แนะนำสำนักงานเกษตรอำเภอบ่อเกลือ

ข้อมูลทั่วไปของสำนักงาน

ชื่อหน่วยงาน      สำนักงานเกษตรอำเภอบ่อเกลือ

ที่ตั้งของหน่วยงาน      ถนนบ่อเกลือ - ยอดดอยฯ  ต.บ่อเกลือใต้   อ.บ่อเกลือ  จ.น่าน  55220  
                                      โทร.054-778061

อาณาเขตติดต่อ
                                ทิศเหนือ            ติดต่อกับอำเภอเฉลิมพระเกียรติ  จังหวัดน่าน

                                ทิศใต้                ติดต่อกับอำเภอแม่จริม และอำเภอสันติสุข  จังหวัดน่าน

                                ทิศตะวันออก      ติดต่อกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

                                ทิศตะวันตก        ติดต่อกับอำเภอปัว และอำเภอเชียงกลาง  จังหวัดน่าน

 

สภาพทั่วไปของอำเภอบ่อเกลือ

                    อำเภอบ่อเกลือ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดน่าน เดิมเรียกว่า "เมืองบ่อ" ซึ่งคงจะหมายถึงบ่อน้ำเกลือสินเธาว์ ที่มีอยู่ในพื้นที่ซึ่งเดิมมีอยู่จำนวน  9 บ่อ คือ บ่อหลวง อยู่ที่บ้านบ่อหลวง ตำบลบ่อเกลือใต้ บ่อหยวก บ่อตองอยู่ที่บ้านบ่อหยวก บ่อเวรอยู่ที่บ้านเวร บ่อน่าน บ่อกึ๋น อยู่บริเวณหุบเขาต้นต้นกำเนิดแม่น้ำน่านบ้านนากึ๋น ตำบลบ่อเกลือเหนือ บ่อแคะ อยู่ที่บ้านน้ำเคาะ บ่อเกร็ดอยู่ที่บ้านหว้า ตำบลดงพญา และบ่อต้าว อยู่ที่บ้านด่าน  ปัจจุบันอยู่ในเขตปกครองตำบลขุนน่าน  อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
                    กล่าวกันว่า "เมืองบ่อ" เดิมทีเป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีความสำคัญมาตั้งแต่ในอดีตกาลปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ตามพงศาวดารเมืองน่าน ซึ่งพระเจ้าสุริยพงษผริตเดชได้แต่งรวบรวมขึ้นไว้ มีข้อความกล่าวถึงแหล่งผลิตเกลือที่สำคัญ ที่เป็นสาเหตุให้พระเจ้าติโลกราชแห่งเมืองเชียงใหม่ยกทัพมายึดเมืองน่าน  เมื่อปี พ.ศ. 1993   
                    สำหรับการค้นพบบ่อน้ำเกลือที่บ้านบ่อหลวง มีการเล่าสืบต่อกันมาดังนี้
                    "เดิมทีเขตอำเภอบ่อเกลือเป็นป่าดงพงไพร ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ มีหนองน้ำ ซึ่งพวกสัตว์ต่าง ๆ ชอบมากินน้ำในหนองน้ำแห่งนี้เป็นประจำ และยังมีนายพรานผู้หนึ่งมาล่าสัตว์ และเห็นพวกเหล่าสัตว์ทั้งหลายมักจะกินน้ำที่นี่เป็นประจำ เมื่อลองชิมดูจึงรู้ว่ามีรสเค็ม ข่าวได้ล่วงรู้ไปถึงเจ้าหลวงภูคา และเจ้าหลวงบ่อ จึงได้มาดูบ่อน้ำเกลือ และต่างก็ต้องการครอบครอง จึงคิดหาวิธีการโดยทั้งสองพระองค์ขึ้นไปอยู่ที่ยอดดอยภูจั๋น เพื่อแข่งขันกันพุ่งสะเน้า (หอก) แสดงการครอบครองบ่อน้ำเกลือ เจ้าหลวงภูคาพุ่งหอกไปตกทางตะวันตกของลำน้ำมาง ตรงที่ตั้งหอนอกในปัจจุบัน เจ้าหลวงบ่อพุ่งหอกไปตกทางตะวันออกของลำน้ำมาง ตรงที่ตั้งหอเจ้าพ่อบ่อหลวงในปัจจุบัน ผู้คนที่พากันมาดูการแข่งขันพุ่งหอก ได้นำเอาก้อนหินมาก่อไว้เป็นที่สังเกต แล้วตั้งเป็นโรงหอทำพิธีระลึกตอบแทนเจ้าหลวงทั้งสององค์ทุกปี ภายหลังทั้งสองพระองค์คิดกันว่า จะนำคนที่ไหนมาอยู่ เมื่อปรึกษากันแล้ว เจ้าหลวงภูคาจึงไปทูลขอประชาชนที่อยู่เมืองเชียงแสนจากเจ้าเมืองเชียงรายมาหักล้างถางพงทำเกลืออยู่ที่นี่ ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาวบ่อหลวงในปัจจุบันนั่นเอง ดังนั้นชุมชนบริเวณนี้ตึงได้เกิดขึ้นและดำรงอยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้ (ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า เดิมทีนั้นบรรพบุรุษอยู่ที่มองโกเลียประเทศจีน หนี้ลี้ภัยมาทางแม่น้ำเหลืองเข้าสู่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทางประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวไม่อนุญาตให้อาศัยอยู่ได้ จึงพากันข้ามแม่น้ำโขงมาอาศัยอยู่ที่ เมืองเชียงแสน"
                    ต่อมาเมื่อการปกครองของรัฐ ขยายเข้ามาสู่พื้นที่เมืองบ่อ เมืองบ่อจึงได้อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอปัว โดยแยกเป็น 2 ตำบล คือตำบลบ่อเกลือเหนือ และตำบลบ่อเกลือใต้ ซึ่งในระยะหลังมีราษฎรจากพื้นราบมาทำการค้าขายและตั้งรกรากอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับราษฎรในพื้นที่ห่างไกลจึงได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย แบ่งเขตการปกครองท้องที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยแยกตำบลบ่อเกลือเหนือและตำบลบ่อเกลือใต้ เป็นกิ่งอำเภอบ่อเกลือ ตั้งแต่วันที่  15  กุมภาพันธ์ 2531 และได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอบ่อเกลือ เมื่อวันที่  7  กันยายน  2538

ที่ตั้งและอาณาเขต
  
                 อำเภอบ่อเกลือ ตั้งอยู่ที่ประมาณพิกัดเส้นรุ้งที่ 19 องศา 8 ลิปดา 30  ฟิลิปดาตะวันออกและเส้นแวงที่ 101 องศา 10 ลิปดา 0  ฟิลปดาเหนือ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดน่าน มีเนื้อประมาณ 523,781.25  ไร่ หรือประมาณ 838.05 ตารางกิโลเมตร คิดเป็น  เนื้อที่ร้อยละ  7.40  ของเนื้อที่จังหวัดน่านทั้งหมด

สภาพภูมิประเทศ
               
พื้นที่อำเภอบ่อเกลือ ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน พื้นที่มีความลาดชันมากกว่าร้อยละ 40 บริเวณที่ตั้งว่าการอำเภอบ่อเกลือสูงประมาณ 730 เมตร จากระดับน้ำทะเล ปานกลาง จุดสูงสุด 1,648.066 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่ดอยดงหญ้าหวาย ตำบลบ่อเกลือใต้ ในพื้นที่มีน้ำไหลตามช่องเขาอยู่ทั่วไป มีพื้นที่ราบลุ่มตามลำน้ำและหุบเขาแคบ ๆ เพียงร้อยละ 1.5 ของพื้นที่ทั้งหมด เทือกเขาที่สำคัญได้แก่ เทือกเขาภูคา ภูแว ภูฟ้า ภูผีปันน้ำ ลำน้ำที่สำคัญได้แก่ ลำน้ำมาง ลำน้ำว้า และลำน้ำน่าน มีสภาพป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์บริเวณดอยภูคา และบริเวณพรมแดนไทย-ลาว ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ป่า/พันธุ์ไม้นานาชนิด และยังเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำน่านอีกด้วย

สภาพภูมิอากาศ
                โดยเหตุที่ชุมชนของอำเภอบ่อเกลือ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในร่องเขาสูงและมีป่าไม้มากสภาพอากาศโดยรอบหรือโดยทั่วไปจะเย็นสบายตลอดทั้งปี เนื่องจากมีลมภูเขาและลม หุบเขา แต่ เมื่อถึงฤดูหนาวอากาศจะหนาวจัดมากโดยเฉพาะเวลากลางคืนในบางปี อุณหภูมิหนาวเย็นตลอดปีโดยเฉพาะกลางคืนจะลดลงถึง 0 องศาเซลเซียส พอสิ้นหนาวผ่านเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียวก็ย่างเข้าสู่ฤดูฝน ฝนจะตกชุกไปถึงเดือนพฤศจิกายน ปริมาณ น้ำฝนโดยเฉลี่ย 1,300  มิลลิเมตร/ปี  เนื่องมาจาก อิทธิพลจากลมมรสุมในอ่าวตังเกี๋ย ซึ่งพัดผ่านประเทศเวียดนามและประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อำเภอบ่อเกลือจึงเป็นเมืองในหุบเขาสองฤดู

การคมนาคม
  
             การคมนาคมระหว่างอำเภอบ่อเกลือ กับจังหวัดน่าน มี 2 ทาง คือ 
                    1. ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 1256   ปัว - บ่อเกลือ  ระยะทาง  48  กิโลเมตร  ต่อด้วยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1080  น่าน - ปัว  ระยะทาง  60  กิโลเมตร รวมระยะทางห่างจากตัวจังหวัดน่านทั้งสิ้น 108  กิโลเมตร  ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 2.30  ชั่วโมง 
                    2. ทางสายบ่อเกลือ - สันติสุข - น่าน ระยะทาง 92 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 2 ชั่วโมง

สภาพทางยุทธศาสตร์       พื้นที่อำเภอบ่อเกลือมีพรมแดนติดต่อกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว    ทางทิศตะวันออก ซึ่งมีแนวชายแดนติดต่อกันเป็นระยะทาง 86 กิโลเมตร  จึงต้องระมัดระวังเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศชาติ เช่น ปัญหาการอพยพของชาวเขา และการหลบหนีเข้าเมืองของชนต่างด้าว และการลักลอบค้าของผิดกฎหมาย