงแรงช่วย  นอกจากนี้ยังมีการบริจาคโลหิตทุกเดือนให้กับสภากาชาดไทย  ตลอดจนการบริจาคอวัยวะด้วย 

บริษัท เทยิน (ประเทศไทย) จำกัด  ผลิตเส้นใยสังเคราะห์ สิ่งทอ  มีพนักงาน 500 คน โดยมีนโยบายทำให้ที่ทำงานเป็นบ้านหลังที่สอง  มีหอพักสำหรับพนักงานและครอบครัว 

กิจกรรมเด่น ๆ ได้แก่ lunch talk จัดทานอาหารกลางวันร่วมกันระหว่างผู้บริหารและพนักงาน  แต่ละอาทิตย์จะจัดทุกวันอังคารและพฤหัสบดี  ที่บริษัทมี 10 แผนก  เวลา lunch talk ต้องมีผู้จัดการโรงงานอยู่ด้วยทุกครั้ง  โดยมีผู้จัดการแผนก แผนกละหนึ่งท่านเวียนกันไป  คือ 1 โต๊ะจะมี 12 ท่าน เพื่อรับฟังปัญหา  ข้อดีก็คือ ผู้บริหารได้รับฟังปัญหาโดยตรงจากพนักงาน  นโยบายก็สามารถ่ายทอดสู่พนักงานโดยตรง ทำกันไปจนครบ 500 คนก็เริ่มลำดับที่ 1ใหม่อีก  ทำมาได้สองสามปี กิจกรรมที่เป็นรูปธรรมออกมาก็เช่น มีจักรยานสามารถปั่นได้รอบโรงงานและมีร่มสำหรับพนักงาน มีสนามฟุตบอลและสนามกอล์ฟ  ล่าสุดคือ เสียงตามสายกำลังวางระบบ เปิดเพลงให้พนักงาน ให้ความรู้ตอนเช้า ตอนเที่ยงก็สามารถโทรมาพูดปัญหาได้ 

 

          โดยภาพรวมในแต่ละองค์กรมีนโยบายและการจัดกิจกรรมที่คล้ายกัน คือ ทำอย่างไรให้พนักงานมีความสุข มีสวัสดิการที่ดี ตลอดจนให้ความสำคัญกับสมาชิกในครอบครับของพนักงานด้วย และที่สำคัญมีหลายกิจกรรมที่ได้รับการเสนอขึ้นมาโดยพนักงานขององค์กรนั้น ๆ ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่วิกฤติเช่นนี้ในหลายบริษัทก็ยังเห็นความสำคัญกับการจัดให้มีกิจกรรมดีดีสำหรับพนักงาน อาจใช้คำกล่าวที่ว่า “คนสำราญ งานสำเร็จ” หรือ “งานก็ได้ผล คนก็เป็นสุข” ก็เป็นได้

 

ปัจจัยอะไรที่จะเอื้อและไม่เอื้อให้เกิดสุขภาวะในองค์กร

          ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลและเป็นอุปสรรคสำคัญในการให้เกิดสุขภาวะในองค์กร หรือองค์กรแห่งความสุข พอสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1.      งบประมาณจำกัดในด้านการจัดกิจกรรมสร้างสุขให้กับพนักงาน

2.      ผู้บริหาร  ผู้จัดการสายปฏิบัติงานไม่ค่อยให้ความร่วมมือในเรื่องการจัดกิจกรรม ส่วนใหญ่มุ่งแต่ผลผลิต 

3.      ผู้นำกิจกรรมเปลี่ยนบ่อยทำให้เกิดความไม่ต่อเนื่อง

4.      การสื่อสารภายในองค์กรยังขาดประสิทธิภาพ

 

          สำหรับการนำพาในองค์กรมุ่งสู่ความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน ได้แก่

1.      พนักงานทุกระดับชั้นให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ

2.      ต้องมีการสื่อสารภายในองค์กรที่เข้าใจ

3.      ต้องมี Work life balance

4.      สร้างความเสมอภาค และให้ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคน

 

ในกลุ่มนี้ได้นำเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนกับกลุ่มอื่น ๆ ซึ่งมีคำกล่าวที่น่าสนใจดังนี้

“ความสุขของคนเราในชีวิตนึง เรามีหน้าที่ทำให้คนอื่นมีความสุข แต่คนที่ทำเองไม่มีความสุขกับการทำก็ไม่ work  เราต้องรู้สึกก่อนว่ามันไม่ใช่แค่หน้าที่ มันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องทำเพราะว่าเราอยู่ในบริษัทนี้  แต่เราอยากจะทำให้คนอื่นมีความสุขเราจะกระตือรือร้นตลอดเวลาที่จะเข้าถึงและเข้าใจ คิดกับตัวเองว่าถ้าเราได้อย่างนี้ก็มีความสุขเหมือนกัน  ตราบใดที่ทำให้มันเกิดในบริษัทนี้ที่จะทำให้เป็นองค์กรแห่งความสุข นั่นคือเราเข้าไปนั่งคิด เราใช้ตัวเองเป็นพนักงานคนนึง เราต้องคิดว่าเราต้องการอะไรบ้าง มีอะไรที่จะเข้าไปจับเรื่องหัวใจ ครอบครัว เราช่วยเขายังไงบ้างอาจไม่ใช่ทั้งหมด ถ้าเขามีปัญหาเราช่วยเขายังไงได้บ้าง เรามีอะไรจะ support ได้ให้คำปรึกษาก็ยังดี”

“การมีสังคม ถ้าเราไปอยู่ที่องค์กรหนึ่งแต่ถ้าไม่มีสังคมเลยมันเป็นไปไม่ได้  อย่างน้อยต้องมีทีมต้องทำให้เขารู้สึกมีส่วนร่วม รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรไม่ใช่คน ๆ เดียว  ทั้งหมดที่เราคิดเป็นปัจจัยให้คนคนนึงมีความสุข  คือ วงจรของชีวิตเขาให้มีความสุขไม่ใช่เรื่องของการทำงานเพียงอย่างเดียว”

 

 สรุปได้ว่ากลุ่มนี้ได้สาระความรู้ที่หลากหลาย หลักคิดในการทำงานที่ดีจากประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับชีวิตคนทำงานในแต่ละองค์กรที่มีสไตล์ของตนเอง และควรค่าแก่การนำไปปรับใช้ต่อไป ที่สำคัญการจัดกิจกรรมเพื่อความสุขของคนในองค์กรต้องเกิดเพราะเป็นสิ่งที่  ”น่าทำ” ไม่ใช่เพราะว่าเป็น “หน้าที่”