การจัดการความรู้และประกันคุณภาพการศึกษา

  ติดต่อ

  วันนี้ประชุมภาคมา เห็นทีต้องทำ Blog ซะแล้ว ใครมี idea เจ๋ง ๆบ้างครับ !  

คงอยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้แล้ว กระแสแรงเหลือเกิน ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์หลาย ๆ ท่าน ว่าชุมชน BLOG ของเรามีอะไรดี ๆ เยอะแยะ จากคนที่เคยอ่านมาตลอด คราวนี้ลองมาทำบ้าง   ครั้งแรกครับ  จะทำ KM กับ QA ภาควิชา เริ่มที่ไหนก่อนดี  คิด ๆๆๆ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 26346, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 165, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #knowledge#management#qa#news#hot#***#!!

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (100)

  รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น
อมร หาญเจริญ
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ในกรณีที่นิสิตทันตแพทย์เมื่อขึ้นไปทำคลินิคแล้ว แต่ว่านิสิตยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง(เช่น วัคซีนHBV) อยากทราบว่านิสิตคนนั้นมีความเสี่ยงมากแค่ไหนที่จะติดโรคจากผู้ป่วย และเคยมีกรณีตัวอย่างหรือไม่ในคณะทันตแพทย์ทั่วประเทศ และจำเป็นหรือไม่ที่นิสิตทันตแพทย์ต้องฉีดวัคซีนทุกคนก่อนขึ้นคลินิค???

อมร หาญเจริญ 48610928
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ในกรณีที่นิสิตทันตแพทย์เมื่อขึ้นไปทำคลินิคแล้ว แต่ว่านิสิตยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง(เช่น วัคซีนHBV) อยากทราบว่านิสิตคนนั้นมีความเสี่ยงมากแค่ไหนที่จะติดโรคจากผู้ป่วย และเคยมีกรณีตัวอย่างหรือไม่ในคณะทันตแพทย์ทั่วประเทศ และจำเป็นหรือไม่ที่นิสิตทันตแพทย์ต้องฉีดวัคซีนทุกคนก่อนขึ้นคลินิค???

วิขญ์ทิพา เทพวีระ 48610362
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ประเภทของเครื่องมือ

1.Critical items เป็นเครื่องมือที่จะต้องปลอดเชื้ออย่างยิ่ง ได้แก่เครื่องมือที่ใช้ผ่านชั้นใต้ผิวหนัง หรือเยื่อเมือก เป็นเครื่องมือที่สัมผัสถูกเลือดหนอง ได้แก่ เข็มฉีดยา เครื่องมือผ่าตัดทุกชนิด ต้องทำลายเชื้อแบบ sterilization

2.Semicritical items เป็นเครื่องมือที่ปลอดเชื้อปานกลาง ได้แก่เครื่องมือที่สัมผัสโดนเยื่อเมือก เช่นเครื่องมืออุดฟัน ถาดพิมพ์ปาก เครื่องมือประเภทนี้ต้องทำให้ปลอดเชื้อทุกชนิด อาจยกเว้นสปอร์ของ bacteria ได้

3.Non-critical items เป็นเครื่องมือที่ต้องลดปริมาณการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ไม่สัมผัสถูกเยื่อเมือก อาจสัมผัสเฉพาะผิวหนัง เข่น เก้าอี้

ซึ่งเครื่องมือทาง dental X-ray จะอยู่ในประเภทที่ 2 และ 3

อ้างอิงจาก คู่มือปฎิบัติในการควบคุมการติดเชื้อทางทันตกรรมคณะทันตแพทย์มหาวิทยาลัยมหิดล

ชลวิทย์ วงศ์ไพโรจน์พานิช 48610089
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถามปวีณา มะโนปิง

หากทำการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนผู้ป่วยได้ก็เป็นผลดี

เพราะจะช่วยลดอัตราเสี่ยงเกี่ยวกับโรคติดต่อของผู้ฉายภาพรังสีและคนผู้ป่วยรายอื่น

ปรางค์กมล ภู่อารีย์ 48610737
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถามของอมร...

เราคิดว่าจำเป็นนะที่จะต้องฉีดวัคซีนสำหรับคนที่ไม่มีภูมิคุ้มกันเนื่องจาก....

ไวรัสตับอักเสบบีมีอยู่เป็นจำนวนมากในเลือดผู้ป่วย ประมาณ 105-107 virions/มล. ของเลือด ดังนั้นเลือดของผู้ป่วยเพียงเล็กน้อยเช่น ประมาณ 1 x 10-8 มล. ของเลือดผู้ป่วย ที่ถ่ายทอดทางเลือดเข้าสู่ผู้อื่นก็ทำให้เกิดการติดเชื้อขึ้นได้ประกอบกับไวรัสชนิดนี้ทนและไม่ถูกทำลายโดยความแห้งและสารเคมีฆ่าบางอย่าง เช่น แอลกอฮอล์ ฟีนอล และสาร quaternary ammonium compounds อีกทั้งอาชีพเราอยู่ในกลุ่มความเสี่ยง เพราะเราต้องสัมผัสกับเลือดและน้ำลายของผู้ป่วย ซึ่งถ้าเราไม่ฉีด วันใดวันหนึ่งโชคไม่เข้าข้าง ติดเชื้อขึ้นมาพระเจ้าก็ช่วยไม่ได้..*-*

ที่สำคัญเลยเราควรทำให้เครื่องมือ อุปกรณ์ และทันตวัสดุต่างๆปราศจากเชื้อ และสะอาดอยู่ตลอดเวลา โดยเราต้องทำลายเชื้อตามความเหมาะสม ดังต่อไปนี้

1. การอบไอน้ำภายใต้ความดัน (steam autoclave)

2. การอบก๊าซ ethylene oxide

3. การอบความร้อน ( dry heat oven)

4. Glutaradehyde

5. Formaldehyde

6. Iodophor

7. Hypochlorrite

อัจฉรา หาญนันทอนันต์ 48610485
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ถ้าผู้ป่วยติดเชื้อ HIV มีโรคที่จำเป็นต้องรักษาโดยการผ่าตัดหรือถอนฟัน เราจะให้บริการทางทันตกรรมเหมือนหรืิอแตกต่างจากผู้ป่วยทั่วไป อย่างไร

ลัดดา ศาสตร์ศศิ 48610805
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

วันนี้ เอาแนวทางปฏิบัติในการทำความสะอาดและทำลายเชื้อบริเวณพื้นผิว surface disinfection มาฝากกัน ^^

หลังการปฏิบัติงานในแต่ละช่วงเวล ควรทำความสะอาดและทำลายเชื้อบริเวณพื้นผิว, unit ทันตกรรม, เครื่องขูดหินปูน โดยการเช็ดด้วยน้ำยาทำลายเชื้อบริเวณพื้นผิว ซึ่งได้แก่

1. iodophor

2.สารประกอบคลอรีน เช่น sodium hypochlorite 0.5 %

3.สารประกอบ phenol สังเคราะห์

อาจใช้วัสดุปกคลุมชนิดใช้แล้วทิ้ง (disposable covering) เช่น พลาสติกบางใสหรือแผ่นอะลูมิเนียมฟรอยด์ หุ้มในบางตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมกับการใช้น้ำยาเคมี ได้แก่ ปุ่มเปิดปิดไฟ, ด้ามจับโคมไฟ, ด้ามจับถาดวางเครื่องมือ, เครือ่ง x-ray เป็นต้น

และเมื่อเสร็จงานในแต่ละวันให้ทำความสะอาดบริเวณพื้นผิวที่ถูกหุ้มอีกครั้ง

อ้างอิง : คู่มือปฏิบัติในการควบคุมการติดเชื้อทางทันตกรรม คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 2547

สุธาสินี สุนทรวิภาต 48610911
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถามณัฐพงษ์ ว่า ถ้ามีผู้ป่วยเป็นโรคติดต่อร้ายแรง มาทำการรักษา ควรปฏิบัติตัวอย่างไร

ตอบ : ขอนำเสนอการบำบัดรักษาทางทันตกรรมแก่ผู้ป่วยติดเชื้อ HIV

แนวทางปฏิบัติ

1. ให้นัดผู้ป่วยเป็นคนสุดท้ายและเจ้าหน้าที่ที่นัดควรแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบล่วงหน้า

2. ทันตแพทย์และผู้ช่วยทันตแพทย์สวมเสื้อกราวน์และ mask แบบพิเศษ, สวมแว่นตาหรือ face shield และสวมหมวกซึ่งทางคลินิกได้จัดเตรียมให้ เมื่อใช้เสร็จแล้วให้ทิ้ง ยกเว้น แว่นตาและ face shield ทางคลินิกจะทำควารสะอาดและฆ่าเชื้อให้

3. ยึดหลัก standard precaution อย่างเคร่งครัด

4. ให้ผู้ป่วยบ้วนปากด้วย chlorhexidine 0.2 % ก่อนให้การรักษาทุกครั้ง

5. ใส่ rubber dam เพื่อป้องกันการแพร่กระจาย

6. ใช้ high power suction หรือ high volume suction

7. ถ้าจะต้องขูดหินปูน ควรขูดด้วยมือ

8. ทา providone iodine 10% หรือสารละลาย talbot บริเวณเหงือกก่อนให้การรักษาทางปริทันต์ทุกครั้ง

ที่มา : รศ. ทพญ. อารยา พงษ์หาญยุทธ คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 2547

อุทัยวรรณ คงทัน 48610942
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถามของ อัจฉรา

ถ้าผู้ป่วยติดเชื้อ HIV มีโรคที่จำเป็นต้องรักษาโดยการผ่าตัดหรือถอนฟัน เราจะให้บริการทางทันตกรรมเหมือนหรืิอแตกต่างจากผู้ป่วยทั่วไป อย่างไร ???

ผู้ป่วยติดเชื้อ ถ้ามีโรคที่จำเป็นต้องรักษาโดยการผ่าตัด เทคนิคการผ่าตัดหรือการให้บริการทางทันตกรรมส่วนใหญ่เหมือนกับการให้บริการผู้ป่วย

ทั่วไปคือ

1. บริการด้วยกรรมวิธีที่ปลอดเชื้อ (aseptic tecnique)

2. ระมัดระวังการแพร่กระจายของเชื้อ HIV และอุบัติเหตุในการทำหัตถการ

3. บุคลากรควรมีความพร้อมและรับทราบปัญหาร่วมกัน

4. จัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้อย่างครบถ้วนและบุคลากรที่ปฏิบัติงานต้องมีอุปกรณ์้ป้องกัน

ตัวเองครบถ้วน

5. หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสของมีคมโดยตรง บุคลากรที่ปฏิบัติงานมีเท่าที่จำเป็นจริงๆ

ควรใช้เครื่องมือแทนคน อาทิ self retener retractor, self irrigation handpiece แทนการใช้คนฉีดน้ำระหว่างการกรอกระดูก เป็นต้น

เจน สุริยจักรยุธนา 48610973
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ถ้านำยา Fixerเมื่อโดนผิวหนังแล้วจะเป็นอันตรายหรือเปล่าค่ะ? ถ้ามีอันตรายจะส่งผลต่อร่างกายอย่างไรแล้วจะรักษาอย่างไร?

IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ขอถามอีกนิดนะค่ะ อยากรู้จิงจิง

จาก คห.44 ของพัชราพร อยากทราบว่า น้ำลายเทียมเป็นยังไง? แล้วใช้รักษาคนไข้อย่างไรค่ะ?

เจน สุริยจักรยุธนา
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

คห.76 โดย เจน สุริยจักรยุธนา 48610973(ลืมใส่ชื่อค่ะ)

เมธา ชอบดี 48610522
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถามศิริกาญจน์ กระทู้ 55

อยากทราบว่า "ขยะทางด้านทันตหรรม กำจัดอย่างไร"

- developer ก่อนทิ้งนำยาลงไปในระบบบำบัดจึงต้องทำให้นำยาเจือจางโดยใส่นำลงไ ปมาก ๆ เพราะมันจะไปทำลายจุลินทรีย์ในระบบ

- fixer ห้ามทิ้งลงบ่อบำบัดเด็ดขาด เพราะมีสารพิษ(แร่เงิน)ปนอยู่มีผลต่อภาวะแวดล้อม ควรเก็บไว้จำหน่ายหรือไม่ก็บ่อพักห้ามปล่อยลงน้ำหรือดิน

ที่มา:www.xraythai.com/index.php?action=vthread&forum=13&topic=2086

จุฑามาศ ดีโพธิ์ 48610065
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ฝากวิธีดูแลรักษา Digital radiography sensors ค่ะ

ส่วนมากเค้าก็ให้อ่านคำแนะนำของเจ้าของผู้ผลิตที่ให้เป็นคู่มือแนบมากับตัวเครื่องนะคะ เพื่อ protection of related computer hardware

โดยไม่ clean และ heat-sterilize ก็ใช้ high-level disinfect sensor ระหว่างคนไข้ อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้

sensor มักใช้ barrier-protected, semicritical item

แต่ถ้า item ไม่สามารถทนต่อกระบวนการเหล่านี้ได้

ก็ให้เลี่ยงไปใช้เป็นวิธี disinfected with an intermediate-level (i.e. Tuberculocidal) activity แทน

-------------------------------------------------------

3rd Essential MICROBIOLOGY for DENTISTRY., Lakshman Samaranayake.

จุฑามาศ ดีโพธิ์ 48610065...^^
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

เพิ่มเติมจาก คห.79

Potency of disinfectant and their uses>>

จำแนกเป็น high, intermediate or low potency

ขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำลายจุลินทรีย์

->HIGH-LEVEL DISINFECTANTS

......against แกรมบวก&ลบ,สปอร์,Mycobacterium tuberculosis

->INTERMEDIATE-LEVEL DISINFECTANTS

......destroy M.tuberculosis, Vegetative bacteria, ไวรัสและเชื้อราทั้งหมด, แต่จะทำลายสปอร์ได้น้อย

->LOW-LEVEL DISINFECTANTS

......kill แบคทีเรียและเชื้อราทั้งหมด แต่จะไม่ฆ่า M.tuberculosis หรือสปอร์

--------------------------------------------------------

3rd Essential MICROBIOLOGY for DENTISTRY., Lakshman Samaranayake.

นันทวัน วิศวเวช 48610683
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ตอบอมร

เราคิดว่าการที่จะต้องไปทำงานในชั้น clinic แล้วไม่ได้ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดต่อที่สามารถติดต่อจากสารคัดหลั่ง ก็มีความเสี่ยงสูง เพราะเราคงจะมั่นใจไม่ได้ว่าถุงมือไม่มีรอยรั่ว หรือไม่มีแผลที่มือ ซึ่งแผลขนาดเล็กมากที่มองไม่เห็นก็เปิดโอกาสให้เชื้อเข้าไปในร่างกายได้แล้ว หรือไม่ก็อาจมีอุบัติเหตุ เช่น เข็มฉีดยาที่ใช้แล้วพลาดโดนมือ (เคยได้ยินมาว่า แพทย์ทำคนไข้โรคเอดส์ แล้วเข็มฉีดยาที่ใช้แล้วพลาดโดนมือ ต้องไปฉีดยา inhibit เชื้อโรคด้วย)แล้วไวรัสตับอักเสบ b มีความรุนแรงมากกว่าโรคเอดส์ตั้ง10เท่า (อ้างอิงจาก คู่มือปฎิบัติในการควบคุมการติดเชื้อทางทันตกรรมคณะทันตแพทย์มหาวิทยาลัยมหิดล) เพราะฉะนั้นปริมาณเชื้อที่น้อยกว่ามากก็ติดโรคได้

นันทวัน วิศวเวช 48610683
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

จากความเห็นที่ 73 สงสัยว่า

1.ทำไมต้องนัดผู้ป่วย HIV เป็นคนสุดท้าย คนแรกได้ป่าว

2.แล้วการทำความสะอาดเครื่องมือ อุปกรณ์หลังที่ใช้กับคนที่เป็น HIV จะแตกต่างจากคนที่ไม่ได้เป็นป่าว

3.แล้วทำไมต้องขูดหินปูนด้วยมือ

รวินทร์นิภา 48610300
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

เคยได้ยินมาว่าสามารถใช้ยาทาแผลเบตาดีนภายในช่องปากได้ เช่น ใช้ชุบผ้าก๊อสเพื่อห้ามเลือด ใช้ได้จริงรึป่าวคะในเมื่อมันเป็นยาทาภายนอก

วศินี แก้วอำไพ
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถามที่ 76

น้ำลายเทียม เป็นยาที่ผลิตขึ้นโดยให้มีส่วนประกอบคล้ายกับน้ำลายตามธรรมชาติมากที่สุด คือมีความหนืด มีแร่ธาตุบางอย่าง แต่จะไม่มีเอนไซม์ ใช้ในกรณีผู้ป่วยที่มีความบกพร่องของการผลิต หลั่งน้ำลาย น้ำลายเทียมกับน้ำตาเทียมไม่เหมือนกัน

ข้อมูลจากhttp://www.si.mahidol.ac.th/siriraj_online/thai_version/detailqa.asp?uid=44579

วิภาวี เศียรอุ่น 48610850
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

วิธีปฎิบัติเมื่อต้องถ่ายภาพรังสีให้กับผู้ป่วยที่กำลังมีรอยโรค herpes simplex

ในช่องปาก

วศินี แก้วอำไพ
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

จากความคิดเห็นทที่ 65 ghost image ที่บดบังstrucure จากdental radiography ของ Joen lannucci haring และ laura jansen Howerton

:An artifact on a dental radiograph produced when an area of high density is penetrated twice by the X-ray beam ; appears radioplaque

ทรงยศ กิตติอุดมธรรม 48610652
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ถ้าหากเกิดอุบัติเหตุ เช่น ถูกเข็มหรือของมีคมที่มีเลือดของผู้ป่วยบาด หรือ เลือดของผู้ป่วยกระเด็นโดนตาหรือโดนผิวหนัง หรือเข้าปาก ควรปฏิบัติอย่างไร

กิตติยา สุทธะ 48610027
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถาม คห.87

เมื่อบุคลากรทางการแพทย์ได้รับอุบัติเหตุอันเกรงว่าจะติดเชื้อให้ปฏิบัติเบื้องต้นดังนี้

1.ถูกเข็มหรือของมีคมที่มีเลือดของผู้ป่วยตำหรือบาด ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ 70% และทาด้วย betadine solution

2.เลือด สารน้ำ หรือสารคัดหลั่งกระเด็นเข้าตาหรือโดนผิวหนัง ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดจำนวนมาก

3.เลือด สารน้ำ หรือสารคัดหลั่งกระเด็นเข้าปาก ให้บ้วนปากและกลั้วคอด้วยน้ำสะอาดจำนวนมาก

Ref : คู่มือปฏิบัติในการควบคุมการติดเชื้อทางทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

พรสันต์ เรืองกุล
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถาม คห.87

1.เมื่อได้รับอุบัติเหตุเข็มหรือของมีคมที่เปื้อนเลือดหรือสารนํ้าจากร่างกายผู้ป่วยทิ่มตำ ให้ทำการบีบเลือดออกให้มากที่สุด ล้างแผลให้สะอาด

เช็ดด้วย 75% alcohol หรือ 10% Povidone iodine

2.ในกรณีที่เลือดหรือสารนํ้าจากร่างกายผู้ป่วยกระเด็นเข้าปาก ตา หรือบาดแผล ให้ล้างออกด้วยนํ้าสะอาดให้มากที่สุด

3.แล้วรายงานทันทีหลังได้รับอุบัติเหตุและไม่เกิน 24 ชั่วโมง โดยรายงาน

ในเวลาราชการ แจ้งที่ห้องพยาบาลควบคุมโรคติดเชื้อ

นอกเวลาราชการ แจ้งผู้ตรวจการบริหารการพยาบาล

4.พบแพทย์ที่ ER เพื่อรับการตรวจและลงบันทึกในเวชระเบียนและเขียนใบรายงาน

5.Counseling ผู้ป่วยเพื่อขอตรวจเลือด คือ HIV Ab, HIV Ag และ HBs Ag และส่งตรวจที่ หน่วยปฏิบัติการเคมีฉุกเฉินและผู้ป่วยนอก โดยใช้ใบขอตรวจ Lab พิเศษจาก ICN หรือ ผู้ตรวจการบริหารการพยาบาลเท่านั้น

6.กรณีผลเลือดผู้ป่วย เป็นลบทั้ง 3 ตัว ถือว่าไม่มีความเสี่ยง ไม่ติดตามผลเลือดบุคลากรที่ได้รับอุบัติเหตุ

7.กรณีผลเลือดผู้ป่วย HIV Ab และ/หรือ HIV Ag เป็นบวกปฏิบัติตามแนวทางการดูแลบุคลากรที่สัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งในผู้ป่วย ที่มีผลเลือด HIV เป็นบวก

8.กรณีผลเลือดผู้ป่วย HBs Ag เป็นบวกปฏิบัติตามแนวทางการดูแลบุคลากรที่สัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งในผู้ป่วย ที่มีผลเลือด HBs Ag เป็นบวก

*สำหรับข้อมูลรายละเอียดการปฏิบัติตามแนวทางการดูแลบุคลากรที่สัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งในผู้ป่วย ในเรื่องของยาในการฆ่าเชื้อไวรัสต่าง ติดตามในที่ http://www.med.cmu.ac.th และที่ http://hospital.moph.go.th/thayang/NurseAcc.doc

wikanda
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

น้ำยาล้างฟิล์มฆ่าเชื้อโรคจากฟิล์มที่ถ่ายจากคนไข้ได้หรือไม่

จุดประสงค์ของการล้างfilmใช่เพื่อการฆ่าเชื่อโรคนี่คะ แล้วการที่film มีpackage ห่อหุ่มอย่างมิดชิดก็น่าจะช่วยเรื่องการปนเปื้อนระดับหนึ่งหมายถึง film intraoralนะคะ ถ้าextralก็มีcassette ห่อหุ่มอีกที เดี๋ยวเราก็เอาห่อนั้นไปทิ้งหรือไม่ก็sterilie cassette ก่อนที่จะแกะก็ควรเช็ดคราบน้ำลายออกให้หมดก่อนจะได้ไม่ปนเปื้อนกับฟิล์มที่แกะ

wikanda
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ขอแนะนำสุทักษิณ นะคะ

เมื่อเสื้อเปื้อนFixer แล้วให้เดินไปที่ร้านพี่เตือน .. แล้วก็ สั่งซื้อเสื้อตัวใหม่ซะเถอะคะเพราะ ขนาด .."โอโม้" ยังเอาไม่ออกเลยคะ >.< ซื้อใหม่เถอะคะเพื่อความสบายหูสบายตาของคนไข้ ..และอาจารย์ 555

Wikanda Kliewthong 48610843
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

แล้วถ้าหมดเขต วันที่ 5 นี้เราจะยังมาโพสแสดงความคิดเห็นกันได้อยู่รึเปล่าคะ

นันทนา จูงพันธ์ 48610676
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

การใช้สายดูดเสมหะจากท่อหลอดลมคอนั้นหากทำไม่ถูกวิธี อาจจะแพร่กระจายเชื้อโรคไปสู่ทางเดินหายใจส่วนล่างของผู้ป่วยได้ ระบบการดูดเสมหะนั้นมีสองระบบ คือ ระบบที่ใช้สายดูดครั้งเดียว (single-use catheter system) กับ close multi-use catheter system รายงานการศึกษาเบื้องต้นพบว่าไม่มีความแตกต่างกันในการเกิดปอดอักเสบทั้งสองระบบ ถึงแม้ว่าระบบหลังจะทำให้สิ่งแวดล้อมมีการปนเปื้อนน้อยลง

การทำความสะอาด resuscitation bag และการทำให้แห้งระหว่างการใช้ทำได้ค่อนข้างยาก เชื้อโรคอาจตกค้างอยู่สารคัดหลั่งหรือของเหลวที่ตกค้างใน resuscitation bag หากนำมาใช้อีกครั้งจะทำให้เกิดฝอยละออง และพ่นเข้าไปในทางเดินหายใจส่วนล่างได้ เชื้อที่กระจายไปยังผู้อื่นมักจะเกิดจากบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ล้างมือหรือล้างมือไม่สะอาด ควรทำความสะอาดอุปกรณ์โดยวิธี sterilization หรือ disinfection ระดับสูง

http://www.thaipedlung.org/book/47_PDF_Ped_Respiratory_47/23%20Infection%20%20.pdf

จรัสพร วงศ์ไชย รหัสนิสิต 48610034
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

เมื่อบุคลากรทางการแพทย์ไดรับอุบัติเหตุอันเกรงว่าจะติดเชื้อ ให้ปฏิบัติเบื้องต้นดังนี้

1. เมื่อถูกเข็มหรือของมีคมที่มีเลือดผู้ป่วยตำหรือบาด ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ 70 %และทาด้วยBetadine solution

2.เลือด สารน้ำหรือสารคัดหลั่งกระเด็นเข้าตาหรือโดนผิวหนัง ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดเป็นจำนวนมาก

3. เลือด สารน้ำ หรือสารคัดหลั่งกระเด็นเข้าปาก ให้บ้วนปากและกลั้วคอด้วยน้ำสะอาดจำนวนมาก

จิราพร มงคลรบ 48610041
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ที่ clinic มีการนำถุงพลาสติกมาหุ้ม film กับ XCP ก่อนให้คนไข้กัด film อยากถามว่ามีการนำถุงมา reuse หรือไม่ เพราะว่าถุงพลาสติกในปริมาณมากก็จะเป็นการเพิ่มขยะทำให้โลกร้อน และถ้าไม่มีการ reuse จะมีวิธีไหนที่ดีกว่าการใช้ถุงพลาสติกหรือไม่ เพื่อเป็นการลดโลกร้อน

รวินทร์นิภา บุญพันธ์ 48610300
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ในการใช้เครื่องถ่ายภาพรังสีแบบ extraoral ส่วนของเครื่องที่จะต้องสัมผัสกับผู้ป่วย อย่างที่ยึดศีรษะ มีการป้องกันการติดเชื้อด้วยรึป่าวคะ เพราะถ้าผู้ป่วยคนก่อนหน้าเกิดเป็นโรคผิวหนังคนต่อไปก็อาจจะติดได้

ธีระพล ศรีปริวุฒิ 48610102
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ตอบของรวินทร์นิภา

การใช้เครื่องถ่ายรังสีไม่ว่าแบบ intraoral หรือ extraoral จะมีส่วนที่สัมผัสกับผู้ป่วยเป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งสามารถป้องกันได้ เช่น การทำความสะอาดพื้นที่ทำงานในแต่ละวันด้วยน้ำยาที่ได้รับรองว่ามีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ และเมื่อทำความสะอาดแล้ว ให้คลุมทับด้วยวัสดุคลุมพื้นผิว เช่น พลาสติกหุ้มของ (ใครที่ตรวจคนไข้ในแลปของ occlusion คงรุกันแล้ว) ซึ่งให้เปลี่ยนทุกครั้งที่เปลี่ยนผู้ป่วย ซึ่งสามารถป้องกันในเรื่องของโรคผิวหนังที่สามารถติดต่อกันได้

ธีระพล ศรีปริวุฒิ 48610102
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

อันนี้ขอเพิ่มรายละเอียดพวกสารทำความสะอาดที่ได้รับรองว่ามีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคและทำความสะอาด

ที่ใช้ๆกันก็จะเป็นพวก chlorine compounds, iodophores, synthetic phenolics พวกแอลกอฮอร์มันไม่สามารถฆ่าเชื้อได้นะ

แหะๆ จะคนสุดท้ายรึเปล่าหว่า ^^

เอกรินทร์ พรหมพฤกษ์
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ผม อ่านแล้วน่ะครับ คิดว่า broad นี้ควรจะอยู่ ต่อไป น่ะครับ ขอเสนอแนะความคิดเห็นว่า หลังจากวันนี้ไปแล้ว (วันที่ 5) ก็น่าจะเอาเรื่อง อื่นๆ มาถามตอบกันได้น่ะครับเพื่อเป็นการประเทืองความรู้ (หรือว่ามั่วกันเอาเอง) ของเพื่อนๆเราน่ะครับ

ขอบคุงครับ

Chaidan
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

บอร์ดนี้ก็จะยังอยู่ต่อไปครับ ถ้าน้อง ๆ มีเรื่องอยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้้กันก็สามารถมาโพสต์ไว้ได้ แต่ต้องมีแหล่งอ้างอิงด้วยนะครับ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้าต่อไปในอนาคต ส่วนการที่กำหนดว่าวันที่ 5 นั้นก็เพื่อเป็นแนวทางนะครับ ว่าเป็นเรื่อง infection control ส่วนหลังจากวันนี้ไปแล้วก็อาจเป็นเรื่องที่สงสัย เวลาจดเลคเชอร์ไม่ทัน หรือฟังในห้องแล้วไม่เข้าใจ ก็มาโพสต์ถามไว้ได้นะครับ(จะได้ไม่ต้องไปแกะเทปให้เสียเวลา) แล้วพี่ก็จะมาตอบให้ หัวข้อที่ถามไม่จำเป็นต้องเป็นหัวข้อที่พี่สอนก็ได้่นะครับ เรื่องอะไรก็ได้ ที่เกี่ยวกับ Oral Diagnostic Science/Molecular Biology นะครับ จะพยายามเข้ามาตอบให้ครับ หรือเพื่อน ๆ น้อง ๆ จะช่วยกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในนี้ก็จะยิ่งเป็นการดีใหญ่เลยครับ ขอให้บอร์ดนี้ยังอยู่ต่อไปอีกนาน ๆ แม้น้อง ๆ จะเรียนจบไปแล้วก็เข้ามาค้นคว้า หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้เสมอนะครับ

พี่หวังว่ามันจะเป็นจุดเริ่มต้น เล็ก ๆ ที่ทำให้เราได้รู้จักการจัดการความรู้ไปใช้ประโยชน์กันครับ ขอบคุณน้อง ๆ ทุกคนมากครับ

จิระยุทธ ไชยศรี48610607
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ตอบคุณ จิราพร มงคลรบ 48610041 ณ. ขณะนี้ถุงพลาสติกเหมาะสมที่สุดแล้วครับ เพราะถุงพลาสติก มีคุณสมบัติ อ่อนตัวตามรูปร่างช่องปาก แม้จะไม่ได้steriled แต่จากการวิจัยของอาจารย์ก็ไม่พบการเจริญของเชื้อโรค ทั้งมีราคาประหยัด ถ้าจะจัดให้มีsteriling ตัวXCPทุกๆชิ้นคงใช้งานไม่ทันแน่เลย ถ้าจะนำกลับมาไช้คงจะยากเพราะคงจะทนความร้อนautoclaveไม่ได้

จิระยุทธ ไชยศรี48610607
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

มาmentช้าไปคับ จอคอมที่ห้องเสีย

Chaidan
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ตามปกติแล้ว XCP สามารถทำให้ปราศจากเชื้อได้หลายวิธีด้วยกันครับ สามารถฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำร้อนหรือโอโตเคลฟ ใช้สารเคมี แช่ในน้ำยาฆ่าเชื้อ ฯลฯ ซึ่งต้องอยู่ในอัตราส่วนและเวลาที่เหมาะสมตามที่บริษัทแนะนำครับ แต่เนีืองจากมันทำมาจากพลาสติกเมื่อใช้งานไประยะเวลาหนึ่ง มันอาจเสื่อมสภาพได้เหมือนกันครับ

นันทวัน วิศวเวช 48610683
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ขอเพิ่มของจรัสพร วงศ์ไชย

ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่าการใช้ antiseptic หรือการบีบเค้นที่บาดแผลสามารถลดอัตราการติดเชื้อได้

เพราะฉะนั้นเพื่อนคนไหนที่ชอบบีบแผลให้เลือดมันออกเวลาโดนมีดบาดอ่ะ เลิกเหอะ เจ็บตัวเปล่าๆ

ที่มา คู่มือปฏิบัติในการควบคุมการติดเชื้อทางทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 2547 หน้า 43

ศิระประภา วิจิตรปัญญาเมธี
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่า

นี่เราเข้ามาเม้นท์คนแรกของชั้นปีเลยนะเนี่ย

เพื่อนๆปี 5 อย่าลืมเม้นท์เรื่อง Inflammatory lesion of the jaws นะจ๊ะ

คำถามแรกเลยละกันนะคะ

เนื่องจากวันนี้ที่เรียนอาจารย์บอกว่า Granuloma จะล้อมรอบด้วย Sclerotic bone อ่ะค่ะ

แต่มันก็มีรอยโรคอีกหลายอย่างที่ล้อมรอบด้วย sclerotic bone เหมือนกัน เช่น KCOT แล้วเราจะมีอะไรที่ช่วยบอกมั้ยคะว่ารอยโรคนี้น่าจะเป็น Granuloma ไม่ใช่รอยโรคอื่น (หากเราดูจากภาพถ่ายรังสีอย่างเดียวอ่ะค่ะ)

ศิระประภา วิจิตรปัญญาเมธี
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ถามอีกข้อนึงนะคะ

เวลาเราอ่าน Trabeculae bone pattern เราอ่านยังไงหรอคะ

มันมีรูปแบบไหนบ้างอ่ะคะ???

เพื่อนคนไหนเคยอ่านแล้วบอกด้วยน๊า

ชนกกานต์ พุฒตาล 47610068
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

มีความรู้เสริมของ hyperbaric oxygen therapy มาฝากค่ะ

hyperbaric oxygen therapy คือ การรักษาโดยให้ผู้ป่วยหายใจเอา 100% ออกซิเจนเข้าไปภายในห้องที่มีความดันอากาศสูงกว่าปกติ ซึ่งจะทำให้ได้ปริมาณออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดมากกว่าการหายใจปกติ

นอกจากมันจะรักษาโรค osteomyelitis กับ ORN ตามที่อาจารย์ชายแดนได้สอนไปแล้วมันยังสามารถใช้รักษาผู้ป่วยเด็กที่เป็น Autism ได้ด้วย...โดยมันจะไปเพิ่มปริมาณ oxygen ในกระแสเลือดซึ่งทำให้ อาการของ verbal communication, direct eye contact, reasoning ability, motor skills, balance, attention ดีขึ้นและลดพฤติกรรมก้าวร้าวด้วย

http://autismmedia.org/media13.html

นอกจากนี้ กรมแพทย์ทหารอากาศ ยังนำมาใช้รักษาโรคต่างๆ ดัง website นี้ด้วย

http://www.medicalrtaf.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=376317&Ntype=3 ที่น่าสนใจก็น่าจะเป็นพวกแผลหายยากต่างๆ เช่น แผลเบาหวาน ...ก็จะได้ไม่ต้องตัดขาทิ้งเมื่อเป็นแผลลุกลาม

แถมยังสามารถเบิกได้หรือใช้สิทธิ 30 บาทก็ได้นะคะ

...ลองอ่านดูค่ะ..เผื่อ0tเป็นประโยชน์กับใครบางคน

..

ป.ล สำหรับคำถามศิระประภา จะพยายามหาข้อมูลดูนะคะ...แต่ตอนนี้หา reference ไม่ได้..เลยไม่กล้า post

วรณัฐ ศรีสวัสดิ์ 47610597
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ขอถามข้อนึงคับผม

คือ อันนี้เป็นประสบการณ์ตรงที่เจอในคลีนิคเลยนะคับ

ไป talk case ถอนฟันซี่ 48 irrversible pulpitis with chronic apical periodontitis แล้วเจอว่า ซี่ 47 มีลักษณะ เป็น radiopaque area คาดว่าน่าจะเป็น condensing osteitis อะคับ

จากที่เรียนมาพบว่ามันเกิดจาก low grade infection นาน ๆ อ่ะคับ

ก็เลยอยากทราบว่า ลักษณะของภาพรังสีของ condensing osteitis จำเป็นต้องเป็นรูปร่างกลม แล้วอยู่บริเวณรอบ ๆ ปลายรากรึป่าวคับ แล้วมันสามารถทำให้เกิดที่บริเวณฟันข้างเคียงรึป่าวอะคับ

สุวิทย์ คณาวิศรุต 47610613
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

มาcomment นะคับ คืออยากบอกว่าเนื้อหาที่อาจารย์สอนมีประโยชน์มาก ๆคับเพราะตอนอยู่ห้อง x-ray แล้วอ่านฟิล์มเพื่อที่จะ diag คร่าว ๆ ตอนแรกก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมต้อง diag แบบนี้ แต่ตอนนี้อาจารย์สอนถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดลักษณะดังกล่าว ทำให้เข้าใจมากขึ้นมาก ๆๆๆๆๆๆเลยคับ (-_-a

Chaidan
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถามวรณัฐนะครับ ลักษณะของภาพรังสีของ condensing osteitis ไม่จำเป็นต้องเป็นรูปร่างกลมเสมอไป แต่มักจะพบอยู่ที่ปลายรากฟัน ของฟันที่มี low grade chronic inflammation ครับ ซึ่งถ้ามันมีขนาดใหญ่มากก็สามารถขยายขนาดไปยังฟันข้างเคียงได้ แต่ฟันข้างเคียงก็ไม่ได้เป็นอะไรนะครับ ลองดูตัวอย่างภาพรังสีของ condensing osteitis ในกรณีของคำถามนี้ได้ที่ White & Pharoah

5th edition 2004, Part V, Chapter 19, pp. 369-370 (Fig.19-4 รูปขวา แถวที่สองครับ)

Chaidan
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถามศิระประภานะครับ ในความเห็นของพี่นะครับ granuloma มักจะมีขนาดไม่เกิน 1 cm. ถ้าเกินกว่านั้น สันนิษฐานได้ว่าน่าจะเป็น Cyst or tumor ครับ แต่ก็เป็นเพียงการ differential diagnosis นะครับ ถ้าจะให้แน่นอนต้องอาศัยการตรวจทางพยาธิวิทยาครับ

Chaidan
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ส่วนคำถามเรื่องรูปแบบของ Trabeculae bone pattern นั้นถ้าจำไม่ผิด มีการตอบคำถามข้อนี้ไว้ค่อนข้างดีใน วิชา Oralbio II ปีสี่ เมื่อสามสัปดาห์ก่อน กลุ่มน้องทรงยศครับลอง Share กันดูนะครับ

นิชาภา ปัพรังศรี 47610522
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

อยากทราบว่า condensing osteitis กับ sclerotic bone ซึ่งเป็น periapical lesion เหมือนกัน สามารถแยกได้จากภาพถ่ายรังสีหรือไม่คะ ???

เพราะเท่าที่ทราบ ลักษณะทางคลินิกจะต่างกันตรงที่ condensing osteitis จะพบใน non-vital tooth และมี large carious lesion หรือ large restoration และ no sign & symptoms, no response to EPT

ส่วน sclerotic bone จะไม่มี sign of inflammation และไม่ทราบสาเหตุ ส่วนลักษณะทางภาพถ่ายรังสีจะเป็น radioplaque ขอบชัดเจนแต่ไม่ทราบว่าจะมีลักษณะที่แยกทางภาพรังสีได้หรือไม่ ??

มนัสวิน บุญสา 47610530
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

มีข้อสงสัยจาก caseที่เจอในคลินิกค่ะ คือได้ผ่าฟันคุดคนไข้ #48 อีกหนึ่งสัปดาห์คนไข้มาตัดไหม พบว่าไหมเย็บหลุดไป 1 เข็ม และมีเศษอาหารอัดในแผลจำนวนมาก ลักษณะการหายของแผลเป็นปกติ อีก3 อาทิตย์ถัดมาได้นัดผู้ป่วยมาทำการขูดหินปูนพบว่า แผลที่ผ่าฟันคุดมีการอักเสบ เกิด granulation tissue ใช้มือคลำแล้วผู้ป่วยรู้สึกเจ็บมาก เมื่อกด vestibule ดูพบหนองสีออกเหลืองออกมาประมาณ 1 cc โดยผู้ป่วยอ้าปากได้ปกติ ผู้ป่วยบอกอาการว่าปวดตลอดเวลาหลังจากผ่าฟันคุด จนไม่กล้าเคี้ยวอาหารข้างนั้น ปวดแบบตื้อๆพอทานยาแก้ปวดก็หาย พอหมดฤทธิ์ยาก็ปวดใหม่อีก ซึ่งจากที่เรียนเรื่องInflammatory lesion of the jaws ของอ.ชายแดนแล้วก็น่าจะเข้าลักษณะของโรค Osteomyelitis จึงdiag ว่าเป็นOsteomyelitis ปรากฏว่าผิดค่ะ อ.ที่ตรวจบอกว่ามากไป diagเป็นแค่sequestum หลังจากผ่าฟันคุด รักษาโดยเอา granulation tissueและกระดูกที่ตายออก แล้วก็ล้างแผล หนูไม่ค่อยเข้าใจเลยว่าต้องมีอาการอะไรเพิ่มเติมอีก ที่ไม่ต้องดูจากภาพ x-rays จึงจะdiag ว่าเป็น Osteomyelitis ได้

พรรณนิภา คำทอง 47610266
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

อยากจะทราบว่า ถ้าภาพรังสีบริเวณปลายรากมีลักษณะเป็น diffuse และ irregular border แต่ยังไม่มีการ drain ของหนองออกมาให้เห็น ก็จะ diag ว่าเป็น abscess ไม่ได้ แล้วถ้าเจอแบบนี้จะสามารถ diag อย่างเหมาะสมว่าเป็นอะไรได้ค่ะ แล้วใช้อะไรในการพิจารณาประกอบการ diag ค่ะ

แพรไพลิน อินบัวทอง 47610415
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

อยากจะทราบว่า การแยกภาพรังสีจากภาพที่มี widening PDL space ที่เกิดจาก periodontal disease และการเกิด occlusal trauma ใช้เกณฑ์อะไรประกอบในการวินิจฉัยแยกโรคบ้างค่ะ แล้วถ้าหากเกิด occlusal trauma ร่วมกับ periodontal disease ลักษณะรอยโรคส่วนใหญที่พบเห็นในภาพถ่ายรังสีจะแยกได้ไหมค่ะ ว่าส่วนไหนของรอยโรคเกิดจาก occlusal trauma ส่วนไหนเกิดจาก periodontal disease คะ

นรีวรรณ สันบุญเป็ง 47610142
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ขอเสริมจากlecture อ.ชายแดน นะคะ

จากที่เคยศึกษาเรื่อง Tuberculosis นะคะอ่านเจอว่าtuberculous osteomyelitis bone destruction ที่เกิดขึ้นจึงเป็นแค่ผลจาก pressure atrophy จากการที่ค่อย ๆ มี accumulation ของ tuberculous granuloma material เท่านั้น และเนื่องจากไม่มี disruption ของ blood supply ต่อ bone ดังนั้น จึงไม่มี sequestrum นอกจากนี้ยังพบว่า caseous necrosis มีผล inhibit ต่อการสร้าง bone ด้วย แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใด ดังนั้นในactive phase ของ tuberculous osteomyelitis จึงพบ pathology เป็น bone destruction โดยที่ไม่ sequestrum และไม่มี new bone formation หรือถ้ามีก็น้อย มากhttp://www.md.chula.ac.th/ortho/student/book/infec-pr.doc และก็จากweb http://medind.nic.in/ibr/t05/i3/ibrt05i3p147.pdf

ซึ่งบอกว่าภาพทางรังสีจะพบว่ามีลักษณะ blurring of trabecular details with irregular area of radiolucency

อรอุมา เหมะรัต 47610639
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

อันนี้เปงประสบการณ์ที่พบได้บ่อยๆเวลาอยู่ห้องถ่าย X-RAY แล้วต้องอ่านฟิมคะ

มักจะเจอภาพถ่ายรังสีที่มีเงาดำและมีเงาขาวล้อมรอบ

ไม่ทราบว่าเราจะสามารถ Diff diag เป็นโรคอะไรได้บ้างคะ

โดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะ diff ได้ดังนี้คือ

1. Cyst

2. Granuloma

3.Chronic apical periodontitis

ไม่ทราบว่านอกจาก 3 โรคนี้แล้วสามารถ Diff diag เป็นอะไรได้อีกคะ

ขอบคุณคะ

จิตรภณ จักรวาฬ 47610464
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ขอตอบแพรไพลิน นะครับ

การแยกภาพรังสีจากภาพที่มี widening PDL space ที่เกิดจาก periodontal disease และการเกิด occlusal trauma

คือผมพอจะทราบการตรวจทางภาพถ่ายรังสีของฟันที่เกิด occlusal trauma โดยควรถ่ายรังสีมากกว่า 1 ภาพ ในตำแหน่งต่างๆกันเพื่อดูรอยแตก และเมื่อทิ้งระยะเวลาให้นานขึ้น เมื่อมีการเคลื่อนที่ของส่วนของฟัน หรือมี tissue fluid เข้าไปทำให้ชิ้นส่วนแยกออกจากกัน จะทำให้รอยแยกเห็นชัดขึ้น บางครั้งอาจต้องใช้ occlusal film เมื่อต้องการดูตำแหน่งที่รากฟันหัก และฟันเคลื่อนที่ไปทางด้าน buccal หรือ lingual หรือไม่

Traumatic dental injuries : a clinical approach

ศิริพร ทิมปาวัฒน์

เพราะฉะนั้นการที่จะบอกได้ว่า widening PDL space มาจากสาเหตุใด ถ้าจะบอกว่ามาจาก occlusal trauma ก็น่าจะถ่ายเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาจากปัจจัยข้างต้นที่กล่าวมาด้วยครับ แต่ถ้าจะบอกว่ามาจาก periodontal disease ก็น่าจะพิจารณาว่ามี bone lose หรือไม่ครับ

จิตรภณ
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

จากข้อความของอาจารย์ ที่ 100 ที่ว่าถามเรื่องนอกเหนือจากการเรียนได้

ผมก็จะขออนุญาตถามเลยนะครับ ว่า

เหตุผลที่เราไม่แนะนำให้แปรงฟันหลังทานอาหารทันที เป็นเพราะภายในช่องปากตอนนั้นเป็นกรด จะเสริมการกิด abrasion

แต่หากเราต้องการจะแปรงฟันจริงๆ แต่ก็ไม่ต้องการให้ความเป็นกรดเสริมผลของการแปรงฟันให้เกิด abrasion

เราจะบ้วนน้ำเยอะๆได้มั้ยครับ สมมติว่า บ้วนน้ำซัก 2 ลิตร ผลของกรดนั้นจะหายไปรีเปล่าครับ

หรือว่ามันก็จะยังคงมีผลของ reminerization คงค้างอยู่ ที่จะเป็นตัวทำให้เกิด abrasion มากขึ้นครับ

ขอคำชี้แนะจากอาจารย์และเพือ่นๆด้วยครับ

ชนินเนตร ตรัยภาวัต 46610051
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

เพิ่มเติมเรื่อง Osteomyelitis = subperiosteal bone ที่สร้างขึ้นมาใหม่บริเวณboneที่ถูกทำลายจากinflammationของbone เรียกว่าเป็น periosteal reaction ในเด็กสามารถอธิบายได้ว่าเป็น “Proliferative periostitis” ซึ่งมักจะเกิดในmandibleของyoung girl โดยเป็นผลตามมาของapicalหรือpericoronal infectionที่สัมพันธ์กับlower first molar ซึ่งทำให้เกิดbony hard swellingของขอบล่างของmandible ภาพรังสีของProliferative periistitisจะเห็นเป็นradiopaqueแผ่นบางๆที่ซ้อนกัน (laminated) เรียกว่า “onion-skin appearance”

จากชีทอ.หน้า10 สไลด์5 สาเหตุของosteomyelitisเป็น extrusion แต่จากEssentials of Dental Radiology and Radiology, 4th Ed. Eric Whaites, 2007 เป็น extractions (แต่คิดว่าน่าจะเกิดได้จากทั้งสองอันค่ะ เพราะทั้งสองอันก็สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อลุกลามไปที่boneกับbone marrowได้)

ในส่วนของORN จาก text บอกว่า ORN ขอบเขตระหว่างnecrotic boneกับnormal bone มักจะคมชัดกว่า Osteomyelitis และ subperiosteal new bone formationมักไม่เกิดขึ้นเหมือน Osteomyelitis แต่ดูจริงๆคงแยกกันได้ยาก ดังนั้นhistory of radiotherapyจึงเป็นข้อมูลสำคัญในการdiff. dx.อย่างที่อ.สอนค่ะ

ทั้งหมดอ้างอิงจาก Essentials of Dental Radiology and Radiology, 4th Ed. Eric Whaites, 2007 (เล่มสีดำ)

ภัทรพร รัตนเกษตรสิน 47610100
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

จากหัวข้อ Illusion of widened periodontal spaces ขอถามว่ามีหลักการอย่างไรในการแยกว่าเป็น widening PDL spaceหรือว่าเกิดเป็น superimposed แล้วเกิดเป็น widening PDL space???

ธนบูรณ์ ตระการวิโรจน์ 47610100
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

อยากทราบถึงหลักการอ่าน film ของlamina duraอ่ะครับ ว่าเมื่อใดเราถึงจะอ่านว่า intact lamina dura และเมื่อใดถึงจะอ่านว่าเป็น continuous lamina dura ครับแล้วคำ2คำนี้(intactกับcontinuous)สามารถใช้แทนกันได้หรือไม่ครับ เพราะจากที่เข้าใจคือ intact lamina dura คือสามารถมองเห็น lamina dura ได้ชัดเจนในภาพรังสีส่วน continuous laminadura คือสามารถ trace laminadura ในภาพรังสีได้อย่างต่อเนื่องอ่ะครับ??

ปล. ขอแก้ไขรหัสนิสิตของภัทรพรครับ ไม่ใช่ 47610100 นะครับเป็น 47610282 ครับ ขอโทษด้วยครับ(-__-)''

บุณฑริกา อู่นาท 47610159
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

จากที่ได้อ่าน journal diag เรื่อง Extraoral imaging for proximal caries detection: Bitewing VS Scanogram

คืออยากทราบว่า Cranex TOME scanograms คืออะไรค่ะ แล้ว scanogram คือเทคนิคการถ่ายแบบไหนค่ะ

อภิพร เจียมวโรเศรษฐ 47610399
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

อยากทราบว่า คำว่า rarefy area กับคำว่า radiolucent area สามารถใช้แทนกันได้หรือไม่ค่ะ ถ้าใช้แทนกันไม่ได้ สองคำนี้มีหลักในการเลือกใช้อย่างไร

ขอตัวอย่างประกอบด้วยนะค่ะ

อภิพร เจียมวโรเศรษฐ 47610399
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

เพิ่มเติมของจิตรภณ ที่ตอบคำถามของแพรไพลินนะค่ะ

wildening PDL space ที่เกิดจาก occlusal trauma มันจะเป็นลักษณะ funnel shape หรือรูปสามเหลี่ยม ที่ส่วนยอดของสามเหลี่ยมชี้ลง apical ที่บริเวณ cervical third ทางด้าน mesial หรือdistal แต่ถ้าเป็นwildening PDL space ที่เป็น periodontal disease จะพบที่บริเวณ apical third รอบๆปลายรากก่อนค่ะ (อ้างอิงจาก ชีทเรียน เรื่อง periodonal lesion ที่อาจารย์วิไลรัตน์ และ occlusal trauma ที่อาจารย์จิพิชญาสอนค่ะ)

อภิพร เจียมวโรเศรษฐ 47610399
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

scanograms เป็น digital images ที่ได้จากการวัตถุที่เราจะถ่ายภาพรังสี บนเครื่อง digital scanner ก็จะ scan วัตถุ แล้วก็ส่งข้อมูลไปยังเครื่องที่จะแปลผลไปเป็นภาพรังสีอีทีหนึ่ง(ลองอ่านชีทอาจารย์ชายแดน เรื่อง digital images ตอนปีสี่เพิ่มเติมนะค่ะ )Cranex TOME scanograms เป็นเครื่องถ่ายภาพรังสีนอกช่องปาก(extra-oral dental x-ray unit) ที่ให้ภาพรังสี แบบpanoramic and cephalometric radiographs ที่มีคุณภาพดีกว่าถ่ายด้วยเครื่องถ่ายภาพรังสีนอกช่องปากที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน CRANEX TOME ยังสามารถถ่ายแบบ Hi-Q cross-sectional spiral tomograms, TMJ tomograms, scanograms and TMJ scanograms (จาก http://www.soredexusa.com/Products.asp?document_id=1046)

ศุภิสรา จันทร์อินทร์ 46610648
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

สงสัยว่า widening PDL กับ rarefying area มันแยกกันได้อย่างไรคะ?

จุฬาลักษณ์ สมดี 47610050
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ใน Further spread of inflammation ลักษณะทางภาพรังสีจะเห็นเป็น radiolucent area ที่ขอบเขตไม่ชัดเจนน่าจะเป็น abscess แต่จะ diag ได้ก็ต่อเมื่อมี sinus opening อันนี้เป็นกรณีของ chronic apical abscess ใช่มั้ยค่ะ แต่ถ้าเกิดว่าในกรณีที่เป็น acute apical abscess ที่ลักษณะทางภาพรังสีลักษณะของ periapical tissue จะปกติหรือมี slight widening of the PDL และ acute apical periodontitis ก็มีลักษณะทางภาพรังสีที่มี normal apical PDL space หรือ slight widening of the PDL space เหมือนกัน แล้วเมื่อไหร่เราจะdiagว่าเป็น acute apical abscessค่ะ

ถ้าแยกกันได้จากทางคลินิกจะดูจากอาการบวมของ soft tissue อย่างเดียวหรือเปล่าคะ

กรวิกา กมลรัตน์ 47610431
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ในบริเวณperiapical tissueการจะ diagว่าเป็นchronic apical periodontitisจำเป็นจะต้องมีลักษณะradiolucent areaบริเวณรอบปลายรากเสมอไปหรือเปล่าคะ

และถ้าไม่มีลักษณะผิดปกติบริเวณบริเวณperiapical tissueเราจะ diagเฉพาะpulpใช่หรือเปล่าคะ

ปล.หนูทำรายงานหลายรอบแล้วคะแต่บางทีพอจะ diagก็ยังงงๆอยู่เลย อาจารย์ช่วยหนูหน่อยนะคะ -*-!!!

พัชรินทร์ อินชมภู 47610225
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ขอเพิ่มเติม เรื่อง HBO ที่ชนกกานต์ เคย post น่ะค่ะ

Refractory Osteomyelitis

เป็นการติดเชื้อเรื้อรังของกระดูกที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน ทั้งที่มีการให้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือด และทำผ่าตัดตกแต่งบาดแผล แล้วก็ตาม ปกติแล้ว chronic refractory osteomyelitis เป็นผลมาจากการมีระดับของออกซิเจนที่บริเวณแผลต่ำ มีวัตถุแปลกปลอม มีการซึมผ่านของเนื้อเยื่อไม่ดี มีการอักเสบ ขาดสารอาหาร การดูแลแผลไม่ดี และเชื้อดื้อยา ปัจจัยอื่นๆ อาจจะเกิดจากการที่ผู้ป่วย ไม่สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำได้ และสภาวะทั้งหมดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสุขภาพของผู้ป่วย

ระดับของออกซิเจนในกระดูกที่ติดเชื้อตามที่ได้มีการศึกษาจะพบว่าต่ำเกินกว่าที่จะช่วยส่งเริมให้เกิดขบวนการหายของแผล แต่เมื่อ มีการรักษาด้วย HBO ตาม treatment protocol ภายหลังจากที่ไห้การรักษาตามปกติ มีการแสดงให้เห็นว่า มีอาการดีขึ้น เมื่อ oxygen tension เพิ่มสูงขึ้น ความสามารถในการจับกินเชื้อแบคทีเรียดีขึ้น เชื้อพวก Staphylococcus epidermid, Pseudomonas aeruginosa, Escherichia coli และ Staph aureus เมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะที่ขาดออกซิเจน จะไม่สามารถ กำจัดพวกมันด้วยขบวนการ phagocytes ได้ แต่เมื่ออยู่ในสภาวะที่มีความเข้มข้นของออกซิเจนมากกว่า 100 mmHg จะทำให้ ขบวนการ phagocytes สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

HBOT จะช่วยในการส่งเสริมการสร้าง fibroblast แต่ fibroblast จะไม่สามารถสังเคราะห์ collagen หรือ เคลื่อนย้ายไปยัง บริเวณที่ได้รับบาดเจ็บได้ ถ้าความเข้มข้นของออกซิเจนต่ำกว่า 30 mmHg การให้การรักษาด้วย HBO จะช่วยทำให้ขบวนการสร้าง Fibroblast กลับมาเป็นปกติ นอกจากนี้การทำหน้าที่ของ osteoclast ก็จะขึ้นอยู่กับปริมาณของออกซิเจนเช่นเดียวกัน ดังนั้น การรักษาด้วย HBO จะเป็นสิ่งที่ทำให้สภาวะแวดล้อมเหมาะสมที่สุดสำหรับ csteoclast ในการเคลื่อนย้าย necrotic bone

( จาก http://www.nmd.go.th/um/Osteomyelitis.htm )

กรทิพย์ พึ่งเมือง 47610027
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ขอถามเรื่อง Osteomyelitis

ที่อ่านมา สาเหตุของมันที่เป็น local factor ก็จะมี

-periapical infection

-pericoronitis

-acute periodontal lesions

-extrusion or trauma

อยากทราบว่ามีเพียง local factor พวกนี้เท่านั้นรึป่าวที่ทำให้เกิด Osteomyelitis

เช่น ถ้าเกิดว่าเป็น periapical infection ก็ทำให้เป็น Osteomyelitis เลยรึป่าว ต้องมีปัจจัยอื่นๆร่วมด้วยหรือไม่

กษมา ศรีสังข์ 47610035
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

การรักษา inflammatory lesion เหล่านี้ที่เกิดจากการอักเสบของ pulpal inflammation,periapical inflammation จะใช้การรักษารากฟัน และมีการแนะนำให้มีการ follow up 1-4 ปี อยากถามว่าทำไมถึงต้องมีการfollow up ทุก1-4 ปี คะ

เอกลักษณ์ ยงเยื้องพันธ์ 47610407
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

จากperio apical film พบว่ามี diffuse ของ bone destruction ไม่มีขอบล้อมรอบ แต่ในช่องปากไม่พบ abcess จะdiag โรคว่าเป็นอะไร

ประวีณา รัตรนทองโกมล 47610183
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

จากการตรวจในช่องปากพบ dental caries ด้าน occlusal ลึกประมาณ 1 mm. ฟันโยก third degree mobility จาก periapical พบ radiolucent บริเวณปลายรากขนาด 3*2 mm. จะdiagว่าเป็นอะไร(เป็น chronic periodontitis รึเปล่าคะ???)

ปาลิน สัปปินันทน์ 47610209
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ORN นอกจากที่อาจารย์สอนทางภาพถ่ายรังสีแล้ว อาการทางคลีนิคที่เราจะได้จากการซักประวัติมีอะไรได้บ้างคะ

กานดา มีสุข
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ขอตอบคำถามที่ปาลินถามนะคะ ORN จะมีอาการแสดงอื่น ๆ ก็ได้แก่ mucositis , dermatitis , xerostomia , candidiasis เป็นต้น

มาริตา บุญส่ง
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ขอเสริมจากคำตอบของกานดานะคะ เคยทำรายงานเรื่องนี้ตอนเข้า block diag พอดีค่ะ อาการเพิ่มเติมคือ คนไข้จะมีอาการอ้าปากได้จำกัด มีอาการบวม ปวด มีไข้ และมีกลิ่นเหม็นในช่องปาก อาจพบกระดูกหัก เนื่องจากมีการทำลายของกระดูกอย่างมาก

เพ็ญพิชญา พลชัย 46610440
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

จากที่อ.สอนอ่ะค่ะว่าถ้าเป็น exostosis , enostosis หรือ osteomyelitis นั้นจะมีลักษณะทางภาพถ่ายรังสีเป็น radiopaque ดังนั้นถ้าเราจะเปรียบเทียบข้อเเตกต่างเเต่ละอันนั้นจะสามารถเเยกได้เฉพาะลักษณะทางคลินิค และก็สาเหตุของการเกิดเพียงอย่างเดียวเลยหรอคะ เราไม่สามารถเเยกได้ทางภาพถ่ายรังสีเลยรึป่าวค่ะ หรือว่าเเต่ละชนิดก็มีลักษณะทางภาพถ่ายรังสีที่เเตกต่างกันออกไปอีกเพี่ยงเเต่ว่ามีลักษณ ะradiopaque เหมือนกันเฉยๆ

นทพ. พนิดา ชูพันธ์ 47610241
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

จาก chronic osteomyelitis กับ acute osteomyelitis

ที่บอกว่า chronic มีการสร้าง bone ล้อมรอบ radiolucent area

แต่ acute ไม่มีการสร้าง bone ล้อมรอบ อยากทราบว่า มีความแตกต่าง

ทางภาพรังสีอย่างอื่นอีกหรือไม่ ที่ใช้แยกระหว่าง chronic กับ acue osteomyelitis

นทพ.ฤดี จุ้ยเจนวิทย์ 47610316
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ขอถามง่ายๆเลยแล้วกันค่ะ ว่า Normal PDL space มีความกว้างเท่าไหร่ แต่ละสำนักไม่เห็นบอกตรงกันเลย

นทพ.วุฒิพันธุ์ ทองเพ็ง 47610324
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

จากที่อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ มา(เกือบทั้งหมด) สงสัยว่าความคิดเห็นที่ 136.,137.,138. จะมีการ contact ที่เร็วมากๆๆๆๆ อิอิอิ....

นทพ.พิพัฒน์ เชษฐานุกุล 47610555
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

อยากทราบว่า หลังจากเกิด inflammation เป็นช่วงเวลาเท่าไร จึงจะสามารถเห็นในภาพถ่ายรังสีว่าเกิดเป็น widening of PDL spaces

นทพ.พิมพ์ภัทรา ทาทอง 47610258
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

จาก journal diag ที่ได้อ่านมาค่ะ ใน journal บอกว่า scanogram มีวิธีการถ่ายสามวิธี คือ screen/film , Unenhanced and enhanced digital film แตกต่างกันยังไงค่ะ

นทพ.อัชฌา ชูเกษ 47610373
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ถ้าในภาพรังสีเห็นเป็น radiolucent area+well define marginบริเวณใต้ต่อฟัน premolar เราจะแยกรอยโรคนี้ออกจาก mental foramenได้ยังไง ถ้าเกิดรอยโรคนี้มีขนาดใกล้เคียงกับ mental foramen

นทพ.นที ปฐมกุลวงศ์ 47610134
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ตอบความเห็น 145 ไม่รุ้ว่าจะใช่หรือไม่ใครมีความเห็นเพิ่มเติมเชิญเลยนะครับ

The mental foramen is an opening in the facial aspect of the mandible in the premolar area. This photograph of the mandible demonstrates the usual location of the mental foramen. You can see that its position will cause it to appear radiographically near the apex of the lower second premolar. As this drawing demonstrates, the mental foramen provides the exit point from within the mandible for the mental nerve, as well as the inferior alveolar artery. In periapical radiographs the mental foramen appears as a rounded radiolucency in the apical region distal to the canine and mesial to the first molar. Often it is not as distinct as some other landmarks, but recognizing it is important. Sometimes the mental foramen will be superimposed on the apex of a premolar, and will give the appearance of pulpal pathology. The best way to differentiate periapical disease from the mental foramen is to identify the periodontal membrane space to see if it is confluent with the radiolucent opening. If the apical radiolucency is due to periapical pathology, the periodontal membrane will appear to join the radiolucency, but if the lucent area is due to the mental foramen, then the periodontal membrane space will remain intact, and can be distinctly followed around the tooth apex. Notice the difference in appearance of the pathology at the apex of the distal root of the first molar and the radiolucency of the mental foramen which superimposes on the apex of the second premolar

http://www.unc.edu/~jbl/PA_anat/Norm_man_PA_Anat.html

ในเวบยังมี normal anatomic อื่นๆด้วยใครสนใจลองเข้าไปดูนะครับ

อุไรวรรณ รัตนสิงห์ 44610434
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ขอลองตอบความเห็นที่ 129 นะคะ acute apical abscess นั้นนอกจากจะดูลักษณะทางคลินิคว่ามีอาการบวมของ soft tissueหรือไม่เราก็สามารถดูได้จากการตรวจทางคลินิคอย่างอื่นได้อีก คือคนไข้จะมี diffuse pain ฟันจะโยกมากกว่าปกติ เคาะเเละคลำจะเจ็บ

แต่ถ้าหากเป็น chronic apical abscess นั้นคนไข้จะไม่มีอาการใดๆแต่มีเพียง sinus opening เท่านั้น ฟันจะไม่มีอาการโยก เคาะไม่เจ็บหรือเจ็บบ้างเล็กน้อย เเละฟันซี่นั้นก็อาจจะมีการเปลี่ยนสีของฟันร่วมด้วย

อ้างอิงจาก เอกสารประกอบการเรียนวิชา Endodontics เรื่อง Pulpal and Periapical diseases

จุฬาลักษณ์ สมดี 47610050
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

คห.147คือว่าต้องการทราบระหว่าง acute apical periodontitis กับ acute apical abscess ค่ะ

นทพ. กิติพล ทองอรุณศรี 47610456
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ในกรณีของ chronic osteomyelitis ซึ่งได้ข้อมูลจากการตรวจทางคลินิกและการซักประวัติที่มากว่าพอจะ diag ได้แล้วว่าเป็นโรคดังกล่าว ดังนั้นการถ่ายภาพรังสีน่าจะนำมาช่วยในการยืนยันหรือช่วยในเรื่องการวางแผนการรักษาได้อย่างไรบ้างครับ

นทพ. กิติพล ทองอรุณศรี 47610456
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ลองไปหามาอ่ะครับแต่ก็ได้แค่นี้.......

All the standard imaging techniques have been used to assess the extent of CO and to plan treatment. Sinogram is a simple technique, which can give information on the extent of disease. Bacteriologic diagnosis is important and can only be made with culture of bone. Effluent from sinus tracks is not a reliable indicator of the nature of the underlying infection.(43; 44) Interestingly staph aureus remains the main pathogen. (45)

อ้างอิงจากhttp://www.utoronto.ca/ois/SIA/2006/Surgical_Infections_II.htm#AO

นทพ.อรุณรัตน์ อังกุรนาค 47610647
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

จากคำถามที่ 125

เท่าที่รู้มา จากที่อาจารย์เคยบอก

rarefied area จะใช้กรณีที่ lesion นั้น มีเงาดำ ขอบเขตไม่ชัดเจนอะ

นทพ.กรวิกา กมลรัตน์ 47610431
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

การที่คนไข้มี poor restorationและเป็นlow-grade chronic inflammationจะพัฒนาไปเป็นradicular cystทุกกรณีหรือเปล่าคะ

และการจะแยกradicular cystกับgranulation tissueพิจารณาจากขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางได้อย่างเดียวหรอคะดูจากอย่างอื่นได้ไหม??..

นทพ.กมลชนก เฮงรัศมี 46610028
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ตอบคำถามของ ฤดี นะคะที่ถามว่า PDL space มีขนาดเท่าไหร่

ในมนุษย์ PDL space จะมีความกว้าง 0.15-0.38 mm. โดยจะแคบที่สุดที่บริเวณ middle third ของรากฟัน และ ที่บริเวณ cervical จะมีความกว้างมากที่สุดค่ะ

Reference

Force Generation and Reaction Within the Periodontium

Dr. Angelo Caputo and Dr. Robert Wylie

http://www.dent.ucla.edu/pic/members/force/index.html

นทพ.กมลชนก เฮงรัศมี 46610028
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ไม่รู้ว่าตรงกันกับของฤดีรึเปล่าคะ ช่วยบอกด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

นทพ. อภิพร เจียมวโรเศรษฐ 47610399
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยกับคำตอบของอรุณรัตน์ และเท่าที่รู้มา อาจารย์ภาค perio เคยบอกว่า wildening PDL space มันยัง trace lamina dura ได้อยู่ แต่อาจมีบางช่วงที่ไม่ต่อเนื่อง

ธิติชญาณ์ รินพล
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ขอเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง mental foramen กับ รอยโรคปลายรากนะคะ

มีเรื่องมาเล่าอ่ะค่ะ

คือว่างทีเราถ่ายเอ๊กซเรย์บริเวณ premolar แล้วเห็นเงาดำขอบเขตชัดตรงปลายรากพอดี แต่เรากลับคิดว่ามันป็น root resorption ของฟันนั้น

เพื่อนๆลอง reverse หรือ embossภาพดูก่อนนะคะ จะได้ไม่หน้าแตกdiag ผิด เพราะบางทีมันจะเห็นเป็นintact lamina dura เลยค่ะ

ภัทมน คงสิทธิ์ 47610563
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

จะแยกความแตกต่างอย่างไร

ว่าเงาดำที่เกิดขึ้นในภาพรังสีของbone ว่าเป็นlesion หรือลักษณะปกติของกระดูก

ในกรณีที่คนไข้มีbone trabeculaeน้อยอยู่แล้ว

ธิติชญาณ์ รินพล 47610365
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ขอเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง mental foramen กับ รอยโรคปลายรากนะคะ

มีเรื่องมาเล่าอ่ะค่ะ

คือว่างทีเราถ่ายเอ๊กซเรย์บริเวณ premolar แล้วเห็นเงาดำขอบเขตชัดตรงปลายรากพอดี แต่เรากลับคิดว่ามันป็น root resorption ของฟันนั้น

เพื่อนๆลอง reverse หรือ embossภาพดูก่อนนะคะ จะได้ไม่หน้าแตกdiag ผิด เพราะบางทีมันจะเห็นเป็นintact lamina dura เลยค่ะ

กมลชนก เฮงรัศมี 46610028
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ขออนุญาติลองตอบคำถามที่ 125 ของ อภิพร นะคะ ที่ถามว่า rarefy กับ radiolucent area แตกต่างกันอย่างไร

จากประสบการณ์ตอนที่ talk case ศัลย์ ทราบมาว่า radiolucent area นั้นเป็นเงาดำซึ่งจะมีขอบเขตที่ชัดเจนกว่า rarefy area ตัวอย่างของ radiolucent ก็เช่น cyst ที่ขอบเขตมันชัดๆ หรือว่าอาจจะเป็น large caries ที่ exposed pulp เป็นต้น ส่วน rarefy area ขอบเขตก็จะไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ค่ะ ลักษณะก็จะจางกว่าบริเวณอื่น ยังไม่ดำสนิท มีการปนกันระหว่างสีขาวกับดำอยู่น่ะค่ะ

อันนี้ก็ไม่ทราบว่าถูกรึเปล่านะคะ ผิดถูกยังไง ช่วยแนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

นทพ.บุษยา ยี่เขียน 45610128
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

การวินิจฉัย granuloma กับ radicular cyst แยกจากกันได้ยากทางภาพรังสี ซึ่งหนูเคยอ่านมาว่าความแตกต่างของสองอันนี้คือ radicular cyst จะมีส่วนประกอบของ serum globulin แต่ใน granuloma จะไม่มีสารชนิดนี้ถูกหรือเปล่าคะ

เพ็ญนิภา พูลเกิด 47610654
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

เพิ่มเติมลักษณะการสร้างกระดูกใหม่จากปฏิกิริยาการตอบสนองต่อการกระตุ้นของเยื่อหุ้มกระดูกของOsteomyelitis ภาพรังสีจะแสดงการเปลี่ยนแปลงเป็น 3 ลักษณะ คือ

1.ลักษณะเป็นเงาทึบรังสีพอกหนาขึ้นมาจากขอบกระดูกเดิม (periosteal mass)

2.ลักษณะเป็นเส้นทึบรังสีบางๆเพียงชั้นเดียวเพิ่มขึ้นจากขอบกระดูกเดิม (cortical redundancy หรือ duplication of cortex)

3.ลักษณะเป็นเส้นทึบรังสีบางๆหลายเส้นขนานกันเพิ่มจากขอบกระดูกเดิมคล้ายเปลือกหัวหอม (onion skin)

จากหนังสือการวินิจฉัยและการบำบัดการติดเชื้อสาเหตุจากฟัน

นทพ.ปิยวัจน์ สุบิน 46610192
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

อยากทราบครับว่า wildening PDL space มันต้อง wildening ขนาดไหน(จากภาพรังสี)

คือมันแยกยังไงว่า เมื่อไรจะ wildening เมื่อไรจะเป็น Normal PDL Space เห็นบางคนบอก normal บางคนบอก wildening ทั้งที่เป็นภาพ X-ray เดียวกัน

ขอหลักการแบบเห็นแล้ว....ฟันธงได้เลย ^_^

นทพ.วีรยา สุวรรรเกตุนนท์ 47610605
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

periapical abacess,glanuloma and redicular cystเราจะสามารถแยกลักษณะ radiolucent areaของสามโรคนี้ได้อย่างไรบ้างคะ

CHALERMWAT 49610064
IP: xxx.42.101.125
เขียนเมื่อ 

ถ้าอยากสร้างบล็อกสวยๆ ผมแนะนำ Blogger ของ Google เอง

ข้อดีคือ มันสามารถติด Index ใน Google ได้เร็วมาก แต่งได้สวยตามต้องการนะครับ

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้ Blogger ..ก็เอามาบอกกล่าวและกันนะคับ

อันนี้ตัวอย่างบล็อกที่ผมสร้าง เป็นบล็อกให้ความรู้ทั่วไปเรื่องการจัดฟัน และการดูแลสุขภาพช่องปาก http://judfun.blogspot.com/

ตอนนี้ทำส่วนของ SEO ด้วยครับ เพิ่ม Traffic คนเข้าบล็อคครับ

และเดียวผมจะพยามยาม สร้าง Link จากบล็อกผมมายังบล็อกนี้ให้นะครับ

ดารารัตน์
IP: xxx.77.192.145
เขียนเมื่อ 

Radiolucent กับ diffuse ต่างกันอย่างไรค่ะ

  รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น