สวัสดีครับ

ไม่บ่อยครั้งที่จะได้สัมผัสกับความเจ็บป่วย

 แม้ว่าเราจะรู้ว่าเป็นธรรมชาติหนึ่งที่เราต้องพบ....

 ความเจ็บป่วยในแง่ที่ทำให้ร่างกายต้องเกิดทุกขเวทนาทางกายที่ชัดเจน

 นอกเสียจากความเจ็บป่วยที่เป็นธรรมดาของคนทางโลกที่เราไม่รู้สึกว่าป่วย 

 คือความอยาก  ความหิว  ความเมื่อย

 เมื่อต้องเผชิญกับความรู้สึกเจ็บป่วย 

 สิ่งที่รู้สึกตัวได้  คือความเสียดายเวลา  ความกลัวที่จะไม่ได้ภาวนาให้ไปถึงเป้าหมาย

 ไม่ได้รู้สึกห่วงคน หรือสมบัติอะไร

 แต่เสียดายว่าชีวิตเรานั้นช่างดูเหมือนจะสั้นนัก  เวลานั้นน้อยนัก

 กำลังพบกับหนทางแห่งความดีงาม  พบกับเเสงสว่าง

 เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นขณะนั้นๆ  จริงๆ ....

 แต่เมื่อหายดีแล้ว...เราก็เกิดความประมาทเล็กน้อย

 มาคิดถึงเรื่องการงานทางโลก  ที่ยังต้องกระทำอีกมากมาย

 ก็คงต้องจัดการต่อไปด้วยความพอดี  ทั้งภาระภายนอก และภายใน

 

  หลังสภาวะแห่งความรู้สึกว่าได้สัมผัสกับความเจ็บป่วยผ่านไป  ก็ทำให้รู้สึกว่า...

 การภาวนา  การมั่งมั่นปฏิบัติด้วยความตั้งใจ  ไม่ประมาท  ไม่ให้หลงทางมากเกินไปนั้น

 เป็นสิ่งที่จำเป็น  ตรงกับที่หลวงพ่อเทศว่า การปฏิบัติถ้าทำถูกนั้นไม่นาน  เร็ว

 ที่เราอาจจะไม่ถึงใหน  คงเพราะทำไม่ถูก  หรือทำไม่ต่อเนื่อง เยอะแหยะ...

  ให้ให้ได้ระลึกเสมอว่า  เวลาของพวกเรา  ต่อการภาวนานั้น  ไม่แน่นอน

  อาจจะเหลืออีกไม่นาน.......

 จึงไม่ควรประมาท  ผลัดวัน และรอแต่ว่าพรุ่งนี้ค่อยทำ..ไปเรื่อยๆ

 ณ..ห้วงความรู้สึกหนึ่ง....